ม.ธรรมศาสตร์
ความเชื่อ
* ม.ธรรมศาสตร์ ต้องมีนักศึกษากระโดดตึกเป็นประจำ ทุกปี (ไม่รู้เป็นอะไร...) **คงได้อิทธิพลมวลรวมที่พัดมาจากแถวสามย่านกระมัง..
***หอเอเชี่ยนเกมส์(โซนซี) ถ้ามองจากบนฟ้าลงมาจะเห็นเรียงตัวกันเป็นรูปยันต์8เหลี่ยม เป็นความจงใจของผู้บริหาร ว่ากันว่าที่บริเวณนั้นเป็นป่าช้าเก่า
***เรื่องลิฟท์แดงนี่เรื่องเล่าเยอะมาก เห็นว่าเมื่อตอนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ทหารบุกเข้ามาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์
นักศึกษาจำนวนหนึ่งหนีหัวซุกหัวซุนเข้าไปในลิฟท์ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ที่พวกเขาคิดว่าเป็นความหวังสุดท้ายในการรอดชีวิต
ทหารกลุ่มหนึ่งทำการดักรออยู่ที่ชั้นบนสุดของคณะศิลปกรรมศาสตร์ และเมื่อนักศึกษาพยายามหนีขึ้นตัวตึกผ่านลิฟท์ตัวดังกล่าว ถึงชั้นบนสุด และประตูเปิดออก ทหารก็จะยิงกราดเข้าไปในลิฟท์จนคนในลิฟท์ตายหมด จากนั้นทหารก็จะดึงศพออกมา แล้วก็ปล่อยให้ลิฟท์ลงไปรับผู้โดยสารชุดต่อไปขึ้นมา
พอผู้โดยสารชุดถัดไปขึ้นมาถึง เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก ทหารก็ยิงกราดเข้าไปเช่นเดิม เป็นอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเหลือไว้เพียงล่องรอยของเลือดสาดกระจายทั่วลิฟท์
เมื่อผ่านเหตุการณ์นั้นไปแล้ว มหาวิทยาลัยก็กลับคืนเข้าสู่สภาพเดิม มีการบูรณะทำความสะอาดกันทุกพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่ลิฟท์ตัวดังกล่าว
และเพื่อเป็นการกลบล่องรอยเลือดที่ไม่สามารถทำความสะอาดได้หมด ส่วนหนึ่งก็เหมือนจะเป็นการประจานการกระทำอันบ้าเลือดและไม่ยุติธรรมในครั้งนั้น
จึงได้ทำการทาสีลิฟท์ดังกล่าวให้เป็นสีแดง
นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และก็ได้มีเรื่องเล่าตามมาว่า หลังจากที่ลิฟท์ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว และนำกลับมาใช้ตามปกติ
"เธอไม่ได้อยู่ลำพังในลิฟท์"
ตัวอย่างผู้ประสบกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาิติดังกล่าวรายหนึ่งคือ
นักศึกษาหญิงที่กำลังใช้บริการลิฟท์แดงตามลำพังแต่ แต่เมื่อเธอมองไปที่กระจก กลับพบว่าไม่ได้มีเธออยู่เพียงลำพัง แต่มีผู้โดยสารลิฟท์ตัวนี้อยู่มากมาย
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายครั้งหลายหนที่เหล่านักศึกษาอาจารย์ หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ได้พบเจอกับอาถรรพ์ของลิฟท์แดงตัวนี้เข้า
ทำให้มหาิวิทยาลัยต้องเปลี่ยนลิฟท์ใหม่ แต่ห้องลิฟท์ก็ยังคงเป็นห้องเดิมอยู่จนทุกวันนี้
ประตูลิฟท์แดงตัวเก่าที่ถูกถอดออก ยังคงตั้งอยู่ที่หลังบันไดจากชั้น 4 ขึ้นไปชั้น 5 ของคณะศิลปศาสตร์ มาจนถึงทุกวันนี้เช่นกัน
...จะว่าไปคณะศิลปศาสตร์ที่รังสิตปีก่อนก็มีคนงานตกลิฟท์ตายด้วยนิ
No comments:
Post a Comment