Wife is like TV
girlfriend is like MOBILE (Cell)
At home watch TV
go out bring MOBILE
No money, sell TV
Got money change MOBILE
Sometimes enjoy TV
but most of the time play with MOBILE
TV is free for life
but MOBILE if you don't pay, the services will be terminated
TV is big, bulky and most of the time old!
But MOBILE is cute, slim, curvy and very portable at any time
Operational cost for TV is often acceptable
but for MOBILE is high and often demanding
TV got remote
MOBILE don't have
Most important, MOBILE is two ways communication (talk and listen)
but with TV you MUST listen to it (either you want to hear nagging or not)
Last but not least! TV do not have virus, but MOBILE, yes, they do have VIRUS!
Tuesday, September 28, 2010
Sunday, August 29, 2010
8 วิธีเห็นผี
วิธีที่1* มองลอดใต้หว่างขา (เห็นผี 21 คน)
1. นำใบไม้ (จากต้นใดก็ได้) ที่ร่วงลงมาจากต้นไม้ ต้องเป็นของต้นนั้นจริง ๆ
และร่วมลงมาไม่ห่างจากลำต้นมากนัก หากอยู่ใกล้รากจะยิ่งดี
2. ยืนในที่โล่ง และต้องมองเห็นพระจันทร์ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหันหลังไปทางทิศตะวันตก (เพื่อเวลาก้ม จะได้ก้มไปทางทิศตะวันตก)
3. นำใบไม้ที่เก็บมา เอาไว้ในฝ่ามือ
(จะทำมืออย่างไรก็ได้ แต่ห้ามพนมมือ)
4. หมุนตัวตามเข็มนาฬิกา (หมุนซ้าย) ช้า ๆ เมื่อมาหยุดที่เดิม
(ทิศตะวันออกที่หันหน้าไว้ตั้งแต่แรก) ให้ท่องว่า
พุทโธทายะ (เหมือนผีถ้วยแก้วเลย) ทำแบบนี้ 3 รอบ (ท่อง 3 ครั้งด้วย)
เพื่อให้เห็นภาพ*** รอบที่1 ยืนหันไปทางทิศตะวันออก
หมุนซ้ายไปจนมาหยุดที่จุดเริ่มต้นแล้วท่องว่า พุทโธทายะ และทำต่อไป รอบที่ 2 และรอบที่3
5. หลับตานึกถึงใบไม้ที่อยู่ในมือ กับต้นเจ้าของใบไม้
แล้วให้คิดว่าใบไม้ในมือ คือพลังงานอย่างหนึ่งที่จะเรียกวิญญาณมาได้
และนึกเอาว่าใบไม้นี้ได้ตายไปแล้วจึงได้หลุดมาจากต้นไม้ เพราะฉะนั้นเราติดต่อกับวิญญาณได้ เหมือนที่ติดต่อกับใบไม้ที่ตายแล้วใบนี้
6. ค่อย ๆ ก้มหน้าลง (ระหว่างนี้ห้ามลืมตาเด็ดขาด)
เมื่อคุณก้มและพร้อมแล้ว ให้ตั้งสติดี ๆ แล้วลืมตา
7. แล้วผีจะมาให้เห็น
***หากเห็นอะไรห้ามวิ่ง ไม่ว่าสิ่งที่เห็จะอยู่ไกล หรือมาประจันหน้าก็ตาม ต้องทำตามนี้ก่อน*** (เป็นฉันช็อกตายอยู่ตรงนั้น - -)
1. เงยหน้าขึ้น ทิ้งใบไม้ลงพื้นทันที
2. หมุนตัวทวนเข็มนาฬิกา (หมุนย้อนกลับไปทางขวานั่นเอง)
3 รอบ โดยไม่ต้องท่องอะไรเลย
3. เมื่อกลับถึงบ้านต้องล้างหน้า 3 ครั้ง
ก่อนล้างให้ท่อง พุทโธ
แล้วเป่าลมลงน้ำจึงค่อยล้างหน้าทำแบบนี้ 3 ครั้ง
*วิธีที่2* ตัดเล็บตอนกลางคืน (เห็นผี 12 คน)
***ขอย้ำเลยวิธีนี้ ต้องทำระหว่าง 4 ทุ่ม ถึง เที่ยงคืน
เพราะต้องไม่ให้โพล้เพล้ หรือ เป็นวันใหม่***
1. ตัดเล็บมือเท่านั้น โดยเริ่มจากนิ้วก้อย ,นิ้วโป้ง ,นิ้วนาง ,นิ้วชี้ และนิ้วกลาง (ตัดจากนอกเข้าในนั่นเอง)
โดยเริ่มตัดจากมือขวาก่อน และทำแบบเดียวกันกับมือซ้าย
*เล็บที่ตัดห้ามหักหรือขากเด็ดขาดต้องเป็นโค้งตามรูปเล็บ มิเช่นนั้นจะไมได้ผล*
2. น้ำเศษเล็กที่ตัดห่อใส่ผ้าอะไรก็ได้แต่ต้องเป็นสีดำ
(ต้องใช้แล้ว ไม่ใช่ผ้าใหม่)
3. นำไปวางไว้ทางทิศตะตก (เช่นเคย) ของที่พักอาศัย
4. เมื่อคุณเข้านอนได้ไม่นาน จะมีคนมานั่งตัดเล็บอยู่ตรงปลายเท้าที่คุณนอน (เสียงดัง แก๊กๆ นั่นแหละ) เป็นการตัดเล็บของเค้ามาคืนคุณ
5. ถ้าอยากเห็นก็ลืมตาแต่ห้ามโวยวาย เพราะเขาจะไปแล้วคุณอาจจะซวยได้
(เพราะถือว่าเค้ามาดี โดยที่เขาคิดว่าเราเอาเล็บไปแลก หรือไปเล่นกับเขา แล้วเขาก็เลยเอาของเขามาคืน
6. เมื่อคุณตื่นในตอนเข้า ให้ไปยังจุดที่คุณเอาเล็บไปวางไว้ คลี่ห่อผ้าออก จะพบเล็บของคนอื่นไม่ใช่ของคุณ
7. ให้คุณพูดเบา ๆ ว่า ขอบคุณ แล้วเอาไปฝังไว้ที่ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่พักอาศัยของคุณ
(แต่ห้ามทิ้งหรือเผาโดยเด็ดขาด)
วิธีที่3* หันหลังให้กระจกแล้วกลืนน้ำลาย (เห็นผี 16 คน)
- วิธีนี้ต้องทำคนเดียวเท่านั้น
-วิธีนี้ต้องทำก่อนเที่ยงคืน 6 นาที
-นาฬิกาที่คุณใช้เป็นเกณฑ์ในกาวัด
ให้ยึดเรือนใดเรือนหนึ่งในบ้านได้เลย
1. ยืนหันหลังให้กระจก (ครั้งนี้จะทิศใดก็ได้) ตอนเวลา 5 ทุ่ม 54 นาที
2. กลืนน้ำลาย 1 ครั้ง ทุก ๆ 1 นาที
3. พอครบ 6 นาที หมายความว่าคุณกลืนน้ำลายไปแล้ว 6 ครั้ง และถึงเวลาเที่ยงคืนพอดี
4. หลับตาแล้วหันไปทางกระจก
(จะหันซ้ายหรือขวาก็ได้แต่ช้า ๆ) แล้วกลืนน้ำลายอีกครั้ง (เป็นครั้งที่7) แล้วลืมตา และผีจะมาให้เห็น
5. เมื่อคุณต้องการยุติพิธี ให้หลับตากลืนน้ำลายอีกครั้ง เป็นอันจบพิธี
*วิธีที่4* ดีดลูกคิดตอนกลางคืน (เห็นผี 32 คน)
- ลูกคิดที่ใช้ดีด ให้ดีดอันที่มีรางยาวที่สุดเท่านั้น
- ต้องอยู่คนเดียว เพราะต้องใช้สมาธิอย่างมาก
1. ให้ลูกคิดทุกลูก ในทุกรางอยู่สุดรางที่หันมาหาตัวเรา
2.ดีดลูกคิดขึ้นโดยให้ลูกคิดออกจากตัวทีละลูก(ต้องมีสมาธิมากๆ) ไล่ไปตั้งแต่รางแลก ไปจนรางสุดท้าย
3. ตั้งสมาธิให้ดีอย่างมาก แล้วจับรางลูกคิดตั้งขึ้น ให้ลูกคิดวิ่งกลับมาที่เดิมในตอนแรก
4. มองรอดช่องรางลูกคิด(รางใดก็ได้) แล้วผีก็จะมาให้เห็น
5. หลังจาการทำเรียบร้อยแล้ว ให้ทิ้งลูกคิดนั้นทันที
*ห้าม* นำกลับมาใช้อีกเป็นเป็นอันขาด
*วิธีที่5* เอามุ้งคลุมหัวตอนกลางคืน (เห็นผี 6 คน)
1. เอามุ้งมาครอบหัวไว้ (หลับตาตั้งแต่ก่อนคลุมแล้ว)
2. ท่อง มะ-อะ-อุ 7 ครั้ง (อย่าลืมว่าต้องหลับตา)
3. ลืมตา แล้วผีจะมาให้เห็น
*วิธีที่6* ใส่เสื้อกลับแล้วนอนห้อยหัว (เห็นผี 31 คน)
- ต้องทำคนเดียว
1. ใส่เสื้อโดยการเอาข้างหลังมาอยู่ข้างหน้า
(ถ้ามีกระดุม ก็เอากระดุมไว้ขางหลังนั่นเอง)
2. นอนลงบนที่นอนที่สูงกว่าพื้น แล้วห้อยหัวลงมอง (เหมือนแหงนหน้า)
3. แล้วผีจะมาให้เห็น
*วิธีที่7* แหงนหน้ามองตรงบันได (เห็นผี 42 คน)
- ต้องทำคนเดียว
1. นั่งบนบันไดชั้นบนสุด
แล้วลงมาทีละขั้นทั้งที่ยังนั่งอยู่
(ใช้ก้อนลงบันได้นั่นเอง)
2.เมื่อถึงขั้นสุดท้าย ให้ยังคงนั่งอยู่ที่ขั้นสุดแล้ว แล้วจึงแหงนหน้ามองกลับขึ้นไปชั้นบนสุด 3. แล้วผีจะมาให้เห็น
*วิธีที่8* สวมพระกลับหลัง (เห็นผี 28 คน)
- ต้องทำคนเดียว
1.สวมพระโดยคล้องสร้อยพระไว้ด้านหลัง(ให้เหมือนที่อยู่ด้านหน้าเลย)
2.ยื่นแขนซ้ายออกไปข้างๆ แล้วทำมุมข้อศอกโดยให้กำปั้นทิ่มลงพื้น และให้ข้อศอกตั้งฉากกับพื้น
3.มองลอดผ่านช่องแขน แล้วจะเห็นผี
1. นำใบไม้ (จากต้นใดก็ได้) ที่ร่วงลงมาจากต้นไม้ ต้องเป็นของต้นนั้นจริง ๆ
และร่วมลงมาไม่ห่างจากลำต้นมากนัก หากอยู่ใกล้รากจะยิ่งดี
2. ยืนในที่โล่ง และต้องมองเห็นพระจันทร์ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหันหลังไปทางทิศตะวันตก (เพื่อเวลาก้ม จะได้ก้มไปทางทิศตะวันตก)
3. นำใบไม้ที่เก็บมา เอาไว้ในฝ่ามือ
(จะทำมืออย่างไรก็ได้ แต่ห้ามพนมมือ)
4. หมุนตัวตามเข็มนาฬิกา (หมุนซ้าย) ช้า ๆ เมื่อมาหยุดที่เดิม
(ทิศตะวันออกที่หันหน้าไว้ตั้งแต่แรก) ให้ท่องว่า
พุทโธทายะ (เหมือนผีถ้วยแก้วเลย) ทำแบบนี้ 3 รอบ (ท่อง 3 ครั้งด้วย)
เพื่อให้เห็นภาพ*** รอบที่1 ยืนหันไปทางทิศตะวันออก
หมุนซ้ายไปจนมาหยุดที่จุดเริ่มต้นแล้วท่องว่า พุทโธทายะ และทำต่อไป รอบที่ 2 และรอบที่3
5. หลับตานึกถึงใบไม้ที่อยู่ในมือ กับต้นเจ้าของใบไม้
แล้วให้คิดว่าใบไม้ในมือ คือพลังงานอย่างหนึ่งที่จะเรียกวิญญาณมาได้
และนึกเอาว่าใบไม้นี้ได้ตายไปแล้วจึงได้หลุดมาจากต้นไม้ เพราะฉะนั้นเราติดต่อกับวิญญาณได้ เหมือนที่ติดต่อกับใบไม้ที่ตายแล้วใบนี้
6. ค่อย ๆ ก้มหน้าลง (ระหว่างนี้ห้ามลืมตาเด็ดขาด)
เมื่อคุณก้มและพร้อมแล้ว ให้ตั้งสติดี ๆ แล้วลืมตา
7. แล้วผีจะมาให้เห็น
***หากเห็นอะไรห้ามวิ่ง ไม่ว่าสิ่งที่เห็จะอยู่ไกล หรือมาประจันหน้าก็ตาม ต้องทำตามนี้ก่อน*** (เป็นฉันช็อกตายอยู่ตรงนั้น - -)
1. เงยหน้าขึ้น ทิ้งใบไม้ลงพื้นทันที
2. หมุนตัวทวนเข็มนาฬิกา (หมุนย้อนกลับไปทางขวานั่นเอง)
3 รอบ โดยไม่ต้องท่องอะไรเลย
3. เมื่อกลับถึงบ้านต้องล้างหน้า 3 ครั้ง
ก่อนล้างให้ท่อง พุทโธ
แล้วเป่าลมลงน้ำจึงค่อยล้างหน้าทำแบบนี้ 3 ครั้ง
*วิธีที่2* ตัดเล็บตอนกลางคืน (เห็นผี 12 คน)
***ขอย้ำเลยวิธีนี้ ต้องทำระหว่าง 4 ทุ่ม ถึง เที่ยงคืน
เพราะต้องไม่ให้โพล้เพล้ หรือ เป็นวันใหม่***
1. ตัดเล็บมือเท่านั้น โดยเริ่มจากนิ้วก้อย ,นิ้วโป้ง ,นิ้วนาง ,นิ้วชี้ และนิ้วกลาง (ตัดจากนอกเข้าในนั่นเอง)
โดยเริ่มตัดจากมือขวาก่อน และทำแบบเดียวกันกับมือซ้าย
*เล็บที่ตัดห้ามหักหรือขากเด็ดขาดต้องเป็นโค้งตามรูปเล็บ มิเช่นนั้นจะไมได้ผล*
2. น้ำเศษเล็กที่ตัดห่อใส่ผ้าอะไรก็ได้แต่ต้องเป็นสีดำ
(ต้องใช้แล้ว ไม่ใช่ผ้าใหม่)
3. นำไปวางไว้ทางทิศตะตก (เช่นเคย) ของที่พักอาศัย
4. เมื่อคุณเข้านอนได้ไม่นาน จะมีคนมานั่งตัดเล็บอยู่ตรงปลายเท้าที่คุณนอน (เสียงดัง แก๊กๆ นั่นแหละ) เป็นการตัดเล็บของเค้ามาคืนคุณ
5. ถ้าอยากเห็นก็ลืมตาแต่ห้ามโวยวาย เพราะเขาจะไปแล้วคุณอาจจะซวยได้
(เพราะถือว่าเค้ามาดี โดยที่เขาคิดว่าเราเอาเล็บไปแลก หรือไปเล่นกับเขา แล้วเขาก็เลยเอาของเขามาคืน
6. เมื่อคุณตื่นในตอนเข้า ให้ไปยังจุดที่คุณเอาเล็บไปวางไว้ คลี่ห่อผ้าออก จะพบเล็บของคนอื่นไม่ใช่ของคุณ
7. ให้คุณพูดเบา ๆ ว่า ขอบคุณ แล้วเอาไปฝังไว้ที่ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่พักอาศัยของคุณ
(แต่ห้ามทิ้งหรือเผาโดยเด็ดขาด)
วิธีที่3* หันหลังให้กระจกแล้วกลืนน้ำลาย (เห็นผี 16 คน)
- วิธีนี้ต้องทำคนเดียวเท่านั้น
-วิธีนี้ต้องทำก่อนเที่ยงคืน 6 นาที
-นาฬิกาที่คุณใช้เป็นเกณฑ์ในกาวัด
ให้ยึดเรือนใดเรือนหนึ่งในบ้านได้เลย
1. ยืนหันหลังให้กระจก (ครั้งนี้จะทิศใดก็ได้) ตอนเวลา 5 ทุ่ม 54 นาที
2. กลืนน้ำลาย 1 ครั้ง ทุก ๆ 1 นาที
3. พอครบ 6 นาที หมายความว่าคุณกลืนน้ำลายไปแล้ว 6 ครั้ง และถึงเวลาเที่ยงคืนพอดี
4. หลับตาแล้วหันไปทางกระจก
(จะหันซ้ายหรือขวาก็ได้แต่ช้า ๆ) แล้วกลืนน้ำลายอีกครั้ง (เป็นครั้งที่7) แล้วลืมตา และผีจะมาให้เห็น
5. เมื่อคุณต้องการยุติพิธี ให้หลับตากลืนน้ำลายอีกครั้ง เป็นอันจบพิธี
*วิธีที่4* ดีดลูกคิดตอนกลางคืน (เห็นผี 32 คน)
- ลูกคิดที่ใช้ดีด ให้ดีดอันที่มีรางยาวที่สุดเท่านั้น
- ต้องอยู่คนเดียว เพราะต้องใช้สมาธิอย่างมาก
1. ให้ลูกคิดทุกลูก ในทุกรางอยู่สุดรางที่หันมาหาตัวเรา
2.ดีดลูกคิดขึ้นโดยให้ลูกคิดออกจากตัวทีละลูก(ต้องมีสมาธิมากๆ) ไล่ไปตั้งแต่รางแลก ไปจนรางสุดท้าย
3. ตั้งสมาธิให้ดีอย่างมาก แล้วจับรางลูกคิดตั้งขึ้น ให้ลูกคิดวิ่งกลับมาที่เดิมในตอนแรก
4. มองรอดช่องรางลูกคิด(รางใดก็ได้) แล้วผีก็จะมาให้เห็น
5. หลังจาการทำเรียบร้อยแล้ว ให้ทิ้งลูกคิดนั้นทันที
*ห้าม* นำกลับมาใช้อีกเป็นเป็นอันขาด
*วิธีที่5* เอามุ้งคลุมหัวตอนกลางคืน (เห็นผี 6 คน)
1. เอามุ้งมาครอบหัวไว้ (หลับตาตั้งแต่ก่อนคลุมแล้ว)
2. ท่อง มะ-อะ-อุ 7 ครั้ง (อย่าลืมว่าต้องหลับตา)
3. ลืมตา แล้วผีจะมาให้เห็น
*วิธีที่6* ใส่เสื้อกลับแล้วนอนห้อยหัว (เห็นผี 31 คน)
- ต้องทำคนเดียว
1. ใส่เสื้อโดยการเอาข้างหลังมาอยู่ข้างหน้า
(ถ้ามีกระดุม ก็เอากระดุมไว้ขางหลังนั่นเอง)
2. นอนลงบนที่นอนที่สูงกว่าพื้น แล้วห้อยหัวลงมอง (เหมือนแหงนหน้า)
3. แล้วผีจะมาให้เห็น
*วิธีที่7* แหงนหน้ามองตรงบันได (เห็นผี 42 คน)
- ต้องทำคนเดียว
1. นั่งบนบันไดชั้นบนสุด
แล้วลงมาทีละขั้นทั้งที่ยังนั่งอยู่
(ใช้ก้อนลงบันได้นั่นเอง)
2.เมื่อถึงขั้นสุดท้าย ให้ยังคงนั่งอยู่ที่ขั้นสุดแล้ว แล้วจึงแหงนหน้ามองกลับขึ้นไปชั้นบนสุด 3. แล้วผีจะมาให้เห็น
*วิธีที่8* สวมพระกลับหลัง (เห็นผี 28 คน)
- ต้องทำคนเดียว
1.สวมพระโดยคล้องสร้อยพระไว้ด้านหลัง(ให้เหมือนที่อยู่ด้านหน้าเลย)
2.ยื่นแขนซ้ายออกไปข้างๆ แล้วทำมุมข้อศอกโดยให้กำปั้นทิ่มลงพื้น และให้ข้อศอกตั้งฉากกับพื้น
3.มองลอดผ่านช่องแขน แล้วจะเห็นผี
8 วิธีเห็นผี
วิธีที่1* มองลอดใต้หว่างขา (เห็นผี 21 คน)
1. นำใบไม้ (จากต้นใดก็ได้) ที่ร่วงลงมาจากต้นไม้ ต้องเป็นของต้นนั้นจริง ๆ
และร่วมลงมาไม่ห่างจากลำต้นมากนัก หากอยู่ใกล้รากจะยิ่งดี
2. ยืนในที่โล่ง และต้องมองเห็นพระจันทร์ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหันหลังไปทางทิศตะวันตก (เพื่อเวลาก้ม จะได้ก้มไปทางทิศตะวันตก)
3. นำใบไม้ที่เก็บมา เอาไว้ในฝ่ามือ
(จะทำมืออย่างไรก็ได้ แต่ห้ามพนมมือ)
4. หมุนตัวตามเข็มนาฬิกา (หมุนซ้าย) ช้า ๆ เมื่อมาหยุดที่เดิม
(ทิศตะวันออกที่หันหน้าไว้ตั้งแต่แรก) ให้ท่องว่า
พุทโธทายะ (เหมือนผีถ้วยแก้วเลย) ทำแบบนี้ 3 รอบ (ท่อง 3 ครั้งด้วย)
เพื่อให้เห็นภาพ*** รอบที่1 ยืนหันไปทางทิศตะวันออก
หมุนซ้ายไปจนมาหยุดที่จุดเริ่มต้นแล้วท่องว่า พุทโธทายะ และทำต่อไป รอบที่ 2 และรอบที่3
5. หลับตานึกถึงใบไม้ที่อยู่ในมือ กับต้นเจ้าของใบไม้
แล้วให้คิดว่าใบไม้ในมือ คือพลังงานอย่างหนึ่งที่จะเรียกวิญญาณมาได้
และนึกเอาว่าใบไม้นี้ได้ตายไปแล้วจึงได้หลุดมาจากต้นไม้ เพราะฉะนั้นเราติดต่อกับวิญญาณได้ เหมือนที่ติดต่อกับใบไม้ที่ตายแล้วใบนี้
6. ค่อย ๆ ก้มหน้าลง (ระหว่างนี้ห้ามลืมตาเด็ดขาด)
เมื่อคุณก้มและพร้อมแล้ว ให้ตั้งสติดี ๆ แล้วลืมตา
7. แล้วผีจะมาให้เห็น
***หากเห็นอะไรห้ามวิ่ง ไม่ว่าสิ่งที่เห็จะอยู่ไกล หรือมาประจันหน้าก็ตาม ต้องทำตามนี้ก่อน*** (เป็นฉันช็อกตายอยู่ตรงนั้น - -)
1. เงยหน้าขึ้น ทิ้งใบไม้ลงพื้นทันที
2. หมุนตัวทวนเข็มนาฬิกา (หมุนย้อนกลับไปทางขวานั่นเอง)
3 รอบ โดยไม่ต้องท่องอะไรเลย
3. เมื่อกลับถึงบ้านต้องล้างหน้า 3 ครั้ง
ก่อนล้างให้ท่อง พุทโธ
แล้วเป่าลมลงน้ำจึงค่อยล้างหน้าทำแบบนี้ 3 ครั้ง
*วิธีที่2* ตัดเล็บตอนกลางคืน (เห็นผี 12 คน)
***ขอย้ำเลยวิธีนี้ ต้องทำระหว่าง 4 ทุ่ม ถึง เที่ยงคืน
เพราะต้องไม่ให้โพล้เพล้ หรือ เป็นวันใหม่***
1. ตัดเล็บมือเท่านั้น โดยเริ่มจากนิ้วก้อย ,นิ้วโป้ง ,นิ้วนาง ,นิ้วชี้ และนิ้วกลาง (ตัดจากนอกเข้าในนั่นเอง)
โดยเริ่มตัดจากมือขวาก่อน และทำแบบเดียวกันกับมือซ้าย
*เล็บที่ตัดห้ามหักหรือขากเด็ดขาดต้องเป็นโค้งตามรูปเล็บ มิเช่นนั้นจะไมได้ผล*
2. น้ำเศษเล็กที่ตัดห่อใส่ผ้าอะไรก็ได้แต่ต้องเป็นสีดำ
(ต้องใช้แล้ว ไม่ใช่ผ้าใหม่)
3. นำไปวางไว้ทางทิศตะตก (เช่นเคย) ของที่พักอาศัย
4. เมื่อคุณเข้านอนได้ไม่นาน จะมีคนมานั่งตัดเล็บอยู่ตรงปลายเท้าที่คุณนอน (เสียงดัง แก๊กๆ นั่นแหละ) เป็นการตัดเล็บของเค้ามาคืนคุณ
5. ถ้าอยากเห็นก็ลืมตาแต่ห้ามโวยวาย เพราะเขาจะไปแล้วคุณอาจจะซวยได้
(เพราะถือว่าเค้ามาดี โดยที่เขาคิดว่าเราเอาเล็บไปแลก หรือไปเล่นกับเขา แล้วเขาก็เลยเอาของเขามาคืน
6. เมื่อคุณตื่นในตอนเข้า ให้ไปยังจุดที่คุณเอาเล็บไปวางไว้ คลี่ห่อผ้าออก จะพบเล็บของคนอื่นไม่ใช่ของคุณ
7. ให้คุณพูดเบา ๆ ว่า ขอบคุณ แล้วเอาไปฝังไว้ที่ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่พักอาศัยของคุณ
(แต่ห้ามทิ้งหรือเผาโดยเด็ดขาด)
วิธีที่3* หันหลังให้กระจกแล้วกลืนน้ำลาย (เห็นผี 16 คน)
- วิธีนี้ต้องทำคนเดียวเท่านั้น
-วิธีนี้ต้องทำก่อนเที่ยงคืน 6 นาที
-นาฬิกาที่คุณใช้เป็นเกณฑ์ในกาวัด
ให้ยึดเรือนใดเรือนหนึ่งในบ้านได้เลย
1. ยืนหันหลังให้กระจก (ครั้งนี้จะทิศใดก็ได้) ตอนเวลา 5 ทุ่ม 54 นาที
2. กลืนน้ำลาย 1 ครั้ง ทุก ๆ 1 นาที
3. พอครบ 6 นาที หมายความว่าคุณกลืนน้ำลายไปแล้ว 6 ครั้ง และถึงเวลาเที่ยงคืนพอดี
4. หลับตาแล้วหันไปทางกระจก
(จะหันซ้ายหรือขวาก็ได้แต่ช้า ๆ) แล้วกลืนน้ำลายอีกครั้ง (เป็นครั้งที่7) แล้วลืมตา และผีจะมาให้เห็น
5. เมื่อคุณต้องการยุติพิธี ให้หลับตากลืนน้ำลายอีกครั้ง เป็นอันจบพิธี
*วิธีที่4* ดีดลูกคิดตอนกลางคืน (เห็นผี 32 คน)
- ลูกคิดที่ใช้ดีด ให้ดีดอันที่มีรางยาวที่สุดเท่านั้น
- ต้องอยู่คนเดียว เพราะต้องใช้สมาธิอย่างมาก
1. ให้ลูกคิดทุกลูก ในทุกรางอยู่สุดรางที่หันมาหาตัวเรา
2.ดีดลูกคิดขึ้นโดยให้ลูกคิดออกจากตัวทีละลูก(ต้องมีสมาธิมากๆ) ไล่ไปตั้งแต่รางแลก ไปจนรางสุดท้าย
3. ตั้งสมาธิให้ดีอย่างมาก แล้วจับรางลูกคิดตั้งขึ้น ให้ลูกคิดวิ่งกลับมาที่เดิมในตอนแรก
4. มองรอดช่องรางลูกคิด(รางใดก็ได้) แล้วผีก็จะมาให้เห็น
5. หลังจาการทำเรียบร้อยแล้ว ให้ทิ้งลูกคิดนั้นทันที
*ห้าม* นำกลับมาใช้อีกเป็นเป็นอันขาด
*วิธีที่5* เอามุ้งคลุมหัวตอนกลางคืน (เห็นผี 6 คน)
1. เอามุ้งมาครอบหัวไว้ (หลับตาตั้งแต่ก่อนคลุมแล้ว)
2. ท่อง มะ-อะ-อุ 7 ครั้ง (อย่าลืมว่าต้องหลับตา)
3. ลืมตา แล้วผีจะมาให้เห็น
*วิธีที่6* ใส่เสื้อกลับแล้วนอนห้อยหัว (เห็นผี 31 คน)
- ต้องทำคนเดียว
1. ใส่เสื้อโดยการเอาข้างหลังมาอยู่ข้างหน้า
(ถ้ามีกระดุม ก็เอากระดุมไว้ขางหลังนั่นเอง)
2. นอนลงบนที่นอนที่สูงกว่าพื้น แล้วห้อยหัวลงมอง (เหมือนแหงนหน้า)
3. แล้วผีจะมาให้เห็น
*วิธีที่7* แหงนหน้ามองตรงบันได (เห็นผี 42 คน)
- ต้องทำคนเดียว
1. นั่งบนบันไดชั้นบนสุด
แล้วลงมาทีละขั้นทั้งที่ยังนั่งอยู่
(ใช้ก้อนลงบันได้นั่นเอง)
2.เมื่อถึงขั้นสุดท้าย ให้ยังคงนั่งอยู่ที่ขั้นสุดแล้ว แล้วจึงแหงนหน้ามองกลับขึ้นไปชั้นบนสุด 3. แล้วผีจะมาให้เห็น
*วิธีที่8* สวมพระกลับหลัง (เห็นผี 28 คน)
- ต้องทำคนเดียว
1.สวมพระโดยคล้องสร้อยพระไว้ด้านหลัง(ให้เหมือนที่อยู่ด้านหน้าเลย)
2.ยื่นแขนซ้ายออกไปข้างๆ แล้วทำมุมข้อศอกโดยให้กำปั้นทิ่มลงพื้น และให้ข้อศอกตั้งฉากกับพื้น
3.มองลอดผ่านช่องแขน แล้วจะเห็นผี
1. นำใบไม้ (จากต้นใดก็ได้) ที่ร่วงลงมาจากต้นไม้ ต้องเป็นของต้นนั้นจริง ๆ
และร่วมลงมาไม่ห่างจากลำต้นมากนัก หากอยู่ใกล้รากจะยิ่งดี
2. ยืนในที่โล่ง และต้องมองเห็นพระจันทร์ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหันหลังไปทางทิศตะวันตก (เพื่อเวลาก้ม จะได้ก้มไปทางทิศตะวันตก)
3. นำใบไม้ที่เก็บมา เอาไว้ในฝ่ามือ
(จะทำมืออย่างไรก็ได้ แต่ห้ามพนมมือ)
4. หมุนตัวตามเข็มนาฬิกา (หมุนซ้าย) ช้า ๆ เมื่อมาหยุดที่เดิม
(ทิศตะวันออกที่หันหน้าไว้ตั้งแต่แรก) ให้ท่องว่า
พุทโธทายะ (เหมือนผีถ้วยแก้วเลย) ทำแบบนี้ 3 รอบ (ท่อง 3 ครั้งด้วย)
เพื่อให้เห็นภาพ*** รอบที่1 ยืนหันไปทางทิศตะวันออก
หมุนซ้ายไปจนมาหยุดที่จุดเริ่มต้นแล้วท่องว่า พุทโธทายะ และทำต่อไป รอบที่ 2 และรอบที่3
5. หลับตานึกถึงใบไม้ที่อยู่ในมือ กับต้นเจ้าของใบไม้
แล้วให้คิดว่าใบไม้ในมือ คือพลังงานอย่างหนึ่งที่จะเรียกวิญญาณมาได้
และนึกเอาว่าใบไม้นี้ได้ตายไปแล้วจึงได้หลุดมาจากต้นไม้ เพราะฉะนั้นเราติดต่อกับวิญญาณได้ เหมือนที่ติดต่อกับใบไม้ที่ตายแล้วใบนี้
6. ค่อย ๆ ก้มหน้าลง (ระหว่างนี้ห้ามลืมตาเด็ดขาด)
เมื่อคุณก้มและพร้อมแล้ว ให้ตั้งสติดี ๆ แล้วลืมตา
7. แล้วผีจะมาให้เห็น
***หากเห็นอะไรห้ามวิ่ง ไม่ว่าสิ่งที่เห็จะอยู่ไกล หรือมาประจันหน้าก็ตาม ต้องทำตามนี้ก่อน*** (เป็นฉันช็อกตายอยู่ตรงนั้น - -)
1. เงยหน้าขึ้น ทิ้งใบไม้ลงพื้นทันที
2. หมุนตัวทวนเข็มนาฬิกา (หมุนย้อนกลับไปทางขวานั่นเอง)
3 รอบ โดยไม่ต้องท่องอะไรเลย
3. เมื่อกลับถึงบ้านต้องล้างหน้า 3 ครั้ง
ก่อนล้างให้ท่อง พุทโธ
แล้วเป่าลมลงน้ำจึงค่อยล้างหน้าทำแบบนี้ 3 ครั้ง
*วิธีที่2* ตัดเล็บตอนกลางคืน (เห็นผี 12 คน)
***ขอย้ำเลยวิธีนี้ ต้องทำระหว่าง 4 ทุ่ม ถึง เที่ยงคืน
เพราะต้องไม่ให้โพล้เพล้ หรือ เป็นวันใหม่***
1. ตัดเล็บมือเท่านั้น โดยเริ่มจากนิ้วก้อย ,นิ้วโป้ง ,นิ้วนาง ,นิ้วชี้ และนิ้วกลาง (ตัดจากนอกเข้าในนั่นเอง)
โดยเริ่มตัดจากมือขวาก่อน และทำแบบเดียวกันกับมือซ้าย
*เล็บที่ตัดห้ามหักหรือขากเด็ดขาดต้องเป็นโค้งตามรูปเล็บ มิเช่นนั้นจะไมได้ผล*
2. น้ำเศษเล็กที่ตัดห่อใส่ผ้าอะไรก็ได้แต่ต้องเป็นสีดำ
(ต้องใช้แล้ว ไม่ใช่ผ้าใหม่)
3. นำไปวางไว้ทางทิศตะตก (เช่นเคย) ของที่พักอาศัย
4. เมื่อคุณเข้านอนได้ไม่นาน จะมีคนมานั่งตัดเล็บอยู่ตรงปลายเท้าที่คุณนอน (เสียงดัง แก๊กๆ นั่นแหละ) เป็นการตัดเล็บของเค้ามาคืนคุณ
5. ถ้าอยากเห็นก็ลืมตาแต่ห้ามโวยวาย เพราะเขาจะไปแล้วคุณอาจจะซวยได้
(เพราะถือว่าเค้ามาดี โดยที่เขาคิดว่าเราเอาเล็บไปแลก หรือไปเล่นกับเขา แล้วเขาก็เลยเอาของเขามาคืน
6. เมื่อคุณตื่นในตอนเข้า ให้ไปยังจุดที่คุณเอาเล็บไปวางไว้ คลี่ห่อผ้าออก จะพบเล็บของคนอื่นไม่ใช่ของคุณ
7. ให้คุณพูดเบา ๆ ว่า ขอบคุณ แล้วเอาไปฝังไว้ที่ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่พักอาศัยของคุณ
(แต่ห้ามทิ้งหรือเผาโดยเด็ดขาด)
วิธีที่3* หันหลังให้กระจกแล้วกลืนน้ำลาย (เห็นผี 16 คน)
- วิธีนี้ต้องทำคนเดียวเท่านั้น
-วิธีนี้ต้องทำก่อนเที่ยงคืน 6 นาที
-นาฬิกาที่คุณใช้เป็นเกณฑ์ในกาวัด
ให้ยึดเรือนใดเรือนหนึ่งในบ้านได้เลย
1. ยืนหันหลังให้กระจก (ครั้งนี้จะทิศใดก็ได้) ตอนเวลา 5 ทุ่ม 54 นาที
2. กลืนน้ำลาย 1 ครั้ง ทุก ๆ 1 นาที
3. พอครบ 6 นาที หมายความว่าคุณกลืนน้ำลายไปแล้ว 6 ครั้ง และถึงเวลาเที่ยงคืนพอดี
4. หลับตาแล้วหันไปทางกระจก
(จะหันซ้ายหรือขวาก็ได้แต่ช้า ๆ) แล้วกลืนน้ำลายอีกครั้ง (เป็นครั้งที่7) แล้วลืมตา และผีจะมาให้เห็น
5. เมื่อคุณต้องการยุติพิธี ให้หลับตากลืนน้ำลายอีกครั้ง เป็นอันจบพิธี
*วิธีที่4* ดีดลูกคิดตอนกลางคืน (เห็นผี 32 คน)
- ลูกคิดที่ใช้ดีด ให้ดีดอันที่มีรางยาวที่สุดเท่านั้น
- ต้องอยู่คนเดียว เพราะต้องใช้สมาธิอย่างมาก
1. ให้ลูกคิดทุกลูก ในทุกรางอยู่สุดรางที่หันมาหาตัวเรา
2.ดีดลูกคิดขึ้นโดยให้ลูกคิดออกจากตัวทีละลูก(ต้องมีสมาธิมากๆ) ไล่ไปตั้งแต่รางแลก ไปจนรางสุดท้าย
3. ตั้งสมาธิให้ดีอย่างมาก แล้วจับรางลูกคิดตั้งขึ้น ให้ลูกคิดวิ่งกลับมาที่เดิมในตอนแรก
4. มองรอดช่องรางลูกคิด(รางใดก็ได้) แล้วผีก็จะมาให้เห็น
5. หลังจาการทำเรียบร้อยแล้ว ให้ทิ้งลูกคิดนั้นทันที
*ห้าม* นำกลับมาใช้อีกเป็นเป็นอันขาด
*วิธีที่5* เอามุ้งคลุมหัวตอนกลางคืน (เห็นผี 6 คน)
1. เอามุ้งมาครอบหัวไว้ (หลับตาตั้งแต่ก่อนคลุมแล้ว)
2. ท่อง มะ-อะ-อุ 7 ครั้ง (อย่าลืมว่าต้องหลับตา)
3. ลืมตา แล้วผีจะมาให้เห็น
*วิธีที่6* ใส่เสื้อกลับแล้วนอนห้อยหัว (เห็นผี 31 คน)
- ต้องทำคนเดียว
1. ใส่เสื้อโดยการเอาข้างหลังมาอยู่ข้างหน้า
(ถ้ามีกระดุม ก็เอากระดุมไว้ขางหลังนั่นเอง)
2. นอนลงบนที่นอนที่สูงกว่าพื้น แล้วห้อยหัวลงมอง (เหมือนแหงนหน้า)
3. แล้วผีจะมาให้เห็น
*วิธีที่7* แหงนหน้ามองตรงบันได (เห็นผี 42 คน)
- ต้องทำคนเดียว
1. นั่งบนบันไดชั้นบนสุด
แล้วลงมาทีละขั้นทั้งที่ยังนั่งอยู่
(ใช้ก้อนลงบันได้นั่นเอง)
2.เมื่อถึงขั้นสุดท้าย ให้ยังคงนั่งอยู่ที่ขั้นสุดแล้ว แล้วจึงแหงนหน้ามองกลับขึ้นไปชั้นบนสุด 3. แล้วผีจะมาให้เห็น
*วิธีที่8* สวมพระกลับหลัง (เห็นผี 28 คน)
- ต้องทำคนเดียว
1.สวมพระโดยคล้องสร้อยพระไว้ด้านหลัง(ให้เหมือนที่อยู่ด้านหน้าเลย)
2.ยื่นแขนซ้ายออกไปข้างๆ แล้วทำมุมข้อศอกโดยให้กำปั้นทิ่มลงพื้น และให้ข้อศอกตั้งฉากกับพื้น
3.มองลอดผ่านช่องแขน แล้วจะเห็นผี
ห้องน้ำสยอง
คือ .. เรื่องมันเกิดมาไม่นานนี้เองล่ะครับ ..เรื่องมีอยู่ว่า วันนั้นผมทำรายงานเลยกลับดึก ผมทำรายงานกับเพื่อนอีกอีก 2 คน ตอนนั้นผมท้องเสียจึงไปเข้าห้องน้ำ โรงเรียนผมห้องน้ำตอนมืดๆดึกๆมันก็ดูหลอนๆ ..
ผมรีบเข้าห้องน้ำเต็มที่ตอนผมเข้าห้องน้ำผมก็ไม่เห็นคนเข้ามาหรอก อยู่ๆผมก็ได้ยินเสียงผู้ชายร้องไห้ ฟังดูขนหัวลุก ตอนนั้น .. ผมก็ยิ่งกลัวๆไปใหญ่เพราะว่า ตอนผมเข้ามาก็ยังไม่มีคนเข้ามาเลยพอผมทำธุระเสร็จผมจึงล้างมือ
พอผมออกมาผมเห็น ประตูห้องน้ำห้องข้างๆผมประตูปิดอยู่ ทั้งที่ตอนที่ผมอยู่ในห้องน้ำประตูยังปิดและยังไม่มีใครเข้ามา และไม่มีลมพัดมาเลย ผมกลัวมากจึงรีบล้างมือเสร็จแล้ววิ่งหนีไปทำรายงานให้เสร็จแล้วผมจึงกลับ บ้าน
พอวันต่อมาผมก็เล่าเรื่องนี้ให้พวกเพื่อนๆฟัง พอพวกเพื่อนๆฟังก็หน้าซีดแล้วบอกผมว่าเคยมีนักเรียนชายรุ่นพี่คนหนึ่ง โดนคนรักทิ้งเลยกรีดข้อมือตัวเองตายในห้องน้ำชายถัดจากที่ผมเข้าเมื่อคืนนี้ ต่อจากเหตุการณ์นี้ผมก็ไปทำบุญให้เค้า และ ไม่เข้าห้องน้ำชายที่โรงเรียนตอนดึกๆอีกเลย ..
ผมรีบเข้าห้องน้ำเต็มที่ตอนผมเข้าห้องน้ำผมก็ไม่เห็นคนเข้ามาหรอก อยู่ๆผมก็ได้ยินเสียงผู้ชายร้องไห้ ฟังดูขนหัวลุก ตอนนั้น .. ผมก็ยิ่งกลัวๆไปใหญ่เพราะว่า ตอนผมเข้ามาก็ยังไม่มีคนเข้ามาเลยพอผมทำธุระเสร็จผมจึงล้างมือ
พอผมออกมาผมเห็น ประตูห้องน้ำห้องข้างๆผมประตูปิดอยู่ ทั้งที่ตอนที่ผมอยู่ในห้องน้ำประตูยังปิดและยังไม่มีใครเข้ามา และไม่มีลมพัดมาเลย ผมกลัวมากจึงรีบล้างมือเสร็จแล้ววิ่งหนีไปทำรายงานให้เสร็จแล้วผมจึงกลับ บ้าน
พอวันต่อมาผมก็เล่าเรื่องนี้ให้พวกเพื่อนๆฟัง พอพวกเพื่อนๆฟังก็หน้าซีดแล้วบอกผมว่าเคยมีนักเรียนชายรุ่นพี่คนหนึ่ง โดนคนรักทิ้งเลยกรีดข้อมือตัวเองตายในห้องน้ำชายถัดจากที่ผมเข้าเมื่อคืนนี้ ต่อจากเหตุการณ์นี้ผมก็ไปทำบุญให้เค้า และ ไม่เข้าห้องน้ำชายที่โรงเรียนตอนดึกๆอีกเลย ..
ปากดีจนได้เรื่อง
เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้นะครับ บางคนอาจเชื่อ แต่บางคนก็อาจไม่เชื่อ ก็ใช้พิจารณญาณกันเอาเองนะครับ เรื่องมีอยู่ว่า วันนั้นเป็นวันที่ผมกับ เพื่อนๆ นั้นได้ไปวิ่งด้วยกัน แต่ก็ค่อนข้างมืดแล้วครับ ประมาณ 1 ทุ่ม เห็นจะได้ ผมเองก็ดัน ปากไม่อยู่สุข เลยบอกกับเพื่อนมันว่า เฮ้ย ไอ้ตั้ม นี่มันก็มืดแล้ว นายจะกลับบ้านได้หรอ ระวังนะโว้ย ผีจะหลอกนายเอา หลังจากที่ผมพูดคำนั้นจบ มีเสียงเด็ก หัวเราะกับร้องไห้ครับ ด้วยความกลัวของพวกผม นะครับรองเท้า ไม่สนใจและครับ วิ่งอย่างเดียว น่ากลัวมาก ผมเลยสะดุ้งตื่น นี่ในความฝันนะครับ แต่มีสิ่งหนึ่งที่อยากบอกคือว่า บ้านผมนะครับ มีคนเคยเห็นกุมารนั่งอยู่บนบ้าน อ่ะ ตอนแรกนะครับ ผมก็พาเพื่อนขึ้นไปเอาพัดลม เปิดห้องนอนแม่ไป ไอ้ผมไม่เห็นไรหรอกครับ แต่เพื่อนที่มาด้วยสิครับ เขาเห็นกุมารนั่งอยู่ในห้องนั้นด้วย แต่เขาไม่ยอมบอกผมนะครับ ผมเพิ่งมารู้วันที่พี่สะใภ้เขาเล่าให้ฟังว่าตอนนั้น เวลาประมาณตีสองอ่ะครับ พี่ชายผมเขาต้องไปทำงาน ( เกี่ยวกับส่งของตามตลาดนะครับ ) หลังจากที่พี่ชายผมไป พี่สะใภ้บอกว่า ได้ยินเสียงเด็กวิ่งข้างบ้านครับ วิ่งไปวิ่งมาอยู่อย่างนี้อ่ะ พี่สะใภ้ ผมรีบคุมโปงนอนเลย ใครจะอยู่ฟังล่ะครับ แล้ว้พื่อนผมถึงเล่าไอ้ที่มันเจอให้ฟังครับ ผมฟังที่เดียวขนลุกเลย บางที่ผมก็พูดกับตัวเองว่า ตามเข้าไปในฝันเชี่ยวหรอ แต่ทุกคืน ผมก็จะนอนแผ่เมตตาให้กับทุกสิ่งทุกอย่าง เรื่องมีแค่นี้และครับ
Saturday, August 28, 2010
BEAUTIFUL THOUGHTS FOR THE WEEK-END
It was a busy morning, about 8:30, when an elderly gentleman in his 80's arrived to have stitches removed from his thumb. He said he was in a hurry as he had an appointment at 9:00 am. I took his vital signs and had him take a seat,knowing it would be over an hour before someonewould to able to see him.. I saw him looking at his watchand decided, since I was not busy with another patient,I would evaluate his wound. On exam, it was well healed, soI talked to one of the doctors, got the needed supplies toremove his sutures and redress his wound. While taking care of his wound, I asked him if he had anotherdoctor's appointment this morning, as he was in such a hurry. The gentleman told me no, that he needed to go to the nursinghome to eat breakfast with his wife. I inquired as to her health. He told me that she had been there for a while andthat she was a victim of Alzheimer's Disease. As we talked, I asked if she would be upset if he was a bit late. He replied that she no longer knew who he was, that she had not recognized him in five years now. I was surprised, and asked him, 'And you still go every morning, even though she doesn't know who you are?' He smiled as he patted my hand and said, 'She doesn't know me, but I still know who she is.' I had to hold back tears as he left, I had goose bumps on my arm, and thought, 'That is the kind of love I want in my life.' True love is neither physical, nor romantic. True love is an acceptance of all that is, has been, will be, and will not be. With all the jokes and fun that are in e-mails, sometimes there is one that comes along that has an important message..This one I thought I could share with you. The happiest people don't necessarily have the best of everything; they just make the best of everything they have. I hope you share this with someone you care about. I just did. 'Life isn't about how to survive the storm, But how to dance in the rain.' We are all getting.... Older Tomorrow may be our turn.Enjoy life now-it has an expiration date!
ดูกระจกหน้ารถก่อน
ฝากเตือนภัยครับ !!! จากผู้ประสบเหตุจริงผมเจอกับตัวเองเมื่อวันที่ 26ก.ค วันอาสาฬหบูชา นี้เองที่สะพานพระราม 5 ฝั่งบางกรวย จอดที่หน้าร้านก๊วยเตี๋ยวเรือใกล้กับ ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ concept มันใช้หมากฝรังชนิดนิ้มเหนียว ทิ้งไว้ที่กระจกกับที่ปัดน้ำฝนพอโดนความร้อนจะละลายติดกระจก ก่อนออกรถไม่สังเกตุ ผมขับออกไปเลยไฟแดงไปแล้วจอดทำความสะอาดริมถนนครู่เดียวมันมาสองคันเลย มีทั้งรถเก็งและรถกระบะ มาสังเกตการณ์ หาโอกาสลงมือแต่บริเวณนั้นรถมากไม่สะดวก ประกอบกับผมเห็นผิดปรกติ จึงหยุดทำความสะอาด และรีบขับออกจากบริเวณนั้นไป มันยังขับตามอีก ผมวนดูพฤติกรรม ของแก๊งนี้มันจะวางหมากฝรั่งและคอยเก็บเหยื่อวนอยู่บริเวณนั้นอยู่หลายเที่ยว เตือนเพื่อนๆให้ระวัง ถ้าเห็นมีหมากฝรั่งทิ้งไว้ที่หน้ากระจกอย่าทำความสะอาดในที่ปรอดคน อาจจะโดนมิสาชีพพวกนี้ลงมือได้ สำหรับคนขับรถ และคนที่ไม่ขับเองก็เก็บไว้เตือนคนขับจ้า....เพื่อทราบและโปรดระมัดระวัง.......... ถ้าคุณขับรถกลางคืน แล้วโดนปาหน้ารถด้วย "ไข่"(ไข่จริงๆ ไม่ได้มุข) อย่า........ฉีดน้ำ และปัดกระจกเป็น อันขาด !! เพราะเมื่อไข่ผสมกับน้ำแล้วกลายเป็นคราบเหนียว บดบังทัศนวิสัยของคุณได้ถึง 92.5% นั่นหมายถึง คุณจะถูกบีบบังคับให้ต้องจอดรถข้างทาง (ก็มันมองไม่เห็น ก็ต้องหยุดก่อน) ดีไม่ดีคุณก็จะลงไปเช็ดกระจกอีกต่างหาก < /SPAN>ซึ่งจังหวะนั้นเองที่ คุณจะกลายเป็นเหยื่อไข่ของมิชฉาชีพทันที นี่เป็นยุทธวิธีใหม่ของโจรบนท้อง ถนน โปรดส่งเตือนญาติมิตรเพื่อนฝูงของคุณด้วย
Progesterex และ Rohypnol
เพื่อนหญิงทุก คน และเพื่อนชายที่มีแฟนเป็นผู้หญิง ช่วยบอกต่อด้วย ' ของขวัญ ' เครื่องดื่มจากชายหนุ่ม
อย่าลืมว่าในสังคมและคนรอบตัวคุณอาจมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันอยู่
กรุณาส่งจดหมายนี้ให้กับเพื่อนผู้หญิงของคุณทุกคน
แม้แต่คุณผู้ชายก็ควรรู้ไว้เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับผู้ หญิงรอบตัวที่คุณรัก นี่เป็นยาชนิดใหม่ที่ถูกนำมาใช้กันในตลาดมืดเมื่อเกือบปีมาแล้ว...
Progesterex - ยาเม็ดคุมกำเนิด ที่ ' นักข่มขืน ' นำมาใช้ในงานปาร์ตี้เพื่อล่า ' เหยื่อ '
Progesterext เป็นยาที่สัตวแพทย์ใช้ในการทำหมันสัตว์ขนาดใหญ่
ผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มอ้างว่า ' ยา Progesterex นั้นมักจะถูกใช้ควบคู่กับ Rphypnol ซึ่งเป็นยาที่นักข่มขืนมักจะใช้กัน โดยผู้ลงมือมักจะใส่ยา Rohypnol ลงในเครื่องดื่มของเหยื่อ และในเช้าวันรุ่งขึ้นหญิงสาวผู้เป็นเหยื่อจะไม่สามารถจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนก่อนหน้าได้เลย ' < /FONT>ยา Progesterex จะละลายในเครื่องดื่มอย่างรวดเร็ว
สามารถป้องกันการตั้งครรภ์จากการข่มขืนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดังนั้นนักข่มขืนจึงมักไม่ต้องคอยกังวลเรื่องของการเรียกร้องค่าเสียหายหรือ
การตรวจสอบเพื่อระบุตัวพ่อของเด็กอีกด้วย นอกจากนี้ยา Progesterex ยังทิ้งผลกระทบกับเหยื่อในระยะยาว กล่าวคือ ยา Progesterex นั้นถูกใช้ในการทำหมันม้า
ซึ่งผู้หญิงที่ได้รับยาตัวนี้เข้าไปในร่างกาย จะทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อาจถาวร หรือเป็นมะเร็ง!!!!
ยา Progesterex หาซื้อได้ง่ายในโรงเรียนฝึกสอนของเหล่าสัตวแพทย์
หรือวิทยาลัยเขตต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการสัตวแพทย์ < /FONT>
เชื่อหรือไม่ว่าแม้แต่เว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ตหลายแห่ง ก็มียาตัวนี้จำหน่ายอย่างเปิดเผย
พร้อมทั้ง บอกวิธีการใช้อย่างละเอียด!!!! ตอนนี้อยู่ที่คุณแล้วว่าจะส่งข้อความนี้ไปเพื่อเตือนผู้หญิงทุกคนที่คุณรู้จัก
หรือจะปล่อยเอาไว้ให้ผู้หญิงเหล่านั้นต้องไปเผชิญกับชะตากรรมดังกล่าวเพียงลำพัง
อย่าลืมว่าในสังคมและคนรอบตัวคุณอาจมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันอยู่
กรุณาส่งจดหมายนี้ให้กับเพื่อนผู้หญิงของคุณทุกคน
แม้แต่คุณผู้ชายก็ควรรู้ไว้เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับผู้ หญิงรอบตัวที่คุณรัก นี่เป็นยาชนิดใหม่ที่ถูกนำมาใช้กันในตลาดมืดเมื่อเกือบปีมาแล้ว...
Progesterex - ยาเม็ดคุมกำเนิด ที่ ' นักข่มขืน ' นำมาใช้ในงานปาร์ตี้เพื่อล่า ' เหยื่อ '
Progesterext เป็นยาที่สัตวแพทย์ใช้ในการทำหมันสัตว์ขนาดใหญ่
ผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มอ้างว่า ' ยา Progesterex นั้นมักจะถูกใช้ควบคู่กับ Rphypnol ซึ่งเป็นยาที่นักข่มขืนมักจะใช้กัน โดยผู้ลงมือมักจะใส่ยา Rohypnol ลงในเครื่องดื่มของเหยื่อ และในเช้าวันรุ่งขึ้นหญิงสาวผู้เป็นเหยื่อจะไม่สามารถจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนก่อนหน้าได้เลย ' < /FONT>ยา Progesterex จะละลายในเครื่องดื่มอย่างรวดเร็ว
สามารถป้องกันการตั้งครรภ์จากการข่มขืนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดังนั้นนักข่มขืนจึงมักไม่ต้องคอยกังวลเรื่องของการเรียกร้องค่าเสียหายหรือ
การตรวจสอบเพื่อระบุตัวพ่อของเด็กอีกด้วย นอกจากนี้ยา Progesterex ยังทิ้งผลกระทบกับเหยื่อในระยะยาว กล่าวคือ ยา Progesterex นั้นถูกใช้ในการทำหมันม้า
ซึ่งผู้หญิงที่ได้รับยาตัวนี้เข้าไปในร่างกาย จะทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อาจถาวร หรือเป็นมะเร็ง!!!!
ยา Progesterex หาซื้อได้ง่ายในโรงเรียนฝึกสอนของเหล่าสัตวแพทย์
หรือวิทยาลัยเขตต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการสัตวแพทย์ < /FONT>
เชื่อหรือไม่ว่าแม้แต่เว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ตหลายแห่ง ก็มียาตัวนี้จำหน่ายอย่างเปิดเผย
พร้อมทั้ง บอกวิธีการใช้อย่างละเอียด!!!! ตอนนี้อยู่ที่คุณแล้วว่าจะส่งข้อความนี้ไปเพื่อเตือนผู้หญิงทุกคนที่คุณรู้จัก
หรือจะปล่อยเอาไว้ให้ผู้หญิงเหล่านั้นต้องไปเผชิญกับชะตากรรมดังกล่าวเพียงลำพัง
คางคกก็มีน้ำใจ
เย็นวันหนึ่งในขณะที่เด็กๆเริ่มทยอยกลับบ้าน
ครูเจี๊ยบกำลังว่างงาน..
เลยอยากชวนเด็กๆที่ยังอยู่มาเล่นเกม(การละเล่น)
ครูเจี๊ยบ : เด็กๆคะมาทางนี้เร็วครูมีอะไรๆสนุกให้ทำ
เด็กๆ : .................................(ไม่มีเสียงตอบอะไร)
ครูเจี๊ยบ : มาเร็วใครมาหาครูก่อนมีขนมแจกนะเอ้อ
เด็ก : ............................................................
ครูเจี๊ยบแปลกใจ..
วันนี้เด็กๆเป็นอะไรไม่สนใจครูเหมือนเคยหรือว่า..............
เรตติ้งจะตกเลยเดินมาใกล้ๆกลุ่มเด็กๆเห็นมุงดูบางสิ่งอย่างสนใจ

ครูเจี๊ ยบ : ดูอะไรกันคะ(เสียงสูง งอ นนิดๆ)
น้องอาร์ม : อย่าดังครับครูเดี๊ยวมันตกใจ
ครูเจี๊ยบ : อะไรคะ.....อะไรตกใจ
น้องพลอย : คางคกค่ะ..เป็นคางคกมีน้ำใจ...ด้วย
ครูเจี๊ยบ : ไหนคะ มีน้ำใจยังไง
ต้นกล้า : นี่ไง มันแบกน้องตัวเล็กไว้ข้างหลัง
ครูเจี๊ยบมองตามเด็กๆชี้มือก็เห็นภาพเนี๊ย.....(เสียงสูง)
น้องอาร์ม : มันมีน้ำใจครับน้องมันตัวเล็กเวลาเดินจะเมื่อย พี่มันเลยแบกน้องไว้
น้องเอิร์น : มันแบกตั้งนานแล้วไม่บ่นเลยค่ะครู มีน้ำใจมากๆ
ครูเจี๊ยบ : จ้า....มีน้ำใจก็มีน้ำใจ .....................(เฮ้อ...เด็กหนอเด็ก)
ครูเจี๊ยบกำลังว่างงาน..
เลยอยากชวนเด็กๆที่ยังอยู่มาเล่นเกม(การละเล่น)
ครูเจี๊ยบ : เด็กๆคะมาทางนี้เร็วครูมีอะไรๆสนุกให้ทำ
เด็กๆ : .................................(ไม่มีเสียงตอบอะไร)
ครูเจี๊ยบ : มาเร็วใครมาหาครูก่อนมีขนมแจกนะเอ้อ
เด็ก : ............................................................
ครูเจี๊ยบแปลกใจ..
วันนี้เด็กๆเป็นอะไรไม่สนใจครูเหมือนเคยหรือว่า..............
เรตติ้งจะตกเลยเดินมาใกล้ๆกลุ่มเด็กๆเห็นมุงดูบางสิ่งอย่างสนใจ

ครูเจี๊ ยบ : ดูอะไรกันคะ(เสียงสูง งอ นนิดๆ)
น้องอาร์ม : อย่าดังครับครูเดี๊ยวมันตกใจ
ครูเจี๊ยบ : อะไรคะ.....อะไรตกใจ
น้องพลอย : คางคกค่ะ..เป็นคางคกมีน้ำใจ...ด้วย
ครูเจี๊ยบ : ไหนคะ มีน้ำใจยังไง
ต้นกล้า : นี่ไง มันแบกน้องตัวเล็กไว้ข้างหลัง
ครูเจี๊ยบมองตามเด็กๆชี้มือก็เห็นภาพเนี๊ย.....(เสียงสูง)
น้องอาร์ม : มันมีน้ำใจครับน้องมันตัวเล็กเวลาเดินจะเมื่อย พี่มันเลยแบกน้องไว้
น้องเอิร์น : มันแบกตั้งนานแล้วไม่บ่นเลยค่ะครู มีน้ำใจมากๆ
ครูเจี๊ยบ : จ้า....มีน้ำใจก็มีน้ำใจ .....................(เฮ้อ...เด็กหนอเด็ก)
Tuesday, August 24, 2010
กดติดวิญญาณ
ภาพนี้เป็นภาพที่จริง ณ บ้านกุดลิงง้อ อ.เมือง จ.อุดรธานี ( มันอยู่แถวไหนฟ่ะ)
คำเตือน ….!!!!!
นี่คือ...ภาพที่สยดสยอง
นี่คือ...ภาพที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยดูมา
หากใจไม่ถึงห้ามดู เด็ดขาด!!!!!
ณ. งานวันเกิด ของเด็กชายคนหนึ่ง ในยามค่ำคืน หลังจากที่ญาติผู้ใหญ่ได้ผูกข้อมือรับขวัญ (ซึ่งเป็นประเพณีของทางภาคอีสาน)
เนื่องจากคืนนั้นเป็นคืนที่มืดมาก การถ่ายภาพจำเป็นต้องใช้เลนส์พิเศษ
ฉับพลัน ก้อปรากฏภาพ ภาพหนึ่งขึ้น
ยังดูไม่ชัดต้องซูมอีกนิดนึง
ซูม ซูม ซูม
ภาพนั้นคือ.....!!!
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
...................ปิกาจู้!!! ??....... กี๊ดดดดดดดดดดดดด..............
มันคงจะร้อนอะเนอะ มันเลยออกมารับลมเล่น หุหุ
…………………
Friday, August 20, 2010
วิธีเห็นผี
วิธีเห็นผี
จากผู้ทดลอง50คน • อ่านแล้วขนลุกโคตรๆ...(มาทดสอบสุขภาพจิตกันหน่อยมะ)เก็บมาฝาก ไว้อ่านกันเล่นๆจะทำดูก็ไม่ว่ากัน แต่น่ากัว
เค้าบอกว่า 50 % เห็นมาแล้วแต่ก้อไม่รู้จิงเท็จแค่ไหน ก้อใช้วิจารณญาณ ดูกันเอาเองแล้วกันเราเห็นบางวิธีก้อเป็นวิธีที่แปลกจากที่เคยอ่านๆมานะ
ไม่น่าเชื่อ ว่าจะเห็นได้ด้วยหรือ แต่ก็น่ะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ลองอ่านดูแล้วกัน
ข้อปฎิบัติ ทุกวิธีต้องทำระหว่าง 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืนและต้องไม่เลยเที่ยงคืนเพราะจะถือว่าเป็นวันใหม่ ทุกวิธีห้ามใส่พระยกเว้นวิธีที่ 8
วันที่ทำแล้วมีโอกาสเห็นได้ง่ายสุดคือ วันพุธและวันศุกร์และวันอาทิตย์ ทุกวิธีอาจจะให้คนอื่นอยู่ด้วยก็ได้ยกเว้นบางวิธีที่จะระบุบว่าคุณต้องทำคนเดียวทุกว
ิธีต้องหลับตาหากคุณเปลี่ยนใจไม่อยากเห็นให้เอาอุปกรณ์ทุกอย่างออก แล้วค่อยลืมตา
*วิธีที่1* "มองลอดใต้หว่างขา" >>(เห็นผี21 คน)
1. นำใบไม้ (จากต้นใดก็ได้)ที่ร่วงลงมาจากต้นไม้ ต้องเป็นของต้นนั้นจริงๆและร่วมลงมาไม่ห่างจากลำต้นมากนักหากอยู่ใกล้รากจะยิ่งดี
2. ยืนในที่โล่ง และต้องมองเห็นพระจันทร์ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหันหลังไปทางทิศตะวันตกเพื่อเวลาก้มจะได้ก้มไปทางทิศตะวันตก
3. นำใบไม้ที่เก็บมา เอาไว้ในฝ่ามือ(จะทำมืออย่างไรก็ได้แต่ห้ามพนมมือ)
4. หมุนตัวตามเข็มนาฬิกา (หมุนซ้าย) ช้าๆ เมื่อมาหยุดที่เดิม(ทิศตะวันออกที่หันหน้าไว้ตั้งแต่แรก)ให้ท่องว่า"พุทโธทายะ"
(เหมือนผีถ้วยแก้วเลย)ทำแบบนี้ 3 รอบ(ท่อง 3 ครั้งด้วย)เพื่อให้เห็นภาพ*** รอบที่1 ยืนหันไปทางทิศตะวันออกหมุนซ้าย
ไปจนมาหยุดที่จุดเริ่มต้นแล้วท่องว่า"พุทโธทายะ" และทำต่อไป รอบที่ 2และรอบที่3
5. หลับตานึกถึงใบไม้ที่อยู่ในมือกับต้นเจ้าของใบไม้แล้วให้คิดว่าใบไม้ในมือคือพลังงาน
อย่างหนึ่งที่จะเรียกวิญญาณมาได้และนึกเอาว่าใบไม้นี้
ได้ตายไปแล้วจึงได้หลุดมาจากต้นไม้ เพราะฉะนั้นเราติดต่อกับวิญญาณได้เหมือนที่ติดต่อกับใบไม้ที่ตายแล้วใบนี้
6. ค่อย ๆ ก้มหน้าลง(ระหว่างนี้ห้ามลืมตาเด็ดขาด)เมื่อคุณก้มและพร้อมแล้ว"ให้ตั้งสติดีๆ" แล้วลืมตา
7. แล้วผีจะมาให้เห็น หากเห็นอะไรห้ามวิ่งไม่ว่าสิ่งที่เห็จะอยู่ไกลหรือมาประจันหน้าก็ตามต้องทำตามนี้ก่อ
น1. เงยหน้าขึ้น ทิ้งใบไม้ลงพื้นทันที
2. หมุนตัวทวนเข็มนาฬิกา(หมุนย้อนกลับไปทางขวานั่นเอง) 3รอบโดยไม่ต้องท่องอะไรเลย3. เมื่อกลับถึงบ้านต้องล้างหน้า 3 ครั้ง
ก่อนล้างให้ท่อง "พุทโธ"แล้วเป่าลมลงน้ำจึงค่อยล้างหน้าทำแบบนี้3 ครั้ง
*วิธีที่2* "ตัดเล็บตอนกลางคืน" (เห็นผี12 คน) ขอย้ำเลยวิธีนี้ต้องทำระหว่าง 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืนเพราะต้องไม่ให้โพล้เพล้หรือเป็นวันใหม่"***
1. ตัดเล็บมือเท่านั้น โดยเริ่มจากนิ้วก้อย,นิ้วโป้ง,นิ้วนาง,นิ้วชี้ และนิ้วกลาง(ตัดจากนอกเข้าในนั่นเอง) โดยเริ่มตัดจากมือขวาก่อน
และทำแบบเดียวกันกับมือซ้าย*เล็บที่ตัดห้ามหักหรือขากเด็ดขาดต้องเป็นโค้งตามรูปเล็บ
มิเช่นนั้นจะไมได้ผล*
2. นำเศษเล็บที่ตัดห่อใส่ผ้าอะไรก็ได้แต่ต้องเป็นสีดำ(ต้องใช้แล้วไม่ใช่ผ้าใหม่)
3. นำไปวางไว้ทางทิศตะตก (เช่นเคย)ของที่พักอาศัย
4. เมื่อคุณเข้านอนได้ไม่นานจะมีคนมานั่งตัดเล็บอยู่ตรงปลายเท้าที่คุณนอน(เสียงดัง "แก๊กๆ"นั่นแหละ) เป็นการตัดเล็บของเค้ามาคืนคุณ
5. ถ้าอยากเห็นก็ลืมตาแต่ห้ามโวยวาย เพราะเขาจะไปแล้วคุณอาจจะซวยได้(เพราะถือว่าเค้ามาดี โดยที่เขาคิดว่าเราเอาเล็บไปแลกหรือ
ไปเล่นกับเขาแล้วเขาก็เลยเอาของเขามาคืน
6. เมื่อคุณตื่นในตอนเข้าให้ไปยังจุดที่คุณเอาเล็บไปวางไว้ คลี่ห่อผ้าออกจะพบเล็บของคนอื่นไม่ใช่ของคุณ
7. ให้คุณพูดเบา ๆ ว่า "ขอบคุณ"แล้วเอาไปฝังไว้ที่ใดก็ได้>>โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่พักอาศัยของคุณ (แต่ห้ามทิ้งหรือเผาโดยเด็ดขาด)
*วิธีที่3*"หันหลังให้กระจกแล้วกลืนน้ำลาย" (เห็นผี 16 คน)วิธีนี้ต้องทำคนเดียวเท่านั้น วิธีนี้ต้องทำก่อนเที่ยงคืน 6 นาที
นาฬิกาที่คุณใช้เป็นเกณฑ์ในกาวัดให้ยึดเรือนใดเรือนหนึ่งในบ้านได้เลย
1. ยืนหันหลังให้กระจก (ครั้งนี้จะทิศใดก็ได้) ตอนเวลา 5 ทุ่ม 54 นาที
2. กลืนน้ำลาย 1 ครั้ง ทุก ๆ 1 นาที
3. พอครบ 6 นาที หมายความว่าคุณกลืนน้ำลายไปแล้ว 6 ครั้งและถึงเวลาเที่ยงคืนพอดี
4. หลับตาแล้วหันไปทางกระจก (จะหันซ้ายหรือขวาก็ได้แต่ช้า ๆ)แล้วกลืนน้ำลายอีกครั้ง (เป็นครั้งที่7) แล้วลืมตา และผีจะมาให้เห็น
5. เมื่อคุณต้องการยุติพิธีให้หลับตากลืนน้ำลายอีกครั้งเป็นอันจบพิธี
*วิธีที่4* "ดีดลูกคิดตอนกลางคืน" (เห็นผี 32 คน)ลูกคิดที่ใช้ดีดให้ดีดอันที่มีรางยาวที่สุดเท่านั้นต้องอยู่คนเดียวเพราะต้องใช้ส
มาธิอย่างมาก
1. ให้ลูกคิดทุกลูกในทุกรางอยู่สุดรางที่หันมาหาตัวเรา
2. ดีดีลูกคิดขึ้นโดยให้ลูกคิดออกจากตัวทีละลูก(ต้องมีสมาธิมากๆ)ไล่ไปตั้งแต่รางแลกไปจ
นรางสุดท้าย
3. ตั้งสมาธิให้ดีอย่างมากแล้วจับรางลูกคิดตั้งขึ้นให้ลูกคิดวิ่งกลับมาที่เดิมในตอนแรก
4. มองรอดช่องรางลูกคิด(รางใดก็ได้)แล้วผีก็จะมาให้เห็น
5. หลังจาการทำเรียบร้อยแล้วให้ทิ้งลูกคิดนั้นทันที *ห้าม*นำกลับมาใช้อีกเป็นเป็นอันขาด
*วิธีที่5* "เอามุ้งคลุมหัวตอนกลางคืน" (เห็นผี 6 คน)
1. เอามุ้งมาครอบหัวไว้ (หลับตาตั้งแต่ก่อนคลุมแล้ว)
2. ท่อง มะ-อะ-อุ 7 ครั้ง (อย่าลืมว่าต้องหลับตา)
3. ลืมตา แล้วผีจะมาให้เห็น
*วิธีที่6* "ใส่เสื้อกลับแล้วนอนห้อยหัว" (เห็นผี 31 คน) ต้องทำคนเดียว
1. ใส่เสื้อโดยการเอาข้างหลังมาอยู่ข้างหน้า(ถ้ามีกระดุมก็เอากระดุมไว้ขางหลังนั่นเอง)
2. นอนลงบนที่นอนที่สูงกว่าพื้นแล้วห้อยหัวลงมอง เหมือนแหงนหน้า
3. แล้วผีจะมาให้เห็น
*วิธีที่7* "แหงนหน้ามองตรงบันได"(เห็นผี 42 คน)- ต้องทำคนเดียว
1. นั่งบนบันไดชั้นบนสุดแล้วลงมาทีละขั้นทั้งที่ยังนั่งอยู่ (ใช้ก้นลงบันได้นั่นเอง)
2. เมื่อถึงขั้นสุดท้ายให้ยังคงนั่งอยู่ที่ขั้นสุดแล้วแล้วจึงแหงนหน้ามองกลับขึ้นไปชั้
นบนสุด
3. แล้วผีจะมาให้เห็น
*วิธีที่8* "สวมพระกลับหลัง"(เห็นผี 28 คน) ต้องทำคนเดียว
1. สวมพระโดยคล้องสร้อยพระไว้ด้านหลัง(ให้เหมือนที่อยู่ด้านหน้าเลย)
2. ยื่นแขนซ้ายออกไปข้าง ๆแล้วทำมุมข้อศอกโดยให้กำปั้นทิ่มลงพื้นและให้ข้อศอกตั้งฉากกับพื้น
3. มองลอดผ่านช่องแขน แล้วจะเห็นผี
Wednesday, August 18, 2010
ตัวกินฝันร้าย
บาคุมีหน้าที่โดยเฉพาะเที่ยวกินฝันคนที่ฝันร้าย บาคุจะมากินฝันร้ายให้เป็นฝันดี
ถ้าคุณฝันร้ายมีคาถาเรียกบาคุมากินฝันร้าย
คาถคาเรียกบาคุมีข้อความดังนี้
บาคุ คุราเอ บาคุ คุราเอ
(บาคุมาเถิดจงมากินฝันร้ายของข้า)
เป็นความเชื่อของคนญี่ปุ่นว่าบาคุจะมากินร้ายให้กลายเป็นดี
ถ้าคุณฝันร้ายมีคาถาเรียกบาคุมากินฝันร้าย
คาถคาเรียกบาคุมีข้อความดังนี้
บาคุ คุราเอ บาคุ คุราเอ
(บาคุมาเถิดจงมากินฝันร้ายของข้า)
เป็นความเชื่อของคนญี่ปุ่นว่าบาคุจะมากินร้ายให้กลายเป็นดี
Tuesday, August 17, 2010
ผี เอแบคบางนา
ต่อเรื่องลึกลับของหอพักเอแบคบางนา(สุวรรณภูมิในปัจจุบัน) ด้วยประสบการณ์จริงของผม และจากเพื่อนๆ
หอชาย
* หอชายชั้น 9 น่าจะห้อง 912 ไม่ก็ 914 ถ้าจำไม่ผิด แต่ห้องต้นๆของชั้นนี่แหล่ะ เป็นห้องของเพื่อนผม ซึ่งผมเคยไปนอนเป็นเพื่อนมันครั้งหนึ่ง เพราะรูมเมทมันไม่ค่อยอยู่(ตอนนี้พวกเราก็ย้ายออกไปหอนอกหมดล่ะคับ)
วันที่ผมขึ้นไปนอนห้องมัน ก็เพราะเพื่อนมันขอร้องให้ไปนอนเป็นเพื่อนหน่อย โดยให้เหตุผลว่ามันเหงา ผมก็ไม่ได้คิดอะไร จึงขึ้นไปนอนเป็นเพื่อนมัน ปกติห้องของหอพักเอแบคจะแบ่งครึ่งห้องด้วยตู้วางหนังสือตรงกลางระหว่างสองเตียง แต่ส่วนใหญ่มักจะเลื่อนเตียงข้ามฟากมานอนด้วยกัน เกือบทุกห้อง ซึ่งห้องเพื่อนผมก็ทำแบบนั้น
ตกดึกประมานเที่ยงคืนถึงตีหนึ่ง ซึ่งผมกับเพื่อนก็หลับไปแล้ว ก็ต้องตื่นขึ้นมาทั้งคู่เพราะได้ยินเสียงคนรูดม่านไปมาในห้อง(ฝั่งตรงข้ามประตูเข้าห้องจะเป็นประตูกระจกออกไปทางระเบียง ซึ่งมีม่านไว้กันแดด) นานพอสมควรแล้วก็เงียบไป ตอนนั้นผมนี่ตัวสั่นไปหมดเลย กลัวมากๆ เพราะไม่ใช่หูฝาดแน่ๆ แต่ผมก็ไม่กล้าเดินไปดูหรอกครับ
อีกซักพักใหญ่ๆ เสียงรูดม่านก็มาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ม่านหน้าต่าง แต่เป็นม่านในห้องน้ำ ซึ่งที่ๆผมกับเพื่อนนอนก็ฝั่งที่ติดกำแพงห้องน้ำนี่แหล่ะ เสียงจึงชัดมากๆ แล้วยังไม่พอ เสียงคนเปิดน้ำในห้องน้ำก็ตามมา จ๊อกๆๆๆ ผมกับเพื่อนก็ไม่เป็นอันนอนกันหล่ะคับ นอนเงียบหลับตาปี๋ตัวสั่นกันทั้งคู่จนถึงเช้าเลย
พอตอนเช้าผมจึงถามเพื่อนว่า นี่ครั้งแรกรึเปล่าที่เคยเจอ มันก็ตอบผมมาว่า กูเจอมาหลายทีแล้วหล่ะ กูถึงไม่ค่อยชอบอยู่ห้องตัวเองไง
ตั้งแต่นั้นมามันก็ย้ายมานอนห้องผมถาวรเลยคับ...
* หอชายชั้น 8 เกี่ยวกับลิฟต์ ฝั่งที่มีแค่ตัวเดียว(ประสบการณ์จากเพื่อน)
หอพักเอแบคนี่จะมีทั้งหมด 12 ชั้น ถ้าไม่ทำลิฟต์ไว้ก็ขาลากกันล่ะ จะมีลิฟต์ทั้งหมด 3 ตัว 2ตัวอยู่ฝั่งตรงข้าม counter รับกุญแจ อีกตัวจะอยู่โดดเดี่ยว ข้างๆของ counter ไอ้ตัวโดดเดี่ยวนี่แหล่ะ ตัวปัญหา
กลางดึกของวันหนึ่ง เพื่อนๆผมที่อยู่ชั้น 8 เค้ายังไม่นอนกัน แล้วก็มีคนหนึ่งจะลงไปซื้อของที่เซเว่น จึงลงไปซื้อกันหมด แต่ขากลับพวกมันก็เล่นกัน โดยแกล้งเพื่อนคนที่ไปซื้อของให้ขึ้นลิฟต์มาไม่ทัน จึงต้องรอขึ้นลิฟต์ตัวใหม่คนเดียว
พวกเพื่อนๆที่ขึ้นมากันแล้วก็รอดูว่าลิฟต์ตัวไหนกำลังขึ้นมา(ตอนนั้นดึกมากแล้ว ไม่ค่อยมีใครใช้ลิฟต์แล้ว) พอมีลิฟต์มาจอดชั้น 8 ปุ๊บ พวกที่อยู่ข้างนอกก็รีบเอามือดันประตูให้ปิดไว้
เพื่อนที่อยู่ข้างในก็พยายามง้างประตูลิฟต์ออก แล้วมีจังหวะนึงที่ประตูลิฟตืแง้มออก คนข้างนอกจึงเห็นว่ามีคนอยู่ข้างในกับเพื่อนคนนั้นด้วย เพื่อนคนนึงจึงบอกคนอื่นว่า พวกมึงเลิกเล่นกันได้ แล้ว มีคนอื่นอยู่ด้วย เสียเวลาเค้า แล้วพวกนั้นจึงปล่อยเพื่อนข้างในออกมา
ปรากฏว่า พอประตูลิฟต์เปิด เพื่อนก็เดินออกมาคนเดียว คนอื่นจึงถามว่า เฮ้ย มึงขึ้นลิฟต์มากะใครวะ เพื่อนคนนั้นก็ตอบกลับมาว่า มากะใครที่ไหนล่ะ กูมาคนเดียว
จบประโยคนั้นทุกคนก็ใส่เกียร์หมากลับห้องตัวเอง แล้วก็ได้ฤกษ์นอนหลับกันซะที
* หอชายชั้น 5 ลูกกรอก (ประสบการณ์จากเพื่อน)
เพื่อนผมเคยเล่าให้ฟังว่า เคยมีรุ่นพี่เอาลูกกรอกมาเลี้ยงในห้องห้องหนึ่งในชั้น 5 แล้วพอพี่เค้าจบไป เค้าลืมเชิญลูกกรอกให้ตามเค้าไปด้วย ปรากฏว่า เคยมีหลายคนบนชั้น 5 เจอเด็กผู้ชายมาวิ่งเล่นในห้องตัวเอง บางทีก็ดึงผ้าห่ม ดึงขา ขึ้นมาขย่มบนตัวบ้าง
* หอชายชั้น 5 ห้อง 519 (ประสบการณ์ตรงของผมเอง) ยาวหน่อยนะครับ หลายเรื่องมาก ทนอ่านนิดนึง
ตอนแรกที่ผมกับเพื่อนจะมานอนหอนี่ กว่าจะได้ห้องก็ต้องวิ่งเต้นกันยกใหญ่ จนสุดท้ายก็ได้ห้องมา ตอนแรกก็ดีใจว่าชั้น 5 โอเค เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องน่ากลัวของชั้น 5 แต่ใครจะไปรู้ว่า ห้องที่ไปอยู่นั้นมีหลายเรื่องทีเดียว
เรื่องแรก อะไรอยู่ในตู้
เจอของดีตั้งแต่วันแรกที่ได้นอนหอเลยครับ
คืนแรกที่เข้ามานอนหอ ตกดึก ประมาน 5ทุ่ม - เที่ยงคืน ผมก็ได้ยินเสียงเคาะดัง ก๊อกๆๆ หลายๆที ออกมาจากตู้หนังสือกลางห้อง ทีแรกก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะนึกว่าเป็นเสียงไม้มันยืดหดตัว(ตามกฏฟิสิกส์ ร้อนขยาย เย็นหด) แต่ต่อมา ก็ได้ยินทุกคืน ผมก็เลยถามเพื่อนดูว่า ตอนกลางคืนมันได้ยินอะไรเปล่า มันก็บอกว่าไม่ได้ยิน(รูมเมทผมไม่ค่อยมีเซนส์) ก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่พักหลังๆมาก็มีเพื่อนมาเล่นมานอนที่ห้องผมบ่อยๆ แล้วทุกคนก็พูดเหมือนกันในตอนเช้าว่า เสียง**อะไรในตู้มึงวะ ผมก็ไม่รู้จะตอบไงดี
นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องน่ากลัวในห้อง 519
เรื่องที่สอง ใครหัวเราะ
เพื่อนของผมที่พักอยู่ห้องชั้น 9(คนที่ห้องมันมีคนมาบริการรูดม่านตอนกลางดึกนั่นแหล่ะ) วันที่ผมกับมันเจอเรื่องบนห้องมัน มันก็ย้าย(อย่างไม่เป็นทางการ)มานอนห้องผมด้วย ส่วนรูมเมทผมก็ย้ายไปนอนห้องเพื่อนคนอื่น เหตุผลก็ตามอ่านไปเรื่องๆแหล่ะคับ เดี๋ยวเข้าใจเอง
วันนั้นก็นั่งเล่นกันจนเกือบๆตีสอง ทีแรกก็เล่นกันอยู่หลายคน พอง่วงก็แยกย้ายกันกลับห้อง เหลือผมกับเพื่อน ไม่นานนักผมก็หลับไป
แล้วจนซักประมานตีสองกว่าๆ เพื่อนผมก็ปลุกผมขึ้นมา แล้วก็ถามว่า มึงหัวเราะรึเปล่า ผมก็งัวเงียๆตอบมันไปว่า กูเปล่า ทำไมเหรอ มันก็เลยบอกว่า เออ กูได้ยินเสียงใครหัวเราะไม่รู้ดังมาจากในตู้ ผมก็เลยตอบไปสั้นๆว่า นอนดีกว่า แล้วก็รีบหลับไปเลย
****จากหัวข้อม.รังสิตพอดีมีคลิปที่ลืมเอาLink,โพสไว้สามารถดูได้เลยน่ะท่าน
เด็กปีศิลปะกรรมปี 3 รุ่นใดรุ่นหนึ่งเมื่อไม่นานนี้ เคยทำโครงถ่ายทำวีดีโอการเรียลลิตี้ลองของในหมู่บ้านเมืองเอก เพื่อส่งอาจารย์เป็นงานปลายภาคแบบเผาๆ โดยทำการถ่ายทำในบ้านร้างที่มีชื่อเสียง3-4แห่ง ทั่วเมืองเอก และบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ในวีดีโอ เรื่องทั้งหมดในวีดีโอเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในคืนนั้น
หอชาย
* หอชายชั้น 9 น่าจะห้อง 912 ไม่ก็ 914 ถ้าจำไม่ผิด แต่ห้องต้นๆของชั้นนี่แหล่ะ เป็นห้องของเพื่อนผม ซึ่งผมเคยไปนอนเป็นเพื่อนมันครั้งหนึ่ง เพราะรูมเมทมันไม่ค่อยอยู่(ตอนนี้พวกเราก็ย้ายออกไปหอนอกหมดล่ะคับ)
วันที่ผมขึ้นไปนอนห้องมัน ก็เพราะเพื่อนมันขอร้องให้ไปนอนเป็นเพื่อนหน่อย โดยให้เหตุผลว่ามันเหงา ผมก็ไม่ได้คิดอะไร จึงขึ้นไปนอนเป็นเพื่อนมัน ปกติห้องของหอพักเอแบคจะแบ่งครึ่งห้องด้วยตู้วางหนังสือตรงกลางระหว่างสองเตียง แต่ส่วนใหญ่มักจะเลื่อนเตียงข้ามฟากมานอนด้วยกัน เกือบทุกห้อง ซึ่งห้องเพื่อนผมก็ทำแบบนั้น
ตกดึกประมานเที่ยงคืนถึงตีหนึ่ง ซึ่งผมกับเพื่อนก็หลับไปแล้ว ก็ต้องตื่นขึ้นมาทั้งคู่เพราะได้ยินเสียงคนรูดม่านไปมาในห้อง(ฝั่งตรงข้ามประตูเข้าห้องจะเป็นประตูกระจกออกไปทางระเบียง ซึ่งมีม่านไว้กันแดด) นานพอสมควรแล้วก็เงียบไป ตอนนั้นผมนี่ตัวสั่นไปหมดเลย กลัวมากๆ เพราะไม่ใช่หูฝาดแน่ๆ แต่ผมก็ไม่กล้าเดินไปดูหรอกครับ
อีกซักพักใหญ่ๆ เสียงรูดม่านก็มาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ม่านหน้าต่าง แต่เป็นม่านในห้องน้ำ ซึ่งที่ๆผมกับเพื่อนนอนก็ฝั่งที่ติดกำแพงห้องน้ำนี่แหล่ะ เสียงจึงชัดมากๆ แล้วยังไม่พอ เสียงคนเปิดน้ำในห้องน้ำก็ตามมา จ๊อกๆๆๆ ผมกับเพื่อนก็ไม่เป็นอันนอนกันหล่ะคับ นอนเงียบหลับตาปี๋ตัวสั่นกันทั้งคู่จนถึงเช้าเลย
พอตอนเช้าผมจึงถามเพื่อนว่า นี่ครั้งแรกรึเปล่าที่เคยเจอ มันก็ตอบผมมาว่า กูเจอมาหลายทีแล้วหล่ะ กูถึงไม่ค่อยชอบอยู่ห้องตัวเองไง
ตั้งแต่นั้นมามันก็ย้ายมานอนห้องผมถาวรเลยคับ...
* หอชายชั้น 8 เกี่ยวกับลิฟต์ ฝั่งที่มีแค่ตัวเดียว(ประสบการณ์จากเพื่อน)
หอพักเอแบคนี่จะมีทั้งหมด 12 ชั้น ถ้าไม่ทำลิฟต์ไว้ก็ขาลากกันล่ะ จะมีลิฟต์ทั้งหมด 3 ตัว 2ตัวอยู่ฝั่งตรงข้าม counter รับกุญแจ อีกตัวจะอยู่โดดเดี่ยว ข้างๆของ counter ไอ้ตัวโดดเดี่ยวนี่แหล่ะ ตัวปัญหา
กลางดึกของวันหนึ่ง เพื่อนๆผมที่อยู่ชั้น 8 เค้ายังไม่นอนกัน แล้วก็มีคนหนึ่งจะลงไปซื้อของที่เซเว่น จึงลงไปซื้อกันหมด แต่ขากลับพวกมันก็เล่นกัน โดยแกล้งเพื่อนคนที่ไปซื้อของให้ขึ้นลิฟต์มาไม่ทัน จึงต้องรอขึ้นลิฟต์ตัวใหม่คนเดียว
พวกเพื่อนๆที่ขึ้นมากันแล้วก็รอดูว่าลิฟต์ตัวไหนกำลังขึ้นมา(ตอนนั้นดึกมากแล้ว ไม่ค่อยมีใครใช้ลิฟต์แล้ว) พอมีลิฟต์มาจอดชั้น 8 ปุ๊บ พวกที่อยู่ข้างนอกก็รีบเอามือดันประตูให้ปิดไว้
เพื่อนที่อยู่ข้างในก็พยายามง้างประตูลิฟต์ออก แล้วมีจังหวะนึงที่ประตูลิฟตืแง้มออก คนข้างนอกจึงเห็นว่ามีคนอยู่ข้างในกับเพื่อนคนนั้นด้วย เพื่อนคนนึงจึงบอกคนอื่นว่า พวกมึงเลิกเล่นกันได้ แล้ว มีคนอื่นอยู่ด้วย เสียเวลาเค้า แล้วพวกนั้นจึงปล่อยเพื่อนข้างในออกมา
ปรากฏว่า พอประตูลิฟต์เปิด เพื่อนก็เดินออกมาคนเดียว คนอื่นจึงถามว่า เฮ้ย มึงขึ้นลิฟต์มากะใครวะ เพื่อนคนนั้นก็ตอบกลับมาว่า มากะใครที่ไหนล่ะ กูมาคนเดียว
จบประโยคนั้นทุกคนก็ใส่เกียร์หมากลับห้องตัวเอง แล้วก็ได้ฤกษ์นอนหลับกันซะที
* หอชายชั้น 5 ลูกกรอก (ประสบการณ์จากเพื่อน)
เพื่อนผมเคยเล่าให้ฟังว่า เคยมีรุ่นพี่เอาลูกกรอกมาเลี้ยงในห้องห้องหนึ่งในชั้น 5 แล้วพอพี่เค้าจบไป เค้าลืมเชิญลูกกรอกให้ตามเค้าไปด้วย ปรากฏว่า เคยมีหลายคนบนชั้น 5 เจอเด็กผู้ชายมาวิ่งเล่นในห้องตัวเอง บางทีก็ดึงผ้าห่ม ดึงขา ขึ้นมาขย่มบนตัวบ้าง
* หอชายชั้น 5 ห้อง 519 (ประสบการณ์ตรงของผมเอง) ยาวหน่อยนะครับ หลายเรื่องมาก ทนอ่านนิดนึง
ตอนแรกที่ผมกับเพื่อนจะมานอนหอนี่ กว่าจะได้ห้องก็ต้องวิ่งเต้นกันยกใหญ่ จนสุดท้ายก็ได้ห้องมา ตอนแรกก็ดีใจว่าชั้น 5 โอเค เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องน่ากลัวของชั้น 5 แต่ใครจะไปรู้ว่า ห้องที่ไปอยู่นั้นมีหลายเรื่องทีเดียว
เรื่องแรก อะไรอยู่ในตู้
เจอของดีตั้งแต่วันแรกที่ได้นอนหอเลยครับ
คืนแรกที่เข้ามานอนหอ ตกดึก ประมาน 5ทุ่ม - เที่ยงคืน ผมก็ได้ยินเสียงเคาะดัง ก๊อกๆๆ หลายๆที ออกมาจากตู้หนังสือกลางห้อง ทีแรกก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะนึกว่าเป็นเสียงไม้มันยืดหดตัว(ตามกฏฟิสิกส์ ร้อนขยาย เย็นหด) แต่ต่อมา ก็ได้ยินทุกคืน ผมก็เลยถามเพื่อนดูว่า ตอนกลางคืนมันได้ยินอะไรเปล่า มันก็บอกว่าไม่ได้ยิน(รูมเมทผมไม่ค่อยมีเซนส์) ก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่พักหลังๆมาก็มีเพื่อนมาเล่นมานอนที่ห้องผมบ่อยๆ แล้วทุกคนก็พูดเหมือนกันในตอนเช้าว่า เสียง**อะไรในตู้มึงวะ ผมก็ไม่รู้จะตอบไงดี
นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องน่ากลัวในห้อง 519
เรื่องที่สอง ใครหัวเราะ
เพื่อนของผมที่พักอยู่ห้องชั้น 9(คนที่ห้องมันมีคนมาบริการรูดม่านตอนกลางดึกนั่นแหล่ะ) วันที่ผมกับมันเจอเรื่องบนห้องมัน มันก็ย้าย(อย่างไม่เป็นทางการ)มานอนห้องผมด้วย ส่วนรูมเมทผมก็ย้ายไปนอนห้องเพื่อนคนอื่น เหตุผลก็ตามอ่านไปเรื่องๆแหล่ะคับ เดี๋ยวเข้าใจเอง
วันนั้นก็นั่งเล่นกันจนเกือบๆตีสอง ทีแรกก็เล่นกันอยู่หลายคน พอง่วงก็แยกย้ายกันกลับห้อง เหลือผมกับเพื่อน ไม่นานนักผมก็หลับไป
แล้วจนซักประมานตีสองกว่าๆ เพื่อนผมก็ปลุกผมขึ้นมา แล้วก็ถามว่า มึงหัวเราะรึเปล่า ผมก็งัวเงียๆตอบมันไปว่า กูเปล่า ทำไมเหรอ มันก็เลยบอกว่า เออ กูได้ยินเสียงใครหัวเราะไม่รู้ดังมาจากในตู้ ผมก็เลยตอบไปสั้นๆว่า นอนดีกว่า แล้วก็รีบหลับไปเลย
****จากหัวข้อม.รังสิตพอดีมีคลิปที่ลืมเอาLink,โพสไว้สามารถดูได้เลยน่ะท่าน
เด็กปีศิลปะกรรมปี 3 รุ่นใดรุ่นหนึ่งเมื่อไม่นานนี้ เคยทำโครงถ่ายทำวีดีโอการเรียลลิตี้ลองของในหมู่บ้านเมืองเอก เพื่อส่งอาจารย์เป็นงานปลายภาคแบบเผาๆ โดยทำการถ่ายทำในบ้านร้างที่มีชื่อเสียง3-4แห่ง ทั่วเมืองเอก และบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ในวีดีโอ เรื่องทั้งหมดในวีดีโอเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในคืนนั้น
ผี ม.อัสสัมชัญ
ม.อัสสัมชัญ(ABAC)
เรื่องลึกลับ
หอ(ใน)ชายของเอแบคบางนา(ตอนนี้เป็น วิทยาเขตสุวรรณภูมิล่ะ) ปิดตายชั้นแปด เนื่องด้วย..
เนื่องด้วยมีคนจีนฆ่าตัวตายในห้องซักห้องหนึ่ง บนชั้น 8 นั่นแหล่ะครับ จึงต้องปิดตายชั้นนั้นหมดเลย และผมได้ข่าวว่าเฮี้ยนมาก
วันหนึ่ง... ที่สนามบอลตรงกลางระหว่างหอชายกับหอหญิง(สนามคิงก์คอร์ท) ก็มีนักศึกษาเตะบอล เล่นบาสกันตามปกติ แล้วก็มีนักศึกษาคนหนึ่งเหลือบไปมองชั้น 8 ของหอพักชาย ปรากฏว่ามีห้องหนึ่งเปิดไฟอยู่ นักศึกษาคนนั้นจึงเดินเข้าไปถามพี่ยามประจำหอพักว่า ไหนบอกว่าปิดตายไปแล้ว ทำไมยังมีคนอยู่อีกล่ะ แม่บ้านไปทำความสะอาดเหรอ
...แล้วนักศึกษาคนนั้นก็ได้รับคำตอบจากพี่ยามว่า ไฟจะเปิดได้ไงครับน้อง ก็เค้าห้ามใครขึ้นไปเลย แม้แต่แม่บ้าน ...พีที่ counter ของหอก็ยืนยันเหมือนกันว่า แม่บ้านก็ห้ามขึ้นค่ะ
... แล้วไอ้ไฟทีเปิดอยู่นั่นมันเปิดได้ไงล่ะนี่
ชั้นหก หอหญิง จะมีห้องไม่ีมีเลขไว้ให้...
หอชายมีทุกชั้นที่ไม่มีเบอร์ห้อง ห้องจะอยู่กลางตึกตงบันไดหนีไฟกลาง เค้าบอกว่าเป็นห้องเจ้าที่ แต่มีบางห้องบางชั้นที่ไม่มีคนอยู่แล้วก็เอาเบอร์ห้องออกออกอันนี้ไม่รู้ทำไม
เรื่องผีผีที่เอแบค
ประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว มีอาจารย์ท่านหนึ่งเสียชีวิต (หัวใจวายเฉียบพัน) อยู่ที่ห้องพักอาจารย์ชั้นหก ตึก C กว่านักการจะมาพบก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่มถึงได้ทําการเคลื่อนย้ายศพออก ตอนนั้น Computer Center อยู่ตึก C ชั้น 10 ถ้าไปถามพวกรุ่นพี่รหัส 34 ลงไปก็น่าจะจําได้
หลังจากนั้นไม่นานเรื่องก็ได้เกิดกับนักศึกษา BBA COM คนหนึ่ง น้องคนนี้ทํ Assignment ที่ห้องคอมอยู่จนกว่าจะเสร็จก็ประมาณสามทุ่ม น้องเขาเดินออกมาลงลิฟคนเดียวจากชั้นสิบ พอลิฟลงมาถึงชั้นหก ลิฟก็เปิด ปรากฏว่า มีผู้ชายคนหนึ่งยืนพิงกําแพงอยู่หน้าลิฟ ก้มหน้ามองพื้ น้องเขาก็กดลิฟคอยแล้วถามว่า จะลงไหม? แต่ไม่มีเสียงตอบจากชายคนนั้น น้องเขาก็รอนิดหน่อย ชายคนั้นก็ไม่มีกริยาใดๆ ก็เลยกดลิฟปิดไป พอลิฟลงมาชั้นห้า ลิฟก็เปิดออกอีก ปรากฎว่าเจอ ผู้ชายคนเดิม ยืนอยู่ในถ้าเดิม ก้มหน้า น้องเขาก็เอะใจ ก็ถามอีกว่าจะลงไหม ก็ไม่ตอบอีก น้องคนนี้ก็เริ่มใจไม่ดี จึงไม่พูดอะไร แล้วกดลิฟปิด
พอลิฟลงมาชั้นสี่ ปรากฎว่าลิฟก็เปิดอีก สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ผู้ชายคนเดิม ยืนอยู่ท่าเดิม แต่คราวนี้ เงยหน้ามาทางน้องที่อยู่ในลิฟท์ แล้วบอกว่า ช่วยด้วย!!!!
ตั้งแต่วันนั้นน้องคนที่อยู่ในลิฟก็ไม่ได้กลับมาเรียนอีกเลยเพราะทาง บ้านต้องนํา ตัวไปบําบัดอาการจิตหลอนทางประสาท อันนี้เป็นเรื่องเล่าของรุ่นก่อนๆครับ ลองไปถามรุ่นพี่ๆ รหัส 31, 32, 33 ได้
................................................................. .............................................
เรื่องที่มีเด็กโดดตึกตายเมื่อปีก่อน
ที่เกิดเหตุน่ะรู้สึกจะเป็นตึกคิวชั้นสิบกว่าๆอ่ะนะ
คนแรกเค้าว่าเด็กกลัวจบไม่พร้อมเพื่อนๆรุ่นเดียวกัน กลุ้มมากเลยโดดตึก ตอนนั้นเราเรียนอยู่ตึกเอสเลยไม่เห็น (โชคดีไป)
แล้วหลังจากนั้นก็มีข่าวออกมาเรื่อยๆถึงความเฮี๊ยนของเจ้าหล่อนอ่ะนะ
หลังจากวันนั้นน่ะนะ เริ่มจากเพื่อนเรา คนนี้ขี้กลัวนิดหน่อยแต่ไม่คิดว่าหล่อนจะออกมากลางวันแสกๆหรอก ก็ชวนเพื่อนไปอีกคน ปรากฏว่า ลิฟมันเปิดที่ชั้นนั้นเองอ่ะ พอเปิดแล้วก็ไม่มีคนอยู่ แล้วก็เหมือนมีลมพัดเข้ามาในลิฟวูบนึง เพื่อนเรากลัวมากเลย คนที่ไม่กลัวก็บอกว่าคงมีคนกดลิฟแล้วขึ้นลิฟอีกตัวไปแล้วมั๊ (ลิฟต์มี2ตัว) แล้วลมมัยพัดมาจากหน้าต่างพอดีมั๊ง แต่ว่า ความจริง .. ตั้งแต่วันที่เค้าโดดตึกน่ะ ทางม.เค้าจะให้ปิดหน้าต่างไว้ตลอดเลยล่ะ แล้วลมมันจะพัดมาจากไหนล่ะ แล้วใครจะมากดลิฟเล่นล่ะ ตั้งแต่มีเรื่องใครๆก็ไม่อยากมาชั้นนี้กันทั้งนั้นแหละ
แล้วก็มีเพื่อนของเพื่อนโดนมาเหมือนกัน คนนี้เค้าไม่ค่อยกลัว ก็ไปขึ้นลิฟคนเดียว ก็ อย่างที่โดนกันบ่อยๆแหละ หยุดที่ชั้นนั้นอีกแล้ว เปิดออกมาก็ไม่มีใครอีก แต่ไฟมันดับๆติดๆเฉยเลย ถามคนที่ชั้นนั้นก็บอกเหมือนกันว่าตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาไฟในห้องก็จะต ิดๆดับๆ บ้างเป็นบางครั้ง แต่แอร์ไม่ดับเป็นแต่ไฟอย่างเดียวอ่ะ เลยตัดปัญหาเรื่องไฟตกไฟเกินไปได้เลย เปิดออกมาไม่มีใครยังดีนะ บางคนเจอหนักๆ เปิดออกมา
เจอเจ้าหล่อนยืนอยู่ตรงหน้าต่างหันหน้ามายิ้มให้ด้วย คนที่เจอบอกว่ากลัวมาก แต่ยังมีสติอยู่เลยคิดว่ารีบกดปิดลิฟดีกว่า ...แต่ทว่า .. กดๆๆ มันก็ไม่ยอมปิดอ่ะ
..แล้ว..แล้ว..หล่อนก็กระโดดลงไปจากหน้าต่างตรงนั้นให้เห็นกะตาเลย
ตึก Q
รู้จักสระว่ายน้ำตรงตึก Eกันบ้างมั้ย เชื่อว่า ไม่น่ารู้จักกัน เพราะเดี๋ยวนี้เค้ากั้นไม่ไห้เดินทะลุไปได้ และสระนั้นตอนนี้ก็เป็นของหมู่บ้านไปแล้ว เรื่องมีอยู่ว่า เมื่องสงกรานต์ซะ 2-3ปีที่แล้ว มีอ.โดดตึก Q ลงมาทะลุหลังคาสระว่ายน้ำพอดี๊ พอดี สระว่ายน้ะนั้นก็โดนปิดไป ซักเดือนกว่าๆ ได้ เพราะต้องปรับปรุงหลังคา เเละเรื่องคดี พวกมูลนิธิ เค้าก็มาเก็บศพไป แต่.......หาลูกตาไม่เจอ1ข้าง เหอๆๆ พอหลังจาสระเปิดก็มีคนไปว่ายน้ำอะก็เจออะไรกลมๆ เท่าผลส้มลอยมา ปรากฏมันคือลูกตาข้างที่หายไปอะ เหอๆๆ หลอนดี ที่รู้เพราะบ้านเพื่อนพี่มันอยู่ตรงสะพอดี๊พอดี และดันเป็นนักว่ายน้ำเลยรู้จักกะคนคุมสระและกูก็หลอน เพราะรถกูจอดตรงนั้นประจำ เหอๆๆ
ตีก E ชั้น 4 ด้านหลังที่ทะลุตึก C จะทีทางด้านด้านหลังที่อยู่หลังห้องน้ำชายหญิง
มองลงไปจะเห็นที่จอดรถที่ไม่มีหลังคาด้านล่าง น่าจะปี 45-46 มีนักศึกษาสาวคณะวิศวะ เครียดเรื่องไรไม่รู้ โดด ลงไปกระแทกเสาไฟฟ้า(ที่อยู่ในลานจอดรถ) (แต่มหาลัยถือว่าตายนอกมหาลัย) ก้เลยปิดเรื่องเงียบ เรื่องผีๆ ไม่รู้ เพราะตูไม่อยากเดินบ่อยๆตอนดึก (ตูก้อเด็กวิวะกว่าจะจบก้อแปดปี)
ที่ตึกหอชาย นอกจากปิด ชั้น 8 แล้ว ยังมีเรื่องของชั้น 4 ด้วย ห้อง 423 ... ลองไปดูที่เค้าเตอร์สิคับ มันจะไม่มีกุญแจ ยิ่งถามผู้ดูแล เค้าจะบ่ายเบี่ยงแล้วไล่ให้ไปไกลๆ จากนั้น ไม่ว่าบุคคลใดที่อยู่ห้องข้างๆ จะได้ยินเสียงแปลกๆจากฝั่งห้องนั้น ยิ่งเปิดเพลงดังเท่าไร เสียงยังดังกว่าอยู่ดี
Monday, August 16, 2010
ผี ม.ศิลปากร
ม.ศิลปากร
ความเชื่อ
* ว่ากันว่า ที่วิทยาเขตเพชรบุรี ห้ามสวด คาถาชินบัญชร
* สาเหตุนึงที่ห้ามไว้ เนื่องจาก ว่ากันว่าที่นี่เคยเป็นป่าช้าเก่า มีสิ่งลี้ลับและวิญญาณอยู่จำนวนมาก เค้าบอกว่าทุกตารางนิ้วเลย @.@
* คาถาชินบัญชรจะอัญเชิญเทพเทวดาลงมา และมาทับที่ที่เค้าเคยอยู่ เค้าก้อจะไม่ยอม
* เล่ากันว่าเคยมีเด็กลองสวดแล้วเกือบส่งโรงพยาบาลไม่ทัน (น่ากลัวอ่า บลื้ววววว)
* แต่อีกกระแสนึง ผู้ใหญ่บางคนก็บอกว่าไม่เป็นอะไร
* อย่างพี่ Help (พี่บุญช่วย) ของไอซีที บอกว่าพี่สวดก่อนนอนทุกคนก็ไม่เป็นอะไร (พี่บุญช่วยดูจะชำนาญเรื่องทางธรรม อิอิ)
* แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ ซึ่งเราก็่ไม่กล้าสวด ฮ่าๆๆ
* มีรุ่นพี่ ICT มาเข้าหอใหม่ๆเคยเปิดคาถาชินบัญชรที่เครื่องคอม แล้วปิดไม่ได้ ปิดโปรแกรมแล้วคาถาก็ไม่หยุดสวด ปิดเครื่องแล้วคาถาก็ยังสวดอยู่ ถอดปลั๊กก็แล้วคาถาก็ไม่ยอมหยุด น่ากลัวจิงๆ...
* ว่ากันว่า อักษรย่อ ชช. น่ากลัวว่ากันเยอะเลย(สำหรับนักศึกษาคณะ ICT โดยเฉพาะออกแบบ อิอิ F)
เรื่องลึกลับ
* ว่ากันว่า ผีดุ ทั้ง ท่าพระ สนามจันทร์ และเพชรบุรีด้วย
* ผีหอพักฝั่งเพชรฯ ที่พบบ่อยที่สุดคือหอซึ่งเป็นหอแรก
* ภายหลังจากที่มีการก่อสร้างหอพักมากขึ้นอีก 5 หอ ผีจึงได้เคลื่อนย้ายกระจายไปตามหอต่างๆ
* น้องต้นไอซีทีเป็นคนมีสัมผัสลึกลับและเคยเจอที่หอ 5 ชั้นล่างสุด มาอำบ่อยมากแต่น้องต้นไม่ค่อยกลัว และผีก็ไม่กลัวน้องต้น (ก็แหง)
* ครั้งหนึ่งน้องต้นเคยสวดมนต์ไป แล้วโดนผีด่าไม่ให้สวด (อึ้งเลย)
* น้องต้นไม่ยอมแพ้ก็เลยด่าผีกลับไป บอกว่ารู้ว่าผีเป็นใครมาจากไหน แล้วไล่ออกไป
* หลังจากนั้นมา ผีตัวนั้นไม่เคยโผล่ที่ห้องน้องต้นอีกเลย แต่ห้องน้องปานที่อยู่ติดห้องน้องต้นกลับเจอผีตัวนั้นแทน
* เคยมีอาจารย์บางท่านเห็นอะไรแว๊บๆ มุดเข้าใต้เตียงจึงก้มไปดู พบคนแก่นอนขดตัวอยู่ด้านล่าง
* เมื่อคิดแล้วว่าเป็นผี อาจารย์จึงตะคอกด่าว่าไป แล้วผีก็รีบหายไปเลย
* จากเหตุการณ์เหล่านี้สรุปผลการทดลองได้ว่า ผีที่ฝั่งเพชรฯ อาจจะกลัวคนตะคอก (รึป่าวไม่รู้นะ) หุๆๆๆ
* ที่หอ 1 กล้องวงจรปิดเคยจับวิญญาณเดินขึ้นหอได้
^
^
ความเชื่อ
* ว่ากันว่า ที่วิทยาเขตเพชรบุรี ห้ามสวด คาถาชินบัญชร
* สาเหตุนึงที่ห้ามไว้ เนื่องจาก ว่ากันว่าที่นี่เคยเป็นป่าช้าเก่า มีสิ่งลี้ลับและวิญญาณอยู่จำนวนมาก เค้าบอกว่าทุกตารางนิ้วเลย @.@
* คาถาชินบัญชรจะอัญเชิญเทพเทวดาลงมา และมาทับที่ที่เค้าเคยอยู่ เค้าก้อจะไม่ยอม
* เล่ากันว่าเคยมีเด็กลองสวดแล้วเกือบส่งโรงพยาบาลไม่ทัน (น่ากลัวอ่า บลื้ววววว)
* แต่อีกกระแสนึง ผู้ใหญ่บางคนก็บอกว่าไม่เป็นอะไร
* อย่างพี่ Help (พี่บุญช่วย) ของไอซีที บอกว่าพี่สวดก่อนนอนทุกคนก็ไม่เป็นอะไร (พี่บุญช่วยดูจะชำนาญเรื่องทางธรรม อิอิ)
* แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ ซึ่งเราก็่ไม่กล้าสวด ฮ่าๆๆ
* มีรุ่นพี่ ICT มาเข้าหอใหม่ๆเคยเปิดคาถาชินบัญชรที่เครื่องคอม แล้วปิดไม่ได้ ปิดโปรแกรมแล้วคาถาก็ไม่หยุดสวด ปิดเครื่องแล้วคาถาก็ยังสวดอยู่ ถอดปลั๊กก็แล้วคาถาก็ไม่ยอมหยุด น่ากลัวจิงๆ...
* ว่ากันว่า อักษรย่อ ชช. น่ากลัวว่ากันเยอะเลย(สำหรับนักศึกษาคณะ ICT โดยเฉพาะออกแบบ อิอิ F)
เรื่องลึกลับ
* ว่ากันว่า ผีดุ ทั้ง ท่าพระ สนามจันทร์ และเพชรบุรีด้วย
* ผีหอพักฝั่งเพชรฯ ที่พบบ่อยที่สุดคือหอซึ่งเป็นหอแรก
* ภายหลังจากที่มีการก่อสร้างหอพักมากขึ้นอีก 5 หอ ผีจึงได้เคลื่อนย้ายกระจายไปตามหอต่างๆ
* น้องต้นไอซีทีเป็นคนมีสัมผัสลึกลับและเคยเจอที่หอ 5 ชั้นล่างสุด มาอำบ่อยมากแต่น้องต้นไม่ค่อยกลัว และผีก็ไม่กลัวน้องต้น (ก็แหง)
* ครั้งหนึ่งน้องต้นเคยสวดมนต์ไป แล้วโดนผีด่าไม่ให้สวด (อึ้งเลย)
* น้องต้นไม่ยอมแพ้ก็เลยด่าผีกลับไป บอกว่ารู้ว่าผีเป็นใครมาจากไหน แล้วไล่ออกไป
* หลังจากนั้นมา ผีตัวนั้นไม่เคยโผล่ที่ห้องน้องต้นอีกเลย แต่ห้องน้องปานที่อยู่ติดห้องน้องต้นกลับเจอผีตัวนั้นแทน
* เคยมีอาจารย์บางท่านเห็นอะไรแว๊บๆ มุดเข้าใต้เตียงจึงก้มไปดู พบคนแก่นอนขดตัวอยู่ด้านล่าง
* เมื่อคิดแล้วว่าเป็นผี อาจารย์จึงตะคอกด่าว่าไป แล้วผีก็รีบหายไปเลย
* จากเหตุการณ์เหล่านี้สรุปผลการทดลองได้ว่า ผีที่ฝั่งเพชรฯ อาจจะกลัวคนตะคอก (รึป่าวไม่รู้นะ) หุๆๆๆ
* ที่หอ 1 กล้องวงจรปิดเคยจับวิญญาณเดินขึ้นหอได้
^
^
Sunday, August 15, 2010
ผี ม.สงขลา
สงขลานครินทร์ที่ปัตตานี หรือ มอ. เป็นมหาวิทยาลัยติดทะเล แต่เป็นทะเลโคลน รุ่นพี่จะพยายามบอกรุ่นน้องต่อ ๆ กันมาว่า จะมีอยู่คืนหนึ่ง ซึ่งเป็นคืนที่ทหารญี่ปุ่นบุกขึ้นประเทศไทย แล้วสู้รบกับชาวบ้านจนเสียชีวิตมากมาย ตอนดึกจะมีกองทัพทหารญี่ปุ่นมาสวนสนามภายในมหาวิทยาลัย เอาเข้าจริงไม่มีอะไร
หอพักภายในมหาวิทยาลัยสร้างมาตั้งแต่แรกสร้างมหาวิทยาลัย คือตั้งแต่ปี 2509 รุ่นพี่ก็สร้างตำนานความเชื่อหลอกรุ่นน้องสารพัด บ้างก็ว่ามีผีแม่บ้านมายืนซักผ้าตอนดึก บ้างก็ว่ามีห้องนึงทาสีชมพู ผีดุมาก แต่ก็เห็นอยู่กันได้ไม่มีปัญหาอะไร
หอพักนักศึกษาหญิงก็โจษจันกันว่าตอนว้ากน้อง มีอยู่คนนึงนั่งอยู่ปลายสุด ตรงที่มืด ๆ พอรุ่นพี่ถามว่าใคร ก็จะหายทะลุไปในกระจก เอาเข้าจริงก็ไม่มีใครยืนยัน
ไอ้เรื่องที่ว่ายังไม่ได้เป็นบัณฑิตแล้วลองใส่ชุดบัณฑิตแล้วจะไม่จบ ไม่ได้รับปริญญา ก็เหลวไหล เห็นมีคนลองใส่เล่นสนุก ๆ มันก็จบรับปริญญากัน
Friday, August 13, 2010
ผี ม.นเรศวร
ม.นเรศวร
ความเชื่อ
* เคยมีน้องนิสิตปีหนึ่งจำนวนหนึ่ง ถูกหลอกให้ยกมือไหว้ตู้เอทีเอ็มหน้าตึกมิ่งขวัญมาแล้ว โดยรุ่นพี่อ้างว่าเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์
เรื่องลึกลับ
* หอในหลังใหม่เคยมีคนเจอผีมาแล้ว ตอนช่วงที่หอเปิดใหม่ๆ
* มีคนเคยอ้างว่าเคยพบเห็นชายชุดขาวบริเวณศาลแถวอ่างเก็บน้ำ
* มีเรื่องเล่าจากรุ่นพี่ว่าในวันบวงสรวงมีน้องคณะพยาบาลเป็นลมเพราะเห็นกองทัพสมัยโบราณเดินทัพลอยมาอยู่บนฟ้า
* หอพักนิสิตหลังใหม่ฝั่งอ่างเก็บน้ำสร้างทับบริเวณที่เคยมีต้นไทรเก่าแก่ประจำมหาวิทยาลัย
* มีคำบอกเล่าจาก อ.คณะวิทย์ ว่าหลังจากที่มียามมอนอถูกแทงตายเพราะทะเลาะกัน ก็มีการจับภาพวิญญาณไว้ได้ในกล้องวงจรปิดของคณะวิทย์ และยามคนนี้ยังได้ไปเยี่ยมเยียนนิสิตบางส่วนที่ชอบอยู่ดึกๆในตึกวิทย์ด้วย (บรื๋อ)
* หลายคนแปลกใจเวลานั่งรถไฟฟ้าไปกับเด็กแพทย์ และเด็กเทคนิคการแพทย์จะพบว่าเขายกมือไหว้ตึกหลังคาสีแดงๆตั้งอยู่ใกล้ประตู 3 สอบถามมาได้ความว่าเป็นตึกที่ใช้เก็บอาจารย์ใหญ่ของพวกเค้าแหละ
* ถนนเส้นหน้าคณะแพทย์ยังคงเป็นถนนที่มีเรื่องลึกลับมากที่สุดในมอ มีคนเคยโดนกระโดดซ้อนท้ายกลางทาง โดนคนวิ่งไล่แถวหน้าคณะแพทย์ พอขับพ้นบริเวณนั้นคนที่วิ่งไล่ก็หายไป
* ตอนกลางดึก ราวปี 45 มีเด็กปี 1 ขี่มอเตอร์ไซค์ย้อนเข็มนาฬิกาวนรอบตึกแพทย์ครบ 3 รอบโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะลืมของ พอครบรอบที่ 3 เจอกลุ่มคนชุดขาวออกันเต็มถนนไปหมด และหายไปดื้อๆ เดี๋ยวนี้เลยบังคับรถวิ่งทางเดียว (ตามเข็ม) ไปแล้ว
* หากผ่านคณะเภสัชตอนกลางคืน อย่ามองขึ้นไปบนตึก 4
* หอใหม่ที่นิสิตปีหนึ่งอยู่ก้อน่ากลัวไม่แพ้กัน เคยมีคนเจอตั้งแต่โดนผีอำ เห็นคนมานั่งที่โต๊ะ เห็นคนนั่งอยู่บนตู้เสื้อผ้าแล้วกระโดดลงมาทับ เสียงเด็กวิ่งเล่น เสียงเด็กร้องไห้ และมีข่าวว่าสมัยตอนก่อสร้างหอนั้นมีลูกคนงานที่นำมาทำงานด้วยตกเตียงคอหัก ตาย
* หอหญิง 7 (หอเก่า) ชั้น 2 ห้องติดบันได เจ้าของห้องตอนนั้นเจอผีหัวขาด และขอย้ายออกทันที
* หลายคนที่โดนหลอกแถวๆตึกแพทย์ ก็ไม่น่าแปลกใจอีกต่อไป เพราะก่อนที่จะสร้างตึก QS บริเวณด้านหลังตึกแพทย์จะมีอาคารเก็บอาจารย์ใหญ่อยู่ที่นั้น เมื่อตึกQSสร้างขึ้นจึงย้ายไปอยู่ใกล้ประตู3แทน
* เมื่อ2-3ปีที่ผ่านมา มีเรื่องเล่าว่าที่ตึก QS มีลูกสาวของแม่บ้านทำความสะอาดถูกไฟฟ้าช็อตตายขณะไปช่วยแม่ทำงาน แต่อยู่ตรงบริเวณไหนของตึกนั้นไม่ทราบเหมือนกัน
* หอใน ตึก 14 ชั้น 3 ไม่ค่อยมีคนอยู่ แต่มีอย่างอื่นอยู่ *-* ..เด็กหอ '51
ม.บูรพา
ความเชื่อ
* นิสิตปี 1 เกือบทุกคนต้องสักการะจักรยานคู่ของพี่บัว
* สระบัวหน้าคณะศึกษา(ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสระมรกตไปแล้ว) คนที่เป็นแฟนกันไปลอยกระทงด้วยกันจะเลิกกัน
* เด็กปี 1 ทุกคนจะต้องวิ่งลงจากเขาสามมุกมาจนถึงมหาลัย ซึ่งจะเรียกว่าวิ่ง 8 กรกฎ ครับ วิ่งทุกวันที่ 8 กรกฏาคม เมื่อถึงเส้นชัยแล้วต้องเหยียบคำว่า"เส้นชัย" ด้วย
* มันเป็นวันที่ เด็ก วิทกีฬา จะทำการโชว์ พาว และ เมื่อถึงเส้น ชัย มัน จะชอบไปยืน ขวาง แถวๆ ตัว A ไม่ให้คนอื่นเหยียบ
* เวลา มี สาวสวยๆ มันจะชอบไป ดัก ขอ เบอร์ หน้าเส้นชัย (มันเป็นเอามากมายเลยนะครับ)
* วันเเข่งกีฬาขึ้นแสตนด์เชียร์ คนที่เป็นมือกลองของคณะสาธาณสุข ต้องระวังโดนอาถรรพ์ถูกรีไทร์
* จากข้อความข้างบน คนที่เป็นมือกลองของคณะวิทยาศาสตร์ ก็รับผลไปด้วยเช่นกันครับ
* สา'สุข รับน้องต้องมีผีทุกปี ไม่งั้นผิดคอนเซ็บ (เปลี่ยนมั่งก็ดีนะ)
* ว่ากันว่าเด็กคณะศึกษาน่ารักมากๆ จนเด็กวิดวะลาดกระบังหลง มีอะไรดีอะเป่า ปัจจุบันเป็นผู้นำนิสิคตำแหน่งสูงงงงงงงของม.บู และแน่นอนว่าเด็กลาดกระบังก็หายตัวไปแล้ว(อ้าว)
* เด็กลาดกระบัง ยังไม่ไปใหนหรอกครับ แง้ว (*_*)&(-_-)###############ว่าแต่ว่าเด็กคณะศึกษาน่ารักจริงเปล่าคร๊าย (ผมเชื่อนะ)
* เด็กศึกษาน่ารักจริงค่ะ โดยเฉพาะเอกสังคม ขอบอก ขอบอก
* จริงคับผมเชื่อ เพราะผมแอบปลื้มเด็กศึกษา เอกสังคมอยู่ครับ น่ารักมาก เห็นแล้วใจละลาย (เด็กวิดกีฬา ขอคอนเฟอม)
* มีคนบอกมาว่าร้อยละ 80 ของผู้ชายในคณะมะนุด เป็นเกย์ (เจอกะตัวมาแล้ว สยองสุดๆ)
เรื่องลึกลับ
* เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ที่ สระน้ำสวนนัน สระบัว หรือ สระต่างๆภายใน ม.คือ ได้เกิด ปรากฎการณ์น้ำเปลียนสี (สีมรกต)
* QS 2 มีห้องซ้อมดนตรีไทย จะบรรเลงเฉพาะตอนกลางคืนหลังสี่ทุ่มเท่านั้น อยากเจอให้เดินมาจากตึกสาสุข -SC-SD-หอสมุด-แล้วลองหยุดฟังหน้าQS2
* ตึก SD มีลิฟต์ตัวนึงมีผีด้วย คือลิฟท์จะเปิดเอง แล้วถ้าลิฟท์เปิดเอง ให้หลีกทางให้เขาเข้ามาด้วย แต่ถ้าขี้เกียจให้บอกว่า "เต็มแล้ว รอไปเที่ยวหน้านะคะ" จะได้ผลพอๆกัน
* มีคนเคย ใช้ ลิฟต์ ตัว ทางซ้าย แล้ว กด ชั้น 5 แต่ยังไงลิฟต์ก็ยังมาเปิดที่ ชั้น3 และ ขาลงก็เช่นกัน
* ลิฟต์ตัวนิ้ ช่วง วัน จันทร์ ตอน เช้า และ บ่าย จะค้างบ่อยเพื่อ ความปลอยภัย ใช้บันได แทน นะคับ
* ลิฟท์ มันเสียเว๊ย เีสียค่าเทอมก็แพง ทำไมไม่ซ่อมลิฟท์ น้าาาาาาาาาาาาาาาา
* เอางบไปสร้าง สร้างตึกใหม่ ไว กว่า ซ่อม ลิฟท์ มากมาย
* หอ3 (หอชาย) ห้อง 306 พี่หอบอกว่ามีคนผูกคอตายในตู้เสื้อผ้า ห้องนั้นมีผีจริงๆนะ
* หอ14 (หอหญิง) ห้อง 303 เคยมีคนเล่นผีถ้วยแก้วแล้วโดนผีสิง
* หอ14และ15ต้องทำบญหอและเปิดให้ผู้ชายไปช่วยทำบุญทุกปี ไม่งั้นจะ..มีเรื่อง เมื่อปี47ชั้น4-5โดนกันมาแล้วววว
* หอ 14 ห้อง 302 เคยมีคนเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยสีแดงและสีเขียวเดินอยู่ในห้อง
* หอ14 ห้อง 417 ขาเตียงหลังหนึ่งมีสายสิญจน์ผูกไว้
o จริงๆ หอนั้นเดิมเคยเป็นหอชาย เปิดใช้ครั้งแรกปี 41 เราอยู่หอนั้นด้วย ห้องที่มีคนถูกผีเข้าจริงๆ คือ 309 ตะหาก
o อีกห้องที่เฮี้ยนพอกัน ห้อง 206 (ตอนเราอยู่ ให้อยู่กันห้องละ 6 คน) คนอยู่ห้องนั้นเป็นใหญ่เป็นโตกันหมด มีประธานเอก 4 คน อีกคนเป็นประธานชั้นปีมะสัง ส่วนอีกคนจำไม่ได้ แต่ 1 ใน 6 ตายตอนปี 1 (ตอนนี้ยังคงวนเวียนอยู่แถวๆ นั้น) อีกคนไม่แน่ใจว่าตายมั้ย ส่วนอีกคนประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้ยังไม่หายเอ๋อเลย (ประธานเอกเราเองแหละ)
* ตึก B100 (ตอนนี้คือตึกพาณิชยนาวี ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวิทยาลัยการขนส่งและโลจิสติกส์) เป็นที่เลื่องลือว่ามีผี
o B100 ไม่ได้ลือว่ามีผี แต่เป็นศุนย์รวมจิตใจของชาว วิทยา เมื่อก่อนทุกกิจกรรม ต้องไปทำที่ B100 น่ะ
* ตึกมนุษย์ฯมีสาวสไบเขียว แต่ตึกสาธารณสุข มีสาวกิโมโนสีขาวครับ
* ที่ไหนสักแห่งนึงในม.บู เคยเป็นที่ฝังศพทหารที่ตายในสงครามคร้าบ..
* เด็กเทคโนการศึกษาส่วนใหญ่ จะเรียนอังกฤษ2รอบ
* หอ14เหี้ยนสุดต้องชั้น 5 ห้อง 50...มีคนตายเพราะโรคหัวใจ และ ยังเคยมีผีผู้ชายมาเรียกตอนดึกๆ อันนี้ขอคอนเฟิมว่าจริง จากพี่หอชั้น5
* ว่ากันว่าที่จริงเป็น หอ 3 ต่างหาก ห้อง 310 มีคู่เกย์ทะเลาะกันและตายในห้องเมื่อ10ปีที่แล้ว ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ ไม่มีใครอยู่ห้องมา 2 ปีแล้ว- โดยผู้ที่อยู่ห้อง308
* กว่า 80 เปอร์เซ็นของ นิสิตที่ถูกไทร์ ติดโปร หรือซิ่ว จากคณะวิทยาศาสตร์ จะเป็นเด็กที่ช่วยงานสโมสรนิสิต
* เด็กคณะศึกษา..มีความเชื่อว่าห้ามเดินลอดป้าย ไม่อย่างนั้นจะเรียนไม่จบ ไม่รู้ว่าเกี่ยวไรกัน
o เค้าบอกว่าจะขึ้นคานต่างหากล่ะ
* ตึก Qs1 ถ้าอยากจะลองของในตอนกลางคืนให้ไปที่บันไดต่างระดับที่ก่อนขึ้นตึก หันหลังให้ตัวตึกแล้วเดินนับ 13 ก้าว ค่อยๆมองขึ้นไปทางซ้ายมือ ปลายสายตาให้มองที่ดาดฟ้า จะเห็นเป็นเงาคนตะคุ่มชัดมาก เฮี้ยนขนาดรับรองว่าเห็นทุกคน เด็กซิกัมเราไปลองมาแล้ว ขอขนานนามว่า ผีจานดาวเทียม -*-...
* รู้ไหมว่าในเวลากลางคืนมักจะมีผี 2 หัว ที่ สวนนัน
o แล้วมันจะรวมกันเป็นหัวเดียวป่ะ...
o สงสัยหัวเราละมัง เพราะชอบไปนั่งสวน นันช่วง ตี1ตี2เวลา อกหักนะ เอิ้กๆ
* ที่ตึกคณะศึกษาศาสตร์ QS1 เค้าเล่าว่าตอนเที่ยงคืน หากไปยืนอยู่ช่องว่าระหว่าบันได ชั้นล่าง ถ้ามองขึ้นไปตามช่อง จะเห็นผู้ชายยืนอยู่ชั้นบนสุด ก้มหัวลงมามองเรา จากนั้น หัวก็จะหลุดร่วงลงมา
ความเชื่อ
* เคยมีน้องนิสิตปีหนึ่งจำนวนหนึ่ง ถูกหลอกให้ยกมือไหว้ตู้เอทีเอ็มหน้าตึกมิ่งขวัญมาแล้ว โดยรุ่นพี่อ้างว่าเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์
เรื่องลึกลับ
* หอในหลังใหม่เคยมีคนเจอผีมาแล้ว ตอนช่วงที่หอเปิดใหม่ๆ
* มีคนเคยอ้างว่าเคยพบเห็นชายชุดขาวบริเวณศาลแถวอ่างเก็บน้ำ
* มีเรื่องเล่าจากรุ่นพี่ว่าในวันบวงสรวงมีน้องคณะพยาบาลเป็นลมเพราะเห็นกองทัพสมัยโบราณเดินทัพลอยมาอยู่บนฟ้า
* หอพักนิสิตหลังใหม่ฝั่งอ่างเก็บน้ำสร้างทับบริเวณที่เคยมีต้นไทรเก่าแก่ประจำมหาวิทยาลัย
* มีคำบอกเล่าจาก อ.คณะวิทย์ ว่าหลังจากที่มียามมอนอถูกแทงตายเพราะทะเลาะกัน ก็มีการจับภาพวิญญาณไว้ได้ในกล้องวงจรปิดของคณะวิทย์ และยามคนนี้ยังได้ไปเยี่ยมเยียนนิสิตบางส่วนที่ชอบอยู่ดึกๆในตึกวิทย์ด้วย (บรื๋อ)
* หลายคนแปลกใจเวลานั่งรถไฟฟ้าไปกับเด็กแพทย์ และเด็กเทคนิคการแพทย์จะพบว่าเขายกมือไหว้ตึกหลังคาสีแดงๆตั้งอยู่ใกล้ประตู 3 สอบถามมาได้ความว่าเป็นตึกที่ใช้เก็บอาจารย์ใหญ่ของพวกเค้าแหละ
* ถนนเส้นหน้าคณะแพทย์ยังคงเป็นถนนที่มีเรื่องลึกลับมากที่สุดในมอ มีคนเคยโดนกระโดดซ้อนท้ายกลางทาง โดนคนวิ่งไล่แถวหน้าคณะแพทย์ พอขับพ้นบริเวณนั้นคนที่วิ่งไล่ก็หายไป
* ตอนกลางดึก ราวปี 45 มีเด็กปี 1 ขี่มอเตอร์ไซค์ย้อนเข็มนาฬิกาวนรอบตึกแพทย์ครบ 3 รอบโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะลืมของ พอครบรอบที่ 3 เจอกลุ่มคนชุดขาวออกันเต็มถนนไปหมด และหายไปดื้อๆ เดี๋ยวนี้เลยบังคับรถวิ่งทางเดียว (ตามเข็ม) ไปแล้ว
* หากผ่านคณะเภสัชตอนกลางคืน อย่ามองขึ้นไปบนตึก 4
* หอใหม่ที่นิสิตปีหนึ่งอยู่ก้อน่ากลัวไม่แพ้กัน เคยมีคนเจอตั้งแต่โดนผีอำ เห็นคนมานั่งที่โต๊ะ เห็นคนนั่งอยู่บนตู้เสื้อผ้าแล้วกระโดดลงมาทับ เสียงเด็กวิ่งเล่น เสียงเด็กร้องไห้ และมีข่าวว่าสมัยตอนก่อสร้างหอนั้นมีลูกคนงานที่นำมาทำงานด้วยตกเตียงคอหัก ตาย
* หอหญิง 7 (หอเก่า) ชั้น 2 ห้องติดบันได เจ้าของห้องตอนนั้นเจอผีหัวขาด และขอย้ายออกทันที
* หลายคนที่โดนหลอกแถวๆตึกแพทย์ ก็ไม่น่าแปลกใจอีกต่อไป เพราะก่อนที่จะสร้างตึก QS บริเวณด้านหลังตึกแพทย์จะมีอาคารเก็บอาจารย์ใหญ่อยู่ที่นั้น เมื่อตึกQSสร้างขึ้นจึงย้ายไปอยู่ใกล้ประตู3แทน
* เมื่อ2-3ปีที่ผ่านมา มีเรื่องเล่าว่าที่ตึก QS มีลูกสาวของแม่บ้านทำความสะอาดถูกไฟฟ้าช็อตตายขณะไปช่วยแม่ทำงาน แต่อยู่ตรงบริเวณไหนของตึกนั้นไม่ทราบเหมือนกัน
* หอใน ตึก 14 ชั้น 3 ไม่ค่อยมีคนอยู่ แต่มีอย่างอื่นอยู่ *-* ..เด็กหอ '51
ม.บูรพา
ความเชื่อ
* นิสิตปี 1 เกือบทุกคนต้องสักการะจักรยานคู่ของพี่บัว
* สระบัวหน้าคณะศึกษา(ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสระมรกตไปแล้ว) คนที่เป็นแฟนกันไปลอยกระทงด้วยกันจะเลิกกัน
* เด็กปี 1 ทุกคนจะต้องวิ่งลงจากเขาสามมุกมาจนถึงมหาลัย ซึ่งจะเรียกว่าวิ่ง 8 กรกฎ ครับ วิ่งทุกวันที่ 8 กรกฏาคม เมื่อถึงเส้นชัยแล้วต้องเหยียบคำว่า"เส้นชัย" ด้วย
* มันเป็นวันที่ เด็ก วิทกีฬา จะทำการโชว์ พาว และ เมื่อถึงเส้น ชัย มัน จะชอบไปยืน ขวาง แถวๆ ตัว A ไม่ให้คนอื่นเหยียบ
* เวลา มี สาวสวยๆ มันจะชอบไป ดัก ขอ เบอร์ หน้าเส้นชัย (มันเป็นเอามากมายเลยนะครับ)
* วันเเข่งกีฬาขึ้นแสตนด์เชียร์ คนที่เป็นมือกลองของคณะสาธาณสุข ต้องระวังโดนอาถรรพ์ถูกรีไทร์
* จากข้อความข้างบน คนที่เป็นมือกลองของคณะวิทยาศาสตร์ ก็รับผลไปด้วยเช่นกันครับ
* สา'สุข รับน้องต้องมีผีทุกปี ไม่งั้นผิดคอนเซ็บ (เปลี่ยนมั่งก็ดีนะ)
* ว่ากันว่าเด็กคณะศึกษาน่ารักมากๆ จนเด็กวิดวะลาดกระบังหลง มีอะไรดีอะเป่า ปัจจุบันเป็นผู้นำนิสิคตำแหน่งสูงงงงงงงของม.บู และแน่นอนว่าเด็กลาดกระบังก็หายตัวไปแล้ว(อ้าว)
* เด็กลาดกระบัง ยังไม่ไปใหนหรอกครับ แง้ว (*_*)&(-_-)###############ว่าแต่ว่าเด็กคณะศึกษาน่ารักจริงเปล่าคร๊าย (ผมเชื่อนะ)
* เด็กศึกษาน่ารักจริงค่ะ โดยเฉพาะเอกสังคม ขอบอก ขอบอก
* จริงคับผมเชื่อ เพราะผมแอบปลื้มเด็กศึกษา เอกสังคมอยู่ครับ น่ารักมาก เห็นแล้วใจละลาย (เด็กวิดกีฬา ขอคอนเฟอม)
* มีคนบอกมาว่าร้อยละ 80 ของผู้ชายในคณะมะนุด เป็นเกย์ (เจอกะตัวมาแล้ว สยองสุดๆ)
เรื่องลึกลับ
* เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ที่ สระน้ำสวนนัน สระบัว หรือ สระต่างๆภายใน ม.คือ ได้เกิด ปรากฎการณ์น้ำเปลียนสี (สีมรกต)
* QS 2 มีห้องซ้อมดนตรีไทย จะบรรเลงเฉพาะตอนกลางคืนหลังสี่ทุ่มเท่านั้น อยากเจอให้เดินมาจากตึกสาสุข -SC-SD-หอสมุด-แล้วลองหยุดฟังหน้าQS2
* ตึก SD มีลิฟต์ตัวนึงมีผีด้วย คือลิฟท์จะเปิดเอง แล้วถ้าลิฟท์เปิดเอง ให้หลีกทางให้เขาเข้ามาด้วย แต่ถ้าขี้เกียจให้บอกว่า "เต็มแล้ว รอไปเที่ยวหน้านะคะ" จะได้ผลพอๆกัน
* มีคนเคย ใช้ ลิฟต์ ตัว ทางซ้าย แล้ว กด ชั้น 5 แต่ยังไงลิฟต์ก็ยังมาเปิดที่ ชั้น3 และ ขาลงก็เช่นกัน
* ลิฟต์ตัวนิ้ ช่วง วัน จันทร์ ตอน เช้า และ บ่าย จะค้างบ่อยเพื่อ ความปลอยภัย ใช้บันได แทน นะคับ
* ลิฟท์ มันเสียเว๊ย เีสียค่าเทอมก็แพง ทำไมไม่ซ่อมลิฟท์ น้าาาาาาาาาาาาาาาา
* เอางบไปสร้าง สร้างตึกใหม่ ไว กว่า ซ่อม ลิฟท์ มากมาย
* หอ3 (หอชาย) ห้อง 306 พี่หอบอกว่ามีคนผูกคอตายในตู้เสื้อผ้า ห้องนั้นมีผีจริงๆนะ
* หอ14 (หอหญิง) ห้อง 303 เคยมีคนเล่นผีถ้วยแก้วแล้วโดนผีสิง
* หอ14และ15ต้องทำบญหอและเปิดให้ผู้ชายไปช่วยทำบุญทุกปี ไม่งั้นจะ..มีเรื่อง เมื่อปี47ชั้น4-5โดนกันมาแล้วววว
* หอ 14 ห้อง 302 เคยมีคนเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยสีแดงและสีเขียวเดินอยู่ในห้อง
* หอ14 ห้อง 417 ขาเตียงหลังหนึ่งมีสายสิญจน์ผูกไว้
o จริงๆ หอนั้นเดิมเคยเป็นหอชาย เปิดใช้ครั้งแรกปี 41 เราอยู่หอนั้นด้วย ห้องที่มีคนถูกผีเข้าจริงๆ คือ 309 ตะหาก
o อีกห้องที่เฮี้ยนพอกัน ห้อง 206 (ตอนเราอยู่ ให้อยู่กันห้องละ 6 คน) คนอยู่ห้องนั้นเป็นใหญ่เป็นโตกันหมด มีประธานเอก 4 คน อีกคนเป็นประธานชั้นปีมะสัง ส่วนอีกคนจำไม่ได้ แต่ 1 ใน 6 ตายตอนปี 1 (ตอนนี้ยังคงวนเวียนอยู่แถวๆ นั้น) อีกคนไม่แน่ใจว่าตายมั้ย ส่วนอีกคนประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้ยังไม่หายเอ๋อเลย (ประธานเอกเราเองแหละ)
* ตึก B100 (ตอนนี้คือตึกพาณิชยนาวี ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวิทยาลัยการขนส่งและโลจิสติกส์) เป็นที่เลื่องลือว่ามีผี
o B100 ไม่ได้ลือว่ามีผี แต่เป็นศุนย์รวมจิตใจของชาว วิทยา เมื่อก่อนทุกกิจกรรม ต้องไปทำที่ B100 น่ะ
* ตึกมนุษย์ฯมีสาวสไบเขียว แต่ตึกสาธารณสุข มีสาวกิโมโนสีขาวครับ
* ที่ไหนสักแห่งนึงในม.บู เคยเป็นที่ฝังศพทหารที่ตายในสงครามคร้าบ..
* เด็กเทคโนการศึกษาส่วนใหญ่ จะเรียนอังกฤษ2รอบ
* หอ14เหี้ยนสุดต้องชั้น 5 ห้อง 50...มีคนตายเพราะโรคหัวใจ และ ยังเคยมีผีผู้ชายมาเรียกตอนดึกๆ อันนี้ขอคอนเฟิมว่าจริง จากพี่หอชั้น5
* ว่ากันว่าที่จริงเป็น หอ 3 ต่างหาก ห้อง 310 มีคู่เกย์ทะเลาะกันและตายในห้องเมื่อ10ปีที่แล้ว ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ ไม่มีใครอยู่ห้องมา 2 ปีแล้ว- โดยผู้ที่อยู่ห้อง308
* กว่า 80 เปอร์เซ็นของ นิสิตที่ถูกไทร์ ติดโปร หรือซิ่ว จากคณะวิทยาศาสตร์ จะเป็นเด็กที่ช่วยงานสโมสรนิสิต
* เด็กคณะศึกษา..มีความเชื่อว่าห้ามเดินลอดป้าย ไม่อย่างนั้นจะเรียนไม่จบ ไม่รู้ว่าเกี่ยวไรกัน
o เค้าบอกว่าจะขึ้นคานต่างหากล่ะ
* ตึก Qs1 ถ้าอยากจะลองของในตอนกลางคืนให้ไปที่บันไดต่างระดับที่ก่อนขึ้นตึก หันหลังให้ตัวตึกแล้วเดินนับ 13 ก้าว ค่อยๆมองขึ้นไปทางซ้ายมือ ปลายสายตาให้มองที่ดาดฟ้า จะเห็นเป็นเงาคนตะคุ่มชัดมาก เฮี้ยนขนาดรับรองว่าเห็นทุกคน เด็กซิกัมเราไปลองมาแล้ว ขอขนานนามว่า ผีจานดาวเทียม -*-...
* รู้ไหมว่าในเวลากลางคืนมักจะมีผี 2 หัว ที่ สวนนัน
o แล้วมันจะรวมกันเป็นหัวเดียวป่ะ...
o สงสัยหัวเราละมัง เพราะชอบไปนั่งสวน นันช่วง ตี1ตี2เวลา อกหักนะ เอิ้กๆ
* ที่ตึกคณะศึกษาศาสตร์ QS1 เค้าเล่าว่าตอนเที่ยงคืน หากไปยืนอยู่ช่องว่าระหว่าบันได ชั้นล่าง ถ้ามองขึ้นไปตามช่อง จะเห็นผู้ชายยืนอยู่ชั้นบนสุด ก้มหัวลงมามองเรา จากนั้น หัวก็จะหลุดร่วงลงมา
ผี ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ
ม.ศรีนครินทรวิโรฒ
ความเชื่อ
* มีความเชื่อว่าถ้าใครท่องกลอนที่อนุสรณ์หม่อมหลวงปิ่นไม่จบ จะทำให้เรียนไม่จบซะงั้น
* เด็ก มศว สวยที่สุดในประเทศไทย( ไม่จิง ไม่เคยเจอ)
* ตำนานจระเข้เผือกที่องครักษ์
เรื่องลึกลับ
* วิญญาณอันลึกลับที่หอพระ องครักษ์ ตอนกลางคืนมืด เงียบ สงัด ลองไปนั่งเฝ้าดู แต่ต้องกระทำด้วยควาเงียบไม่เช่นนั้น อาจโดนผีหลอก
* ผีที่หอสมุด องครักษ์ เพราะเจอมากับตัว แบบว่ากดลิฟต์จากชั้น 5 จะลงชั้น 1 ตอนประมาณ 6โมงกว่าๆแต่ลิฟต์ดันพาขึ้นไป ชั้น 6 ทั้งที่ชั้นนั้นเป็นชั้นเก็บเอกสารเก่า ไม่มีคนเข้าไปใช้
ขอเว้นไว้ช่วงนึงก่อนนะท่านแต่มีเรื่องเล่าเรื่องนึงให้ท่านฟัง ซึ่งขอบอกก่อนว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เราพบว่าในส้วนเรื่องลึกลับมีอยุ่ตอนนึงที่ข้าพเจ้าอยู่ใกล้กับเหตุการณ์นั้นจริงๆยืนยันมาจริงๆเพิ่งรู้เมื่อหัวคํานี้เอง
หัวข้อของมหาวิทยาลัยนเรศวร
* หอหญิง 7 (หอเก่า) ชั้น 2 ห้องติดบันได เจ้าของห้องตอนนั้นเจอผีหัวขาด และขอย้ายออกทันที
เรื่องเกิดตอนเราไปเรียนพิเศษติวเอ็นที่มนซึ่งต้องไปพักอยุ่หอในกับพี่สาว ระยะเวลาที่อยุ่ก็เกือบ2เดือน ช่วงเดือนกุนยายน-ตุลาคมปีที่แล้ว
และวันนี้ได้คุยกับพี่สาวที่MSNแล้วได้เอาหัวข้อขนหัวลุกของมนให้พี่เขาอ่านพี่เขาก็เจอหัวข้อที่ว่านั่นเขาซึ่งก็คือตึกหอที่พี่แกอยู่ในปัจจุบัน และเราก็ได้พักอยุ่ที่นั่นด้วยใน2เดือนนั้น แล้วห้องที่เกิดเหตุก็อยู่ในช่วงที่เราอยู่พอดี ตอนแรกเขาก็อยู่ในห้องนั้นปกติได้เกือบเดือนและวันนึงก่อนเราจะเดินออกนอกหอไปเรียนพิเศษก็พบว่าคนในห้องย้ายออกจากห้องไปแล้วภายในวันเดียว
ซึ่งตอนนั้นไม่เอะใจสงสัยอะไรเพราะไม่เคยได้ยินข่าวอย่างว่ามาก่อนในมน
จนมารู้วันนี้ครับท่านพี่บอกตรงเปะกับหัวข้อด้านบน หอหญิงเก่าตึก7 ชั้น2ติดบันไดห้องที่เกิดเหตุคนย้ายออกตอนนั้นพอดีผมกระจ่างในคืนนี้ และตลอดที่เรียนไม่ค่อยออกไปเที่ยวไหนเพราะไม่มีรถอยู่ในหอทั้งคืนและจะอยู่คนเดียวเสียส่วนมาก เพระพี่สาวจะชอบออกไปเที่ยวกลางคืน
และห้องที่ว่าก็อยุ่ติดพนังเดียวกันนี่เองผมอยุ่ห้องที่2ถัดจากห้องติดบันไดมา
แต่ไมได้เจอเหตุการณ์แปลกประหลาดแต่อย่างใดท่านแต่ตอนนี้พอรู้ก็นึกกลัวแล้วถ้าไปอีกก็คงจะไม่ย่างไปนอนที่หอนั่นอีกถึงแม้พี่จะบอกว่ามีคนย้ายเข้ามาอยุ่ใหม่แล้ว
เอ่อปัจจุบันหอหญิงเก่าเป็นห้องพักพนักงานที่ทำงานในมหาลัยครับ
ส่วนตึก8ก็มีเรื่องเกิดเหมือนกันอยู่ติดๆกันแต่ไม่ทราบ
เรื่องก็มีเท่านี้ละท่าน
ส่วนยามที่ถูกฆ่าตายนั่นคนในมอเขาลือกันจริงๆนะว่ามีจริงๆงะ*-*
ความเชื่อ
* มีความเชื่อว่าถ้าใครท่องกลอนที่อนุสรณ์หม่อมหลวงปิ่นไม่จบ จะทำให้เรียนไม่จบซะงั้น
* เด็ก มศว สวยที่สุดในประเทศไทย( ไม่จิง ไม่เคยเจอ)
* ตำนานจระเข้เผือกที่องครักษ์
เรื่องลึกลับ
* วิญญาณอันลึกลับที่หอพระ องครักษ์ ตอนกลางคืนมืด เงียบ สงัด ลองไปนั่งเฝ้าดู แต่ต้องกระทำด้วยควาเงียบไม่เช่นนั้น อาจโดนผีหลอก
* ผีที่หอสมุด องครักษ์ เพราะเจอมากับตัว แบบว่ากดลิฟต์จากชั้น 5 จะลงชั้น 1 ตอนประมาณ 6โมงกว่าๆแต่ลิฟต์ดันพาขึ้นไป ชั้น 6 ทั้งที่ชั้นนั้นเป็นชั้นเก็บเอกสารเก่า ไม่มีคนเข้าไปใช้
ขอเว้นไว้ช่วงนึงก่อนนะท่านแต่มีเรื่องเล่าเรื่องนึงให้ท่านฟัง ซึ่งขอบอกก่อนว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เราพบว่าในส้วนเรื่องลึกลับมีอยุ่ตอนนึงที่ข้าพเจ้าอยู่ใกล้กับเหตุการณ์นั้นจริงๆยืนยันมาจริงๆเพิ่งรู้เมื่อหัวคํานี้เอง
หัวข้อของมหาวิทยาลัยนเรศวร
* หอหญิง 7 (หอเก่า) ชั้น 2 ห้องติดบันได เจ้าของห้องตอนนั้นเจอผีหัวขาด และขอย้ายออกทันที
เรื่องเกิดตอนเราไปเรียนพิเศษติวเอ็นที่มนซึ่งต้องไปพักอยุ่หอในกับพี่สาว ระยะเวลาที่อยุ่ก็เกือบ2เดือน ช่วงเดือนกุนยายน-ตุลาคมปีที่แล้ว
และวันนี้ได้คุยกับพี่สาวที่MSNแล้วได้เอาหัวข้อขนหัวลุกของมนให้พี่เขาอ่านพี่เขาก็เจอหัวข้อที่ว่านั่นเขาซึ่งก็คือตึกหอที่พี่แกอยู่ในปัจจุบัน และเราก็ได้พักอยุ่ที่นั่นด้วยใน2เดือนนั้น แล้วห้องที่เกิดเหตุก็อยู่ในช่วงที่เราอยู่พอดี ตอนแรกเขาก็อยู่ในห้องนั้นปกติได้เกือบเดือนและวันนึงก่อนเราจะเดินออกนอกหอไปเรียนพิเศษก็พบว่าคนในห้องย้ายออกจากห้องไปแล้วภายในวันเดียว
ซึ่งตอนนั้นไม่เอะใจสงสัยอะไรเพราะไม่เคยได้ยินข่าวอย่างว่ามาก่อนในมน
จนมารู้วันนี้ครับท่านพี่บอกตรงเปะกับหัวข้อด้านบน หอหญิงเก่าตึก7 ชั้น2ติดบันไดห้องที่เกิดเหตุคนย้ายออกตอนนั้นพอดีผมกระจ่างในคืนนี้ และตลอดที่เรียนไม่ค่อยออกไปเที่ยวไหนเพราะไม่มีรถอยู่ในหอทั้งคืนและจะอยู่คนเดียวเสียส่วนมาก เพระพี่สาวจะชอบออกไปเที่ยวกลางคืน
และห้องที่ว่าก็อยุ่ติดพนังเดียวกันนี่เองผมอยุ่ห้องที่2ถัดจากห้องติดบันไดมา
แต่ไมได้เจอเหตุการณ์แปลกประหลาดแต่อย่างใดท่านแต่ตอนนี้พอรู้ก็นึกกลัวแล้วถ้าไปอีกก็คงจะไม่ย่างไปนอนที่หอนั่นอีกถึงแม้พี่จะบอกว่ามีคนย้ายเข้ามาอยุ่ใหม่แล้ว
เอ่อปัจจุบันหอหญิงเก่าเป็นห้องพักพนักงานที่ทำงานในมหาลัยครับ
ส่วนตึก8ก็มีเรื่องเกิดเหมือนกันอยู่ติดๆกันแต่ไม่ทราบ
เรื่องก็มีเท่านี้ละท่าน
ส่วนยามที่ถูกฆ่าตายนั่นคนในมอเขาลือกันจริงๆนะว่ามีจริงๆงะ*-*
ผี ม.หอการค้าไทย
ม.หอการค้าไทย
ความเชื่อ
* นักศึกษาที่ "ม.หอการค้าไทย" เชื่อว่าห้ามสบตาเต่าในบ่อน้ำไม่งั้นจะเรียนไม่จบ (หากนับเต่าแล้วได้กี่ตัว ก็จะได้ F ตามจำนวนเต่านั้น)
* ในสวนญี่ปุ่นห้ามข้ามสะพานไม่งั้นจะเรียนไม่จบ
* ถ้าใครคิดว่าเกรดดีเป็นคนเรียนเก่ง ให้กลับไปคิดใหม่ได้เลย เพราะเกรดดีตามภาษาม.แห่งนี้ึคือเกรดD+และD ตามออกเสียงภาษาอังกฤษ
* รุ่นพี่เล่าว่าขออะไรแม่ไทรก็ได้ แต่ห้ามบน ...ห้ามบน
เรื่องลึกลับ
* ตึก 10 ว่ากันว่ามีคนงานตกลงมาตายตอนก่อสร้าง ตอนดึกๆ พอขึ้นลิฟไปชั้นบน ตอนเดินออกมาจากลิฟจะพบว่าตึกกำลังก่อสร้างอยู่
* ตึก 7 ชั้น 7 พอออกจากลิฟมาจะเจอพรมแดงปูตามทางเดิน ไม่แน่จริงอย่าเดินไปทางนั้น
* ตึก 1 2 3 ยามกลางคืนว่ากันว่ามีผู้หญิงแต่งชุดนักศึกษานั่งร้องไห้อยู่บนระเบียงทางเดิน
* สวนญี่ปุ่น มีปลาคาร์ฟยักษ์ หาดูได้ยากยิ่งเป็นปลาคาร์ฟสีขาวตัวใหญ่มากกก หยั่งกะปลาสวาย นานๆจะโผ่ลมาให้เห็นที แต่คุณจะไม่มีโอกาสเห็นมันเลยเวลาที่เขาล้างบ่อ มันหายไปไหน !!
* จากประสบการ์ณ์ตรง เคยอยุ่ทำกิจกรรมถึงเที่ยงคืน ขณะเดินออกมาจากม. ไม่พบสิ่งผิดปกติ - -"
* กรณีเล่นคอมพิวเตอร์ที่ห้องLabชั้น 2 ของหอประชุม เคยมีอยู่วันหนึ่งเกิดไฟดับวูบจนเกือบทุกเครื่องดับไป ยกเว้นเครื่องหนึ่งที่เล่นต่อไปได้ ทั้งๆที่ไำฟฟ้าไม่ไหลผ่านสายนั้นและไม่ได้มีการสำรองไฟ แม้ว่ามันไม่ใช่ผีก็ตาม (เชื่อม่ะ คอมพิวเตอร์ที่เล่นได้โดยไม่มีไฟฟ้าสำรอง และไฟดับทั้งอาคารด้วย)
* ตึก 9 ( ตึกนิเทศศาสตร์ ) ชั้น 6 เคยมีนักศึกษาเจอ .. ในห้องน้ำชั้นนี้ ถ้าจะห้องน้ำชั้นนี้ตอนเย็นๆต้องเข้าห้องกลางเท่านั้น ขณะแม่บ้านที่คุมอยู่ชั้นนั้นกับอาจารย์ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า " มีจริงๆ " เพราะไม่มีใครกล้าอยู่ที่นั้นถึง 2 ทุ่มเลย
* ตึก 7 ชั้น 11 ห้องเรียนของ ป.โท(ห้องไหนไม่บอก) จะมีแม่บ้านมานั่งรอที่ตู้ไฟในห้องเรียน ซึ่งอาจารย์เล่าว่าแม่บ้านคนนั้นลื่นหัวฟาดพื้นตายในตึก
ความเชื่อ
* นักศึกษาที่ "ม.หอการค้าไทย" เชื่อว่าห้ามสบตาเต่าในบ่อน้ำไม่งั้นจะเรียนไม่จบ (หากนับเต่าแล้วได้กี่ตัว ก็จะได้ F ตามจำนวนเต่านั้น)
* ในสวนญี่ปุ่นห้ามข้ามสะพานไม่งั้นจะเรียนไม่จบ
* ถ้าใครคิดว่าเกรดดีเป็นคนเรียนเก่ง ให้กลับไปคิดใหม่ได้เลย เพราะเกรดดีตามภาษาม.แห่งนี้ึคือเกรดD+และD ตามออกเสียงภาษาอังกฤษ
* รุ่นพี่เล่าว่าขออะไรแม่ไทรก็ได้ แต่ห้ามบน ...ห้ามบน
เรื่องลึกลับ
* ตึก 10 ว่ากันว่ามีคนงานตกลงมาตายตอนก่อสร้าง ตอนดึกๆ พอขึ้นลิฟไปชั้นบน ตอนเดินออกมาจากลิฟจะพบว่าตึกกำลังก่อสร้างอยู่
* ตึก 7 ชั้น 7 พอออกจากลิฟมาจะเจอพรมแดงปูตามทางเดิน ไม่แน่จริงอย่าเดินไปทางนั้น
* ตึก 1 2 3 ยามกลางคืนว่ากันว่ามีผู้หญิงแต่งชุดนักศึกษานั่งร้องไห้อยู่บนระเบียงทางเดิน
* สวนญี่ปุ่น มีปลาคาร์ฟยักษ์ หาดูได้ยากยิ่งเป็นปลาคาร์ฟสีขาวตัวใหญ่มากกก หยั่งกะปลาสวาย นานๆจะโผ่ลมาให้เห็นที แต่คุณจะไม่มีโอกาสเห็นมันเลยเวลาที่เขาล้างบ่อ มันหายไปไหน !!
* จากประสบการ์ณ์ตรง เคยอยุ่ทำกิจกรรมถึงเที่ยงคืน ขณะเดินออกมาจากม. ไม่พบสิ่งผิดปกติ - -"
* กรณีเล่นคอมพิวเตอร์ที่ห้องLabชั้น 2 ของหอประชุม เคยมีอยู่วันหนึ่งเกิดไฟดับวูบจนเกือบทุกเครื่องดับไป ยกเว้นเครื่องหนึ่งที่เล่นต่อไปได้ ทั้งๆที่ไำฟฟ้าไม่ไหลผ่านสายนั้นและไม่ได้มีการสำรองไฟ แม้ว่ามันไม่ใช่ผีก็ตาม (เชื่อม่ะ คอมพิวเตอร์ที่เล่นได้โดยไม่มีไฟฟ้าสำรอง และไฟดับทั้งอาคารด้วย)
* ตึก 9 ( ตึกนิเทศศาสตร์ ) ชั้น 6 เคยมีนักศึกษาเจอ .. ในห้องน้ำชั้นนี้ ถ้าจะห้องน้ำชั้นนี้ตอนเย็นๆต้องเข้าห้องกลางเท่านั้น ขณะแม่บ้านที่คุมอยู่ชั้นนั้นกับอาจารย์ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า " มีจริงๆ " เพราะไม่มีใครกล้าอยู่ที่นั้นถึง 2 ทุ่มเลย
* ตึก 7 ชั้น 11 ห้องเรียนของ ป.โท(ห้องไหนไม่บอก) จะมีแม่บ้านมานั่งรอที่ตู้ไฟในห้องเรียน ซึ่งอาจารย์เล่าว่าแม่บ้านคนนั้นลื่นหัวฟาดพื้นตายในตึก
ผี ม.เชียงใหม่
ม.เชียงใหม่
ความเชื่อ
* ถ้าไม่ใช่บัณฑิต หรือถ่ายรูปกับบัณฑิต ห้ามถ่ายรูปกับป้ายหน้า "ม.เชียงใหม่" เป็นอันขาดไม่งั้นไม่จบ หรือจบ แต่ไม่มีโอกาสได้รับปริญญา
* บ่อเลี้ยงปลาภาควิชาฟิสิกส์ "ม.เชียงใหม่" ห้ามจับปลามากิน ไม่งั้นเปอร์ (เคยมีคนลองของ รายนั้นใช้เวลาเรียน 8 ปี)วิธีแก้เคล็ดคือ...มีนักศึกษาตัดสินใจหย่อนเท้าเน่าๆลงไปแช่จนปลาตายลอย ทั้งบ่อ ทำให้ไม่ต้องจับปลากินอีกต่อไป
และสามารถนำลูกปลาไปปล่อยเลี้ยงไว้เผื่อปีหน้ากินเอาเท้าแช่ให้ลอยขึ้นมาอีกได้อีกด้วย
* ว่ากันว่าใครไป "จังหวัดเชียงใหม่" เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยนั่งรถไฟลอดถ้ำขุนตาล จะได้แต่งงานกับคนเชียงใหม่
* ประเพณีขึ้นดอยของคณะวิทย์ จะมีเสียง "อัดตับ ๆ" ดังลั่นตลอดเวลา เนื่องจากคนเยอะต้องเดินเร็ว ๆ และอัดแถวกันให้สั้นที่สุด
* เวลาเดินขึ้นดอย (ตอนปีเรา) คณะวิศวะฯ จะบ้าพลัง เดินเลยไปถึงดอยปุย แล้วขากลับเดินลงด้วยทางเดิมไม่ขึ้นรถ แล้วจะมาจ๊ะเอ๋กับเด็ก MC คณะมนุษย์ฯที่ใช้ทางลัดตัดตรงเลาะป่า มาโผล่ตรงหลังฝายหิน
* อาจารย์หลายท่าน เคยเอาหมาไปซ่อนในห้องทำงาน เพราะอธิการเคยสั่งกำจัดหมาจรจัด แต่สุดท้ายก็ได้แต่สั่งให้นักศึกษาสัตวแพทย์ทำหมันหมาทั้งมหา'ลัย
* ต้นโพธิ์คู่ ถูกปลูกไว้ข้างหอ 3 หญิง แทนสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้า เอาไว้ข่มสิ่งลี้ลับ แถมวันดีคืนดีอาจจะมีคนเห็นของดีตอนกลางคืนได้
* ใครขึ้นดอยแล้วจะเรียนจบ... ไม่จริงเสมอไป โดนมากับตัว
* ประเพณีรับน้องขึ้นดอยปี 1 เดินขึ้น พออยู่ปี 4 เดินลง เห็นรุ่นพี่บอกเป็นเคล็ดๆ (แต่บางคณะ เช่นวิศวะ วิ่งขึ้นวิ่งลง)
เรื่องลึกลับ
* "ม.เชียงใหม่" เป็นมหาวิทยาลัยเชิงเขา (แล้วมันเรื่องลึกลับยังไงนี่)
* ถ้าขับรถผ่านตึกคณะวิดยาตอนดึกๆ เค้าบอกให้มองขึ้นไปบนตึกจะเจอของดี
* ลิฟต์ตึก SCB 1 คณะวิทยาศาสตร์ "ม.เชียงใหม่" จริงๆ ต้องมีสามตัว แต่มีใช้แค่สอง ลือกันว่า ลิฟต์ตัวที่สามเคยมีคนตกลงมาตาย(ตอนตึกใกล้เสร็จ)
* หอ 1 หญิง "ม.เชียงใหม่" ในห้องอาบน้ำบางทีก็มีน้ำสีแดงๆ ไหลออกมาจากฝักบัว (คาดว่ามันน่าจะเป็นน้ำสนิมของแท็งค์น้ำมากกว่า)
* หอสมุดกลาง ของ "ม.เชียงใหม่" ว่ากันว่า ตอนก่อสร้าง เมื่อทำส่วนฐานรากอาคารขุดพบโครงกระดูกเยอะมากๆ
* เคยมีหมีควายหลุดออกมาจากสวนสัตว์วัดฝายหิน จนเจ้าหน้าที่ต้องประกาศให้คนที่พักผ่อนอยู่รอบอ่างเกษตรต้องรีบออกไปทันที
* หอนาฬิกา มช. ถ้าขับรถวนครบ 3 รอบ จะ.................................................................................................................. โดนรถชน
* ทุกวงเวียนใน มช. มีเรื่องผีกำกับไว้เสมอ เช่น เปรตหอนาฬิกา ขบวนแห่ไร้หัววงเวียนมนุษย์
* ที่ภาควิชาเคมี คณะวิทย์ มีลิฟต์ที่ถูกปิดตายเพราะเคยมีอาจารย์ฝรั่งติดอยู่ในนั้นในวันหยุดยาว
* ที่ภาควิชาชีวะ คณะวิทย์ เคยต้องทำบุญใหญ่ เพราะมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นทุกวัน เช่น เก้าอี้แล็บหมุนเอง หรือมีเสียงคนเดินบนบันไดตอนเที่ยงคืน มีเงาคนเดินไปมาในเรือนเพาะจำใต้ตึก จนตอนนั้นไม่มีใครกล้าอยู่ทำงานที่ภาคหลังพระอาทิตย์ตก บางคนว่าเป็นวิญญาณของสัตว์ทดลองมากมายที่ต้องใช้เรียนกัน
* ตำนานผีในคลาสสิคที่สุดของ มช. คือ ป๊อก ป๊อก ครืด
* ผีที่เด็กมช.น่าจะเคยได้ยินบ่อยที่สุดคือ ผีป๊อกครืด (แม้จะจำเรื่องราวได้หรือไม่ได้ก็ตาม)
* หอ 2 ชาย กลางวันดูเหมือนไม่มีอะไร แต่บรรยากาศตอนกลางคืนที่หอนั้น เป็นอะไรที่หลอนจริงๆ
* หลังจากมีเหตุฆาตกรรมบริเวณข้างประตูหน้า ม. ที่หอ 40 ปี เคยมีคนได้ยินเสียงประหลาดในตอนกลางคืน
* หากเดินผ่านอ่างแก้วตอนกลางคืน อาจเห็นตามพุ่มไม้มีขางอกออกมา เรียกกันว่าต้นไม้กินคน
* ทุกศุกร์ที่ 13 ชมรมกรุงเทพจะมีการ "ลองของ" ที่ RB
ม.ศิลปากร
ความเชื่อ
* ว่ากันว่า ที่วิทยาเขตเพชรบุรี ห้ามสวด คาถาชินบัญชร
* สาเหตุนึงที่ห้ามไว้ เนื่องจาก ว่ากันว่าที่นี่เคยเป็นป่าช้าเก่า มีสิ่งลี้ลับและวิญญาณอยู่จำนวนมาก เค้าบอกว่าทุกตารางนิ้วเลย @.@
* คาถาชินบัญชรจะอัญเชิญเทพเทวดาลงมา และมาทับที่ที่เค้าเคยอยู่ เค้าก้อจะไม่ยอม
* เล่ากันว่าเคยมีเด็กลองสวดแล้วเกือบส่งโรงพยาบาลไม่ทัน (น่ากลัวอ่า บลื้ววววว)
* แต่อีกกระแสนึง ผู้ใหญ่บางคนก็บอกว่าไม่เป็นอะไร
* อย่างพี่ Help (พี่บุญช่วย) ของไอซีที บอกว่าพี่สวดก่อนนอนทุกคนก็ไม่เป็นอะไร (พี่บุญช่วยดูจะชำนาญเรื่องทางธรรม อิอิ)
* แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ ซึ่งเราก็่ไม่กล้าสวด ฮ่าๆๆ
* มีรุ่นพี่ ICT มาเข้าหอใหม่ๆเคยเปิดคาถาชินบัญชรที่เครื่องคอม แล้วปิดไม่ได้ ปิดโปรแกรมแล้วคาถาก็ไม่หยุดสวด ปิดเครื่องแล้วคาถาก็ยังสวดอยู่ ถอดปลั๊กก็แล้วคาถาก็ไม่ยอมหยุด น่ากลัวจิงๆ...
* ว่ากันว่า อักษรย่อ ชช. น่ากลัวว่ากันเยอะเลย(สำหรับนักศึกษาคณะ ICT โดยเฉพาะออกแบบ อิอิ F)
เรื่องลึกลับ
* ว่ากันว่า ผีดุ ทั้ง ท่าพระ สนามจันทร์ และเพชรบุรีด้วย
* ผีหอพักฝั่งเพชรฯ ที่พบบ่อยที่สุดคือหอซึ่งเป็นหอแรก
* ภายหลังจากที่มีการก่อสร้างหอพักมากขึ้นอีก 5 หอ ผีจึงได้เคลื่อนย้ายกระจายไปตามหอต่างๆ
* น้องต้นไอซีทีเป็นคนมีสัมผัสลึกลับและเคยเจอที่หอ 5 ชั้นล่างสุด มาอำบ่อยมากแต่น้องต้นไม่ค่อยกลัว และผีก็ไม่กลัวน้องต้น (ก็แหง)
* ครั้งหนึ่งน้องต้นเคยสวดมนต์ไป แล้วโดนผีด่าไม่ให้สวด (อึ้งเลย)
* น้องต้นไม่ยอมแพ้ก็เลยด่าผีกลับไป บอกว่ารู้ว่าผีเป็นใครมาจากไหน แล้วไล่ออกไป
* หลังจากนั้นมา ผีตัวนั้นไม่เคยโผล่ที่ห้องน้องต้นอีกเลย แต่ห้องน้องปานที่อยู่ติดห้องน้องต้นกลับเจอผีตัวนั้นแทน
* เคยมีอาจารย์บางท่านเห็นอะไรแว๊บๆ มุดเข้าใต้เตียงจึงก้มไปดู พบคนแก่นอนขดตัวอยู่ด้านล่าง
* เมื่อคิดแล้วว่าเป็นผี อาจารย์จึงตะคอกด่าว่าไป แล้วผีก็รีบหายไปเลย
* จากเหตุการณ์เหล่านี้สรุปผลการทดลองได้ว่า ผีที่ฝั่งเพชรฯ อาจจะกลัวคนตะคอก (รึป่าวไม่รู้นะ) หุๆๆๆ
* ที่หอ 1 กล้องวงจรปิดเคยจับวิญญาณเดินขึ้นหอได้ด้วย
ผี ม.แม่ฟ้าหลวง
ม.แม่ฟ้าหลวง
ความเชื่อ
* เชื่อว่าครั้งหนึ่งที่เคยได้ขึ้นไปดูน้ำตกบนดอยแง่ม คือความสมบูรณ์ของชีวิตน้องใหม่ มฟล
* ผู้ชาย มฟล จะแอบแมนได้ไม่นาน พร้อมจะโอเพ่นหลังจากรับน้องเสร็จ
* กิจกรรมการแก้บนส่วนใหญ่ยอดฮิตก็จะเป็น วิ่งรอบลานดาวและอะไรๆที่เกี่ยวกับลานดาว
-ถ้าสนใจเรื่องบน ลองดอกไม้สีแดง(กุหลาบ)ดูก็ได้ผลนะ (โดยส่วนตัว99ดอกกะลังดี) --ปล.แต่ถ้าบนอย่างเดียวโดยไม่พยายามทำอะไร ต่อให้ใครก็ช่วยไม่ได้ วิธีนี้แค่สร้างกำลังใจให้ตัวเองเท่านั้น(ความศรัทธาก่อเกิดปาฏิหารได้เสมอ)
*
o มีคนบอกว่าใครมีแฟนก่อนมาที่มอจะเลิกกัน และใครที่ังไม่มีก็จะหาได้ที่นี่เล่ะ
o และคนที่แฟนเลิกกันตอนมาที่มอก็จะเจอคนใหม่ที่นี่(เพื่อนยืนยัน)
* ถ้ามีระเบิดลงที่ มหาวิทยาลัยจะเสียบุคคลากรกระเทยครึ่งเชียงราย
* สวนวนาภิรมย์หน้าสระ ห้ามไปกะแฟนมิเช่นนั้นจะต้องเลิกกัน
o วันขันโตกห้ามอยู่เกินเที่ยงคืน ....
เรื่องลึกลับ
* อาถรรพ์ลิฟท์ (ไม่รู้อยู่แถวไหน) ว่าไม่เคยจะได้สร้าง และโดนปิดเอาไว้ - -"
* ผีเด็ก มี อยู่แถวๆ F1 แต่ห้องน้ำไหน ผมไม่รุ้ ฮ่าๆๆๆ
* ตู้เย็นของ มฟล. ขึ้นชื่อเรื่องมีผีสิง (ผีตู้เย็น)
* ผีตู้เย็นสุดน่ากลัว!! มีทุกหอด้วย
* หอชาย มีผีเด็ก หอหญิง มีผีฝักบัว
* เด็กปีหนึ่ง ต้องปลูกป่า ไม่ปลูก เรียนไม่จบ ต้นไม้ตาย ก็ไม่จบ
* สระหลังมอ อย่าคิดไปหลังหกโมงเย็น
1. เพราะยุงเยอะ
2. เพราะเปลี่ยวไฟไม่ค่อยมี แถมยามชอบอู้หายแว้ปไปไหนก็ไม่รู้
3. ที่สำคัญอยากลองดีก็ไปท้าแถวนั้นก็ได้ รับรองตามมาเป็นขบวน
* ต้นไม้ที่ลานดาว ไม่เคยซ้ำทุกปี ไม่เชื่อลองสังเกตดู
* หารู้ไม่ว่า ต้นไม้ที่เอฟสอง ตอนผมมาอยู่ ไม่เคยมีใครมาไหว้เลย ตอนนี้พวงมาลัย เยอะแทบกิ่งหัก
* เอฟหนึ่ง ขึ้นชื่อเรื่องเฮี้ยน
* เอฟหนึ่งจะยิ่งเฮี้ยนเข้าไปใหญ่ เพราะอาจารย์ใหญ่จะมาอยู่ใกล้ๆ(มั้ง)
* สามแยก หน้ามอ คนตายทุกปี
* ทุกตึกในมหาลัย จะมีผีเฝ้าตึกอยู่ เนื่องจากคนงานพม่าที่เข้ามาสร้างตึก ถูกฆ่าโดยนายจ้างคนไทย เพราะไม่อยากจ่ายเงินให้ โดยเฉพาะตึกอธิการ,ลานAV(ใต้ห้องสมุด),หอนานาชาติ(หอเภา สารสิน),หอจีน 1-2 ไม่เชื่อลองถามsecurity guard ที่อยู่มานานๆ
* สังเกตุว่า C1 ตรงทางขึ้นตึก อธิการ มีลิฟต์ฝั่งเดียว อีกฝั่งนั้นปิดตายไว้เพราะ มีคนตกลงไปตายตอน ก่อสร้าง ดึกๆ ไม่มีใครกล้าเดินผ่าน ขนาดยามยังต้องไปกันที่ละ 3-4 คน เวลาเดินตรวจ ว่ากันว่า เป็นสถาปนิก สาว กะลังท้องด้วย! เค้าตกลงไปตอนส่องกล้อง จากชั้น 3 เคยมีโครงการจะ ทำลิฟต์ ปีที่แล้วต่อ แต่ทว่า คนที่ไปทำ จับไข้ทุกราย !
* ผีอีกประเภทนึงที่น่ากลัวมากๆๆๆๆๆๆ เป็นผีค่าไฟ เพราะผีตนนี้จะสิงสถิตอยู่กับหอพักลำดวนบางห้องหรือทุกห้องก็ไม่รู้ ทุกครั้งที่ได้เห็นค่าไฟหัวใจแทบอยากจะลงไปอยู่ฝ่า...นเลยนะขอบอกขอบอก และล่าสุดมีคนกำลังทำการวิจัยเรื่องค่าไฟ เพราะความรู้สึกเหมือนว่ายิ่งใช้มากยิ่งถูก ผลเป็นอย่างไรก็รอกันต่อไป
* ผีตู้เย็น เป็นผีชนิดหนึ่งที่ชอบเอาอาหารของผู้อื่นไปกินโดยไม่ได้รับอนุญาต ถึงแม้ว่าจะสาปแช่งเท่าไร มันก็ยังไม่หายหัวไปหรอกนะ นอกจากสาปแช่งแล้ว จุดยุทธศาสตร์การวางตู้เย็น ด้านซ้ายและด้านขวาจะมีกล้องรักษาความปลอดภัยอยู่แต่ก็มิอาจะช่วยอะไรได้กับ ของในตู้เย็น
o (คำเตือน)ห้ามเดินลัดสระอโนดาดหลัง6โมงย็น
* สระน้ำหลังห้องสมุดมีปลาลึกลับที่ลือกันว่าใหญ่กว่าปลาช่อนอเมซอนฃ
* ต้นฉำฉา หรือต้นไม้ที่ F2นั้นตอนสมัยรุ่น5เข้ามาก็มีการเคารพกราบไหว้อยู่ก่อนแล้ว เพราะเชื่อว่ามีเจ้าที่เจ้าทาง เทพาอารักษ์คอยปกปักษ์รักษาอยุ่ และบ้างก็ว่าเป็นวิญญาณผู้หญิงหรือนางไม้ ตามแต่จะเล่ากันมา แต่ก็ไม่น่าแปลกที่จะเชื่อ เพราะม.เรากว่าจะสร้างมาได้ต้องตัดต้นไม้ตัดเขาไปเป็นครึ่งๆลูก การให้ความเคารพ และมีความเชื่อต่าง ๆจึงได้มีการกล่าวถึงจากรุ่นสู่รุ่นเสมอ
o ได้รู้มาว่าตึก S ที่มีลิฟท์ ช่วงระหว่างห้อง it และ lab ภาษา ไม่รู้ว่าตอนนี้เปลี่ยนหรือยัง แต่มีอาจารย์ท่านนึงเคยเล่าให้ฟังว่า หลังจากสอนเสร็จช่วงเวลาเลย 6 โมงเย็นไปแล้ว ท่านเคยเห็นผู้ชายที่มีลักษณะเป็นคนงานก่อสร้างยืนมองอยู่ และพอท่านจองมองและกำลังจะเอ่ยทักก้ปรากฏภาพเงาในกระจก มีเพียงแค่ครึ่งตัวท่อนบน ไม่มีขาและร่างอาบไปด้วยเลือด หลังจากนั้นอาจารย์ก็ไม่เมคอัพคราสตอนเย็นอีกเลย
o จำนวนอาจารย์ชายมีน้อยกว่ากว่าอาจารย์หญิง อิอิ
* พอถึงหน้าหนาวหรือฝนตก บางคนจะสามารถมองเห็นพระธาตุลอย ลองดู!
ม.รังสิต
ความเชื่อ
* เด็กที่(ไม่ฉลาด)เชื่อว่า สพานสีเขียวตรงซุ้มเด็กบริหารห้ามเดินกลับเมื่ออยู่กลางสะพาน เพราะจะเรียนไม่จบ คราบ
* ห้ามขอเรื่องความรัก กับ พระศรีศาสดา อันเป็นที่สักการะของเรา เด็ดขาด เพราะจะเรียนไม่จบอีก เหมือนกัน
* ตรงประตูทางออกมหาลัย ทางซ้ายมือจะมีศาลทรงไทย สีแดง ๆ อยู่ แต่ เด็กที่นี่ 90 % ไม่รู้ว่า เป็นที่เก็บอัฐิ ของคุณพ่อประสิทธ์ ผู้ก่อตั้งมหาลัย
* เด็กปี 1 คณะวิดวะ ห้ามใช้ลิฟที่คณะ ไม่งั้นจะเรียนไม่จบ หรือถ้าจบก็เกินกำหนด
เรื่องลึกลับ
* ว่ากันว่าเมืองเอกที่ตั้งมหาลัยเป็นป่าช้าเก่า และเป็นป่าช้าแขกด้วยนะ
* เค้าถึงกับต้องมีศาลพระพรหมตั้ง 2 ที่ไง
* ที่อาคารหอพัก(หอชาย)ไม่ค่อยมีคัยรู้ว่า ลิฟท์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มีตัวหนึ่งที่เป็นที่ฮือฮาเมื่อตึกเพิ่งสร้างเสร็จว่ามีเด็กชายกลับหอ ตอนตีสอง แล้วก็ร้องออกมาเมื่อลิฟท์ถึง ชั้น 4 จนคนที่พักอยู่ชั้น 4 ออกมาดูกันหมด ว่าเกิด อะไรขึ้น ก็เห็นลิฟท์เปิด และมีเด็กผู้ชายอยู่ เนื้อตัวเปื้อนไปด้วยฝุ่นผงปูน แล้วพูดเป็นเสียง ที่ แข็ง ๆ ว่า อย่า มาทับที่กู ต่อมาความจริงก็เปิดเผย คือ ตอนหอสร้างเสร็จใหม่ ๆ มีคนงานตกลงไปในช่องลิฟท์ แล้ว มีคนใช้ลิฟท์ ลงมาชั้น ลางพอดี คนงานเลยถูก ขยี้แล้วตายอยู่ที่นั้น จนเกิดเรื่องนี้ขึ้น จนทำให้ที่หอต้องทำบุญหอทุกปี ทุกปี(มีทำบุญหอทุกศาสนาเลยด้วย เช่นพุทธ อิสลาม คริสต์)
* ที่เมืองเอกที่บ้านอยู่หลังหนึ่งจะรับสมัครคนงานเข้าไปทำความสะอาดบ้าน ให้อยู่ที่บ้านนั้นเลย แต่ที่นั่นไม่มีคัยอยู่ ไม่ใช่เพราะเจ้าของไม่อยู่ แต่เรื่องมันเป็นอย่างนี้ มีสองสามี ภรรยา กำลังจะแต่งงานกัน กะว่าไปฮันนีมูนก่อน แล้วแต่ง แต่ที่ไหนได้ รถคว่ำซะก่อน เรือนหอที่สร้างไว้ ก็ไม่ได้อยู่ ญาติของทั้งสองฝ่ายเลยตกลงกันว่า ไหน ๆ ก็ สร้าง ไว้เป็นเรื่อนหอ แล้ว ก็เลย เอาศพของทั้งคู่ไว้ที่นั่นเฝ้าบ้านหลังนี้จนถึงทุกวันนี้
* เด็กปีศิลปะกรรมปี 3 รุ่นใดรุ่นหนึ่งเมื่อไม่นานนี้ เคยทำโครงถ่ายทำวีดีโอการเรียลลิตี้ลองของในหมู่บ้านเมืองเอก เพื่อส่งอาจารย์เป็นงานปลายภาคแบบเผาๆ โดยทำการถ่ายทำในบ้านร้างที่มีชื่อเสียง3-4แห่ง ทั่วเมืองเอก และบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ในวีดีโอ เรื่องทั้งหมดในวีดีโอเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในคืนนั้น
ความเชื่อ
* เชื่อว่าครั้งหนึ่งที่เคยได้ขึ้นไปดูน้ำตกบนดอยแง่ม คือความสมบูรณ์ของชีวิตน้องใหม่ มฟล
* ผู้ชาย มฟล จะแอบแมนได้ไม่นาน พร้อมจะโอเพ่นหลังจากรับน้องเสร็จ
* กิจกรรมการแก้บนส่วนใหญ่ยอดฮิตก็จะเป็น วิ่งรอบลานดาวและอะไรๆที่เกี่ยวกับลานดาว
-ถ้าสนใจเรื่องบน ลองดอกไม้สีแดง(กุหลาบ)ดูก็ได้ผลนะ (โดยส่วนตัว99ดอกกะลังดี) --ปล.แต่ถ้าบนอย่างเดียวโดยไม่พยายามทำอะไร ต่อให้ใครก็ช่วยไม่ได้ วิธีนี้แค่สร้างกำลังใจให้ตัวเองเท่านั้น(ความศรัทธาก่อเกิดปาฏิหารได้เสมอ)
*
o มีคนบอกว่าใครมีแฟนก่อนมาที่มอจะเลิกกัน และใครที่ังไม่มีก็จะหาได้ที่นี่เล่ะ
o และคนที่แฟนเลิกกันตอนมาที่มอก็จะเจอคนใหม่ที่นี่(เพื่อนยืนยัน)
* ถ้ามีระเบิดลงที่ มหาวิทยาลัยจะเสียบุคคลากรกระเทยครึ่งเชียงราย
* สวนวนาภิรมย์หน้าสระ ห้ามไปกะแฟนมิเช่นนั้นจะต้องเลิกกัน
o วันขันโตกห้ามอยู่เกินเที่ยงคืน ....
เรื่องลึกลับ
* อาถรรพ์ลิฟท์ (ไม่รู้อยู่แถวไหน) ว่าไม่เคยจะได้สร้าง และโดนปิดเอาไว้ - -"
* ผีเด็ก มี อยู่แถวๆ F1 แต่ห้องน้ำไหน ผมไม่รุ้ ฮ่าๆๆๆ
* ตู้เย็นของ มฟล. ขึ้นชื่อเรื่องมีผีสิง (ผีตู้เย็น)
* ผีตู้เย็นสุดน่ากลัว!! มีทุกหอด้วย
* หอชาย มีผีเด็ก หอหญิง มีผีฝักบัว
* เด็กปีหนึ่ง ต้องปลูกป่า ไม่ปลูก เรียนไม่จบ ต้นไม้ตาย ก็ไม่จบ
* สระหลังมอ อย่าคิดไปหลังหกโมงเย็น
1. เพราะยุงเยอะ
2. เพราะเปลี่ยวไฟไม่ค่อยมี แถมยามชอบอู้หายแว้ปไปไหนก็ไม่รู้
3. ที่สำคัญอยากลองดีก็ไปท้าแถวนั้นก็ได้ รับรองตามมาเป็นขบวน
* ต้นไม้ที่ลานดาว ไม่เคยซ้ำทุกปี ไม่เชื่อลองสังเกตดู
* หารู้ไม่ว่า ต้นไม้ที่เอฟสอง ตอนผมมาอยู่ ไม่เคยมีใครมาไหว้เลย ตอนนี้พวงมาลัย เยอะแทบกิ่งหัก
* เอฟหนึ่ง ขึ้นชื่อเรื่องเฮี้ยน
* เอฟหนึ่งจะยิ่งเฮี้ยนเข้าไปใหญ่ เพราะอาจารย์ใหญ่จะมาอยู่ใกล้ๆ(มั้ง)
* สามแยก หน้ามอ คนตายทุกปี
* ทุกตึกในมหาลัย จะมีผีเฝ้าตึกอยู่ เนื่องจากคนงานพม่าที่เข้ามาสร้างตึก ถูกฆ่าโดยนายจ้างคนไทย เพราะไม่อยากจ่ายเงินให้ โดยเฉพาะตึกอธิการ,ลานAV(ใต้ห้องสมุด),หอนานาชาติ(หอเภา สารสิน),หอจีน 1-2 ไม่เชื่อลองถามsecurity guard ที่อยู่มานานๆ
* สังเกตุว่า C1 ตรงทางขึ้นตึก อธิการ มีลิฟต์ฝั่งเดียว อีกฝั่งนั้นปิดตายไว้เพราะ มีคนตกลงไปตายตอน ก่อสร้าง ดึกๆ ไม่มีใครกล้าเดินผ่าน ขนาดยามยังต้องไปกันที่ละ 3-4 คน เวลาเดินตรวจ ว่ากันว่า เป็นสถาปนิก สาว กะลังท้องด้วย! เค้าตกลงไปตอนส่องกล้อง จากชั้น 3 เคยมีโครงการจะ ทำลิฟต์ ปีที่แล้วต่อ แต่ทว่า คนที่ไปทำ จับไข้ทุกราย !
* ผีอีกประเภทนึงที่น่ากลัวมากๆๆๆๆๆๆ เป็นผีค่าไฟ เพราะผีตนนี้จะสิงสถิตอยู่กับหอพักลำดวนบางห้องหรือทุกห้องก็ไม่รู้ ทุกครั้งที่ได้เห็นค่าไฟหัวใจแทบอยากจะลงไปอยู่ฝ่า...นเลยนะขอบอกขอบอก และล่าสุดมีคนกำลังทำการวิจัยเรื่องค่าไฟ เพราะความรู้สึกเหมือนว่ายิ่งใช้มากยิ่งถูก ผลเป็นอย่างไรก็รอกันต่อไป
* ผีตู้เย็น เป็นผีชนิดหนึ่งที่ชอบเอาอาหารของผู้อื่นไปกินโดยไม่ได้รับอนุญาต ถึงแม้ว่าจะสาปแช่งเท่าไร มันก็ยังไม่หายหัวไปหรอกนะ นอกจากสาปแช่งแล้ว จุดยุทธศาสตร์การวางตู้เย็น ด้านซ้ายและด้านขวาจะมีกล้องรักษาความปลอดภัยอยู่แต่ก็มิอาจะช่วยอะไรได้กับ ของในตู้เย็น
o (คำเตือน)ห้ามเดินลัดสระอโนดาดหลัง6โมงย็น
* สระน้ำหลังห้องสมุดมีปลาลึกลับที่ลือกันว่าใหญ่กว่าปลาช่อนอเมซอนฃ
* ต้นฉำฉา หรือต้นไม้ที่ F2นั้นตอนสมัยรุ่น5เข้ามาก็มีการเคารพกราบไหว้อยู่ก่อนแล้ว เพราะเชื่อว่ามีเจ้าที่เจ้าทาง เทพาอารักษ์คอยปกปักษ์รักษาอยุ่ และบ้างก็ว่าเป็นวิญญาณผู้หญิงหรือนางไม้ ตามแต่จะเล่ากันมา แต่ก็ไม่น่าแปลกที่จะเชื่อ เพราะม.เรากว่าจะสร้างมาได้ต้องตัดต้นไม้ตัดเขาไปเป็นครึ่งๆลูก การให้ความเคารพ และมีความเชื่อต่าง ๆจึงได้มีการกล่าวถึงจากรุ่นสู่รุ่นเสมอ
o ได้รู้มาว่าตึก S ที่มีลิฟท์ ช่วงระหว่างห้อง it และ lab ภาษา ไม่รู้ว่าตอนนี้เปลี่ยนหรือยัง แต่มีอาจารย์ท่านนึงเคยเล่าให้ฟังว่า หลังจากสอนเสร็จช่วงเวลาเลย 6 โมงเย็นไปแล้ว ท่านเคยเห็นผู้ชายที่มีลักษณะเป็นคนงานก่อสร้างยืนมองอยู่ และพอท่านจองมองและกำลังจะเอ่ยทักก้ปรากฏภาพเงาในกระจก มีเพียงแค่ครึ่งตัวท่อนบน ไม่มีขาและร่างอาบไปด้วยเลือด หลังจากนั้นอาจารย์ก็ไม่เมคอัพคราสตอนเย็นอีกเลย
o จำนวนอาจารย์ชายมีน้อยกว่ากว่าอาจารย์หญิง อิอิ
* พอถึงหน้าหนาวหรือฝนตก บางคนจะสามารถมองเห็นพระธาตุลอย ลองดู!
ม.รังสิต
ความเชื่อ
* เด็กที่(ไม่ฉลาด)เชื่อว่า สพานสีเขียวตรงซุ้มเด็กบริหารห้ามเดินกลับเมื่ออยู่กลางสะพาน เพราะจะเรียนไม่จบ คราบ
* ห้ามขอเรื่องความรัก กับ พระศรีศาสดา อันเป็นที่สักการะของเรา เด็ดขาด เพราะจะเรียนไม่จบอีก เหมือนกัน
* ตรงประตูทางออกมหาลัย ทางซ้ายมือจะมีศาลทรงไทย สีแดง ๆ อยู่ แต่ เด็กที่นี่ 90 % ไม่รู้ว่า เป็นที่เก็บอัฐิ ของคุณพ่อประสิทธ์ ผู้ก่อตั้งมหาลัย
* เด็กปี 1 คณะวิดวะ ห้ามใช้ลิฟที่คณะ ไม่งั้นจะเรียนไม่จบ หรือถ้าจบก็เกินกำหนด
เรื่องลึกลับ
* ว่ากันว่าเมืองเอกที่ตั้งมหาลัยเป็นป่าช้าเก่า และเป็นป่าช้าแขกด้วยนะ
* เค้าถึงกับต้องมีศาลพระพรหมตั้ง 2 ที่ไง
* ที่อาคารหอพัก(หอชาย)ไม่ค่อยมีคัยรู้ว่า ลิฟท์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มีตัวหนึ่งที่เป็นที่ฮือฮาเมื่อตึกเพิ่งสร้างเสร็จว่ามีเด็กชายกลับหอ ตอนตีสอง แล้วก็ร้องออกมาเมื่อลิฟท์ถึง ชั้น 4 จนคนที่พักอยู่ชั้น 4 ออกมาดูกันหมด ว่าเกิด อะไรขึ้น ก็เห็นลิฟท์เปิด และมีเด็กผู้ชายอยู่ เนื้อตัวเปื้อนไปด้วยฝุ่นผงปูน แล้วพูดเป็นเสียง ที่ แข็ง ๆ ว่า อย่า มาทับที่กู ต่อมาความจริงก็เปิดเผย คือ ตอนหอสร้างเสร็จใหม่ ๆ มีคนงานตกลงไปในช่องลิฟท์ แล้ว มีคนใช้ลิฟท์ ลงมาชั้น ลางพอดี คนงานเลยถูก ขยี้แล้วตายอยู่ที่นั้น จนเกิดเรื่องนี้ขึ้น จนทำให้ที่หอต้องทำบุญหอทุกปี ทุกปี(มีทำบุญหอทุกศาสนาเลยด้วย เช่นพุทธ อิสลาม คริสต์)
* ที่เมืองเอกที่บ้านอยู่หลังหนึ่งจะรับสมัครคนงานเข้าไปทำความสะอาดบ้าน ให้อยู่ที่บ้านนั้นเลย แต่ที่นั่นไม่มีคัยอยู่ ไม่ใช่เพราะเจ้าของไม่อยู่ แต่เรื่องมันเป็นอย่างนี้ มีสองสามี ภรรยา กำลังจะแต่งงานกัน กะว่าไปฮันนีมูนก่อน แล้วแต่ง แต่ที่ไหนได้ รถคว่ำซะก่อน เรือนหอที่สร้างไว้ ก็ไม่ได้อยู่ ญาติของทั้งสองฝ่ายเลยตกลงกันว่า ไหน ๆ ก็ สร้าง ไว้เป็นเรื่อนหอ แล้ว ก็เลย เอาศพของทั้งคู่ไว้ที่นั่นเฝ้าบ้านหลังนี้จนถึงทุกวันนี้
* เด็กปีศิลปะกรรมปี 3 รุ่นใดรุ่นหนึ่งเมื่อไม่นานนี้ เคยทำโครงถ่ายทำวีดีโอการเรียลลิตี้ลองของในหมู่บ้านเมืองเอก เพื่อส่งอาจารย์เป็นงานปลายภาคแบบเผาๆ โดยทำการถ่ายทำในบ้านร้างที่มีชื่อเสียง3-4แห่ง ทั่วเมืองเอก และบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ในวีดีโอ เรื่องทั้งหมดในวีดีโอเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในคืนนั้น
ผี ม.พายัพ
ม.พายัพ
ความเชื่อ
* โบสถ์กลางน้ำของมหาวิทยาลัยด้านล่างบริเวณที่นั่งของโบสถ์จะมีความกว้างที่ สุด ส่วนปลายโบสถ์หรือยอดของโบสถ์จะเรียว และเล็กลง เปรียบเสมือนว่านักศึกษาที่เข้ามาศึกษาแรกๆ ก็มีจำนวนมาก แต่คนที่สามารถเรียนจบจริงๆ แล้วมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
เรื่องลึกลับ
* ใครเห็นเต่าจะเป้อ
* เด็กพายัพไม่ผ่าน Eng 101 มากกว่า 30% เนื่องจาก
1) ข้อสอบหิน ไม่มีกั๊กความยาก ใครที่ทราบกิตติศัพท์ของการเรียนการสอนภาควิชาภาษาอังกฤษแล้ว จะรู้ดีว่าโหดขนาดไหน ดีเฟนด์กันสุดฤทธิ์
2) เด็กที่เข้าพายัพส่วนใหญ่คือคนที่พลาดหวังจากเอ็นฯ แต่จำนวนเด็กเก่งภาษาอังกฤษ พายัพไม่แพ้ผู้ใด
* จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ พี่แหม่มอาจมีความสัมพันธ์กับอธิกวนคนเก่า(ลุงเหม่ง) ทำให้ได้สัมปทาน ในการขายลูกชิ้นแป้งมอมเมานศ. และด้วยบารมีของลุงเหม่ง ก็ยังปกป้องร้านเจ๊แหม่มตราบจนทุกวันนี้
แก้ข่าว: พี่แหม่มแกขายลูกชิ้นมาตั้งแต่รุ่นพ่อแล้วเน่อ (พศ. 2520- ) ลุงเหม่งบ้านอยู่หน้าม.นี่เองป้ันคณะวิทย์ฯมากับมือ คงจะยังวนเวียนมาสอนอยู่เรื่อย ๆ แหละ
* พายัพมีศูนย์ศิลปวัฒนธรรมสร้างเป็นบ้านเรือนไทย ที่คนต่างชาติรู้จักดีมากกว่าศูนย์ฯของทางราชการอีก อ.อ้อย ผอ.ศูนย์อู้เมืองเก่งมาก
* ผลสอบของนักศึกษาบางวิชาต้องไปดูตอนกลางคืน มีนักศึกษาเคยไปดูผลสอบตอนกลางคืน โดยเอาไฟฉายไปส่อง ขณะที่ดูข้อสอบที่ชั้นบนของตึกๆ หนึ่งนั้น เค้าได้พบกับวิญญาณนักศึกษาที่ตายอยู่ที่นั่น
* ใครที่ยังไม่ได้รับหมวกพยาบาลแล้วเอาหมวกพยาบาลจริงมาใส่เล่นหรือจับเข็มที่ยังไม่ได้รับจะไม่ได้หมวกหรือติดเข็มพยาบาล
ม.มหิดล
ความเชื่อ
ถ้าคุณเจอตัวเงินตัวทอง(ตัวเห้) คุณจะได้เกรดA ถ้าเจอเต่า ก็แปลว่า นั่นแหละ F
อีกความเชื่อถ้าเห็นพี่เห้ลงน้ำได้F ขึ้นจากน้ำได้A นะจ๊ะ
เรื่องลึกลับ
- เชื่อกันว่าในคืนวันมหิดล นักศึกษาแพทย์ศิริราช (SI)ที่นอนเตียง C ในหอใน จะเจอของดีหากนอนในคืนนั้น เนื่องมาจากนักศึกษาSIที่ถูกรถชนตายจะกลับมาเตียงเดืมของเขา บางกระแสบอกด้วยว่าให้พยายามหาของไว้บนเตียงไม่ให้ว่าง ระวังไว้ก็แล้วกันคืนวันมหิดล หึหึ
- ว่ากันว่าอาคาร 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ (EG) เคยมีคนตาย!!! มีคนเคยเห็นหญิงสาวชุดขาวรางๆ ยืนที่หน้าต่างบริเวณหน้าตึกฝั่งที่หันออกถนน ปัจจุบันมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมไปแล้ว มองมากไปไม่ดีนะ
- หอพักชายมีห้องน้ำห้องหนึ่งเคยมีแม่บ้านผูกคอตาย ไม่รุ้ว่าด้วยเหตุผลกลใด เจ้าหน้าที่หอไม่เคยปริปากใดๆ ระวังให้ดีเถอะ ใครที่อาบน้ำดึกๆ อาจมีเชือกห้อยลงมาจากเพดานก็ได้นะ เหอๆๆ
- ในอดีตศาลายา เป็นที่ๆโรคห่าระบาด คนตายเป็นอันมาก ทางการต้องสร้างศาลาแล้วเอายาแขวนไว้ให้ เพราะไม่มีใครกล้ามาให้ยาเอง จนเป็นที่มาของชื่อศาลายา นั่นเอง
ความเชื่อ
* โบสถ์กลางน้ำของมหาวิทยาลัยด้านล่างบริเวณที่นั่งของโบสถ์จะมีความกว้างที่ สุด ส่วนปลายโบสถ์หรือยอดของโบสถ์จะเรียว และเล็กลง เปรียบเสมือนว่านักศึกษาที่เข้ามาศึกษาแรกๆ ก็มีจำนวนมาก แต่คนที่สามารถเรียนจบจริงๆ แล้วมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
เรื่องลึกลับ
* ใครเห็นเต่าจะเป้อ
* เด็กพายัพไม่ผ่าน Eng 101 มากกว่า 30% เนื่องจาก
1) ข้อสอบหิน ไม่มีกั๊กความยาก ใครที่ทราบกิตติศัพท์ของการเรียนการสอนภาควิชาภาษาอังกฤษแล้ว จะรู้ดีว่าโหดขนาดไหน ดีเฟนด์กันสุดฤทธิ์
2) เด็กที่เข้าพายัพส่วนใหญ่คือคนที่พลาดหวังจากเอ็นฯ แต่จำนวนเด็กเก่งภาษาอังกฤษ พายัพไม่แพ้ผู้ใด
* จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ พี่แหม่มอาจมีความสัมพันธ์กับอธิกวนคนเก่า(ลุงเหม่ง) ทำให้ได้สัมปทาน ในการขายลูกชิ้นแป้งมอมเมานศ. และด้วยบารมีของลุงเหม่ง ก็ยังปกป้องร้านเจ๊แหม่มตราบจนทุกวันนี้
แก้ข่าว: พี่แหม่มแกขายลูกชิ้นมาตั้งแต่รุ่นพ่อแล้วเน่อ (พศ. 2520- ) ลุงเหม่งบ้านอยู่หน้าม.นี่เองป้ันคณะวิทย์ฯมากับมือ คงจะยังวนเวียนมาสอนอยู่เรื่อย ๆ แหละ
* พายัพมีศูนย์ศิลปวัฒนธรรมสร้างเป็นบ้านเรือนไทย ที่คนต่างชาติรู้จักดีมากกว่าศูนย์ฯของทางราชการอีก อ.อ้อย ผอ.ศูนย์อู้เมืองเก่งมาก
* ผลสอบของนักศึกษาบางวิชาต้องไปดูตอนกลางคืน มีนักศึกษาเคยไปดูผลสอบตอนกลางคืน โดยเอาไฟฉายไปส่อง ขณะที่ดูข้อสอบที่ชั้นบนของตึกๆ หนึ่งนั้น เค้าได้พบกับวิญญาณนักศึกษาที่ตายอยู่ที่นั่น
* ใครที่ยังไม่ได้รับหมวกพยาบาลแล้วเอาหมวกพยาบาลจริงมาใส่เล่นหรือจับเข็มที่ยังไม่ได้รับจะไม่ได้หมวกหรือติดเข็มพยาบาล
ม.มหิดล
ความเชื่อ
ถ้าคุณเจอตัวเงินตัวทอง(ตัวเห้) คุณจะได้เกรดA ถ้าเจอเต่า ก็แปลว่า นั่นแหละ F
อีกความเชื่อถ้าเห็นพี่เห้ลงน้ำได้F ขึ้นจากน้ำได้A นะจ๊ะ
เรื่องลึกลับ
- เชื่อกันว่าในคืนวันมหิดล นักศึกษาแพทย์ศิริราช (SI)ที่นอนเตียง C ในหอใน จะเจอของดีหากนอนในคืนนั้น เนื่องมาจากนักศึกษาSIที่ถูกรถชนตายจะกลับมาเตียงเดืมของเขา บางกระแสบอกด้วยว่าให้พยายามหาของไว้บนเตียงไม่ให้ว่าง ระวังไว้ก็แล้วกันคืนวันมหิดล หึหึ
- ว่ากันว่าอาคาร 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ (EG) เคยมีคนตาย!!! มีคนเคยเห็นหญิงสาวชุดขาวรางๆ ยืนที่หน้าต่างบริเวณหน้าตึกฝั่งที่หันออกถนน ปัจจุบันมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมไปแล้ว มองมากไปไม่ดีนะ
- หอพักชายมีห้องน้ำห้องหนึ่งเคยมีแม่บ้านผูกคอตาย ไม่รุ้ว่าด้วยเหตุผลกลใด เจ้าหน้าที่หอไม่เคยปริปากใดๆ ระวังให้ดีเถอะ ใครที่อาบน้ำดึกๆ อาจมีเชือกห้อยลงมาจากเพดานก็ได้นะ เหอๆๆ
- ในอดีตศาลายา เป็นที่ๆโรคห่าระบาด คนตายเป็นอันมาก ทางการต้องสร้างศาลาแล้วเอายาแขวนไว้ให้ เพราะไม่มีใครกล้ามาให้ยาเอง จนเป็นที่มาของชื่อศาลายา นั่นเอง
ผี ม.นเรศวร
ม.นเรศวร
ความเชื่อ
* เคยมีน้องนิสิตปีหนึ่งจำนวนหนึ่ง ถูกหลอกให้ยกมือไหว้ตู้เอทีเอ็มหน้าตึกมิ่งขวัญมาแล้ว โดยรุ่นพี่อ้างว่าเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์
เรื่องลึกลับ
* หอในหลังใหม่เคยมีคนเจอผีมาแล้ว ตอนช่วงที่หอเปิดใหม่ๆ
* มีคนเคยอ้างว่าเคยพบเห็นชายชุดขาวบริเวณศาลแถวอ่างเก็บน้ำ
* มีเรื่องเล่าจากรุ่นพี่ว่าในวันบวงสรวงมีน้องคณะพยาบาลเป็นลมเพราะเห็นกองทัพสมัยโบราณเดินทัพลอยมาอยู่บนฟ้า
* หอพักนิสิตหลังใหม่ฝั่งอ่างเก็บน้ำสร้างทับบริเวณที่เคยมีต้นไทรเก่าแก่ประจำมหาวิทยาลัย
* มีคำบอกเล่าจาก อ.คณะวิทย์ ว่าหลังจากที่มียามมอนอถูกแทงตายเพราะทะเลาะกัน ก็มีการจับภาพวิญญาณไว้ได้ในกล้องวงจรปิดของคณะวิทย์ และยามคนนี้ยังได้ไปเยี่ยมเยียนนิสิตบางส่วนที่ชอบอยู่ดึกๆในตึกวิทย์ด้วย (บรื๋อ)
* หลายคนแปลกใจเวลานั่งรถไฟฟ้าไปกับเด็กแพทย์ และเด็กเทคนิคการแพทย์จะพบว่าเขายกมือไหว้ตึกหลังคาสีแดงๆตั้งอยู่ใกล้ประตู 3 สอบถามมาได้ความว่าเป็นตึกที่ใช้เก็บอาจารย์ใหญ่ของพวกเค้าแหละ
* ถนนเส้นหน้าคณะแพทย์ยังคงเป็นถนนที่มีเรื่องลึกลับมากที่สุดในมอ มีคนเคยโดนกระโดดซ้อนท้ายกลางทาง โดนคนวิ่งไล่แถวหน้าคณะแพทย์ พอขับพ้นบริเวณนั้นคนที่วิ่งไล่ก็หายไป
* ตอนกลางดึก ราวปี 45 มีเด็กปี 1 ขี่มอเตอร์ไซค์ย้อนเข็มนาฬิกาวนรอบตึกแพทย์ครบ 3 รอบโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะลืมของ พอครบรอบที่ 3 เจอกลุ่มคนชุดขาวออกันเต็มถนนไปหมด และหายไปดื้อๆ เดี๋ยวนี้เลยบังคับรถวิ่งทางเดียว (ตามเข็ม) ไปแล้ว
* หากผ่านคณะเภสัชตอนกลางคืน อย่ามองขึ้นไปบนตึก 4
* หอใหม่ที่นิสิตปีหนึ่งอยู่ก้อน่ากลัวไม่แพ้กัน เคยมีคนเจอตั้งแต่โดนผีอำ เห็นคนมานั่งที่โต๊ะ เห็นคนนั่งอยู่บนตู้เสื้อผ้าแล้วกระโดดลงมาทับ เสียงเด็กวิ่งเล่น เสียงเด็กร้องไห้ และมีข่าวว่าสมัยตอนก่อสร้างหอนั้นมีลูกคนงานที่นำมาทำงานด้วยตกเตียงคอหัก ตาย
* หอหญิง 7 (หอเก่า) ชั้น 2 ห้องติดบันได เจ้าของห้องตอนนั้นเจอผีหัวขาด และขอย้ายออกทันที
* หลายคนที่โดนหลอกแถวๆตึกแพทย์ ก็ไม่น่าแปลกใจอีกต่อไป เพราะก่อนที่จะสร้างตึก QS บริเวณด้านหลังตึกแพทย์จะมีอาคารเก็บอาจารย์ใหญ่อยู่ที่นั้น เมื่อตึกQSสร้างขึ้นจึงย้ายไปอยู่ใกล้ประตู3แทน
* เมื่อ2-3ปีที่ผ่านมา มีเรื่องเล่าว่าที่ตึก QS มีลูกสาวของแม่บ้านทำความสะอาดถูกไฟฟ้าช็อตตายขณะไปช่วยแม่ทำงาน แต่อยู่ตรงบริเวณไหนของตึกนั้นไม่ทราบเหมือนกัน
* หอใน ตึก 14 ชั้น 3 ไม่ค่อยมีคนอยู่ แต่มีอย่างอื่นอยู่ *-* ..เด็กหอ '51
ม.บูรพา
ความเชื่อ
* นิสิตปี 1 เกือบทุกคนต้องสักการะจักรยานคู่ของพี่บัว
* สระบัวหน้าคณะศึกษา(ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสระมรกตไปแล้ว) คนที่เป็นแฟนกันไปลอยกระทงด้วยกันจะเลิกกัน
* เด็กปี 1 ทุกคนจะต้องวิ่งลงจากเขาสามมุกมาจนถึงมหาลัย ซึ่งจะเรียกว่าวิ่ง 8 กรกฎ ครับ วิ่งทุกวันที่ 8 กรกฏาคม เมื่อถึงเส้นชัยแล้วต้องเหยียบคำว่า"เส้นชัย" ด้วย
* มันเป็นวันที่ เด็ก วิทกีฬา จะทำการโชว์ พาว และ เมื่อถึงเส้น ชัย มัน จะชอบไปยืน ขวาง แถวๆ ตัว A ไม่ให้คนอื่นเหยียบ
* เวลา มี สาวสวยๆ มันจะชอบไป ดัก ขอ เบอร์ หน้าเส้นชัย (มันเป็นเอามากมายเลยนะครับ)
* วันเเข่งกีฬาขึ้นแสตนด์เชียร์ คนที่เป็นมือกลองของคณะสาธาณสุข ต้องระวังโดนอาถรรพ์ถูกรีไทร์
* จากข้อความข้างบน คนที่เป็นมือกลองของคณะวิทยาศาสตร์ ก็รับผลไปด้วยเช่นกันครับ
* สา'สุข รับน้องต้องมีผีทุกปี ไม่งั้นผิดคอนเซ็บ (เปลี่ยนมั่งก็ดีนะ)
* ว่ากันว่าเด็กคณะศึกษาน่ารักมากๆ จนเด็กวิดวะลาดกระบังหลง มีอะไรดีอะเป่า ปัจจุบันเป็นผู้นำนิสิคตำแหน่งสูงงงงงงงของม.บู และแน่นอนว่าเด็กลาดกระบังก็หายตัวไปแล้ว(อ้าว)
* เด็กลาดกระบัง ยังไม่ไปใหนหรอกครับ แง้ว (*_*)&(-_-)###############ว่าแต่ว่าเด็กคณะศึกษาน่ารักจริงเปล่าคร๊าย (ผมเชื่อนะ)
* เด็กศึกษาน่ารักจริงค่ะ โดยเฉพาะเอกสังคม ขอบอก ขอบอก
* จริงคับผมเชื่อ เพราะผมแอบปลื้มเด็กศึกษา เอกสังคมอยู่ครับ น่ารักมาก เห็นแล้วใจละลาย (เด็กวิดกีฬา ขอคอนเฟอม)
* มีคนบอกมาว่าร้อยละ 80 ของผู้ชายในคณะมะนุด เป็นเกย์ (เจอกะตัวมาแล้ว สยองสุดๆ)
เรื่องลึกลับ
* เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ที่ สระน้ำสวนนัน สระบัว หรือ สระต่างๆภายใน ม.คือ ได้เกิด ปรากฎการณ์น้ำเปลียนสี (สีมรกต)
* QS 2 มีห้องซ้อมดนตรีไทย จะบรรเลงเฉพาะตอนกลางคืนหลังสี่ทุ่มเท่านั้น อยากเจอให้เดินมาจากตึกสาสุข -SC-SD-หอสมุด-แล้วลองหยุดฟังหน้าQS2
* ตึก SD มีลิฟต์ตัวนึงมีผีด้วย คือลิฟท์จะเปิดเอง แล้วถ้าลิฟท์เปิดเอง ให้หลีกทางให้เขาเข้ามาด้วย แต่ถ้าขี้เกียจให้บอกว่า "เต็มแล้ว รอไปเที่ยวหน้านะคะ" จะได้ผลพอๆกัน
* มีคนเคย ใช้ ลิฟต์ ตัว ทางซ้าย แล้ว กด ชั้น 5 แต่ยังไงลิฟต์ก็ยังมาเปิดที่ ชั้น3 และ ขาลงก็เช่นกัน
* ลิฟต์ตัวนิ้ ช่วง วัน จันทร์ ตอน เช้า และ บ่าย จะค้างบ่อยเพื่อ ความปลอยภัย ใช้บันได แทน นะคับ
* ลิฟท์ มันเสียเว๊ย เีสียค่าเทอมก็แพง ทำไมไม่ซ่อมลิฟท์ น้าาาาาาาาาาาาาาาา
* เอางบไปสร้าง สร้างตึกใหม่ ไว กว่า ซ่อม ลิฟท์ มากมาย
* หอ3 (หอชาย) ห้อง 306 พี่หอบอกว่ามีคนผูกคอตายในตู้เสื้อผ้า ห้องนั้นมีผีจริงๆนะ
* หอ14 (หอหญิง) ห้อง 303 เคยมีคนเล่นผีถ้วยแก้วแล้วโดนผีสิง
* หอ14และ15ต้องทำบญหอและเปิดให้ผู้ชายไปช่วยทำบุญทุกปี ไม่งั้นจะ..มีเรื่อง เมื่อปี47ชั้น4-5โดนกันมาแล้วววว
* หอ 14 ห้อง 302 เคยมีคนเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยสีแดงและสีเขียวเดินอยู่ในห้อง
* หอ14 ห้อง 417 ขาเตียงหลังหนึ่งมีสายสิญจน์ผูกไว้
o จริงๆ หอนั้นเดิมเคยเป็นหอชาย เปิดใช้ครั้งแรกปี 41 เราอยู่หอนั้นด้วย ห้องที่มีคนถูกผีเข้าจริงๆ คือ 309 ตะหาก
o อีกห้องที่เฮี้ยนพอกัน ห้อง 206 (ตอนเราอยู่ ให้อยู่กันห้องละ 6 คน) คนอยู่ห้องนั้นเป็นใหญ่เป็นโตกันหมด มีประธานเอก 4 คน อีกคนเป็นประธานชั้นปีมะสัง ส่วนอีกคนจำไม่ได้ แต่ 1 ใน 6 ตายตอนปี 1 (ตอนนี้ยังคงวนเวียนอยู่แถวๆ นั้น) อีกคนไม่แน่ใจว่าตายมั้ย ส่วนอีกคนประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้ยังไม่หายเอ๋อเลย (ประธานเอกเราเองแหละ)
* ตึก B100 (ตอนนี้คือตึกพาณิชยนาวี ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวิทยาลัยการขนส่งและโลจิสติกส์) เป็นที่เลื่องลือว่ามีผี
o B100 ไม่ได้ลือว่ามีผี แต่เป็นศุนย์รวมจิตใจของชาว วิทยา เมื่อก่อนทุกกิจกรรม ต้องไปทำที่ B100 น่ะ
* ตึกมนุษย์ฯมีสาวสไบเขียว แต่ตึกสาธารณสุข มีสาวกิโมโนสีขาวครับ
* ที่ไหนสักแห่งนึงในม.บู เคยเป็นที่ฝังศพทหารที่ตายในสงครามคร้าบ..
* เด็กเทคโนการศึกษาส่วนใหญ่ จะเรียนอังกฤษ2รอบ
* หอ14เหี้ยนสุดต้องชั้น 5 ห้อง 50...มีคนตายเพราะโรคหัวใจ และ ยังเคยมีผีผู้ชายมาเรียกตอนดึกๆ อันนี้ขอคอนเฟิมว่าจริง จากพี่หอชั้น5
* ว่ากันว่าที่จริงเป็น หอ 3 ต่างหาก ห้อง 310 มีคู่เกย์ทะเลาะกันและตายในห้องเมื่อ10ปีที่แล้ว ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ ไม่มีใครอยู่ห้องมา 2 ปีแล้ว- โดยผู้ที่อยู่ห้อง308
* กว่า 80 เปอร์เซ็นของ นิสิตที่ถูกไทร์ ติดโปร หรือซิ่ว จากคณะวิทยาศาสตร์ จะเป็นเด็กที่ช่วยงานสโมสรนิสิต
* เด็กคณะศึกษา..มีความเชื่อว่าห้ามเดินลอดป้าย ไม่อย่างนั้นจะเรียนไม่จบ ไม่รู้ว่าเกี่ยวไรกัน
o เค้าบอกว่าจะขึ้นคานต่างหากล่ะ
* ตึก Qs1 ถ้าอยากจะลองของในตอนกลางคืนให้ไปที่บันไดต่างระดับที่ก่อนขึ้นตึก หันหลังให้ตัวตึกแล้วเดินนับ 13 ก้าว ค่อยๆมองขึ้นไปทางซ้ายมือ ปลายสายตาให้มองที่ดาดฟ้า จะเห็นเป็นเงาคนตะคุ่มชัดมาก เฮี้ยนขนาดรับรองว่าเห็นทุกคน เด็กซิกัมเราไปลองมาแล้ว ขอขนานนามว่า ผีจานดาวเทียม -*-...
* รู้ไหมว่าในเวลากลางคืนมักจะมีผี 2 หัว ที่ สวนนัน
o แล้วมันจะรวมกันเป็นหัวเดียวป่ะ...
o สงสัยหัวเราละมัง เพราะชอบไปนั่งสวน นันช่วง ตี1ตี2เวลา อกหักนะ เอิ้กๆ
* ที่ตึกคณะศึกษาศาสตร์ QS1 เค้าเล่าว่าตอนเที่ยงคืน หากไปยืนอยู่ช่องว่าระหว่าบันได ชั้นล่าง ถ้ามองขึ้นไปตามช่อง จะเห็นผู้ชายยืนอยู่ชั้นบนสุด ก้มหัวลงมามองเรา จากนั้น หัวก็จะหลุดร่วงลงมา
ความเชื่อ
* เคยมีน้องนิสิตปีหนึ่งจำนวนหนึ่ง ถูกหลอกให้ยกมือไหว้ตู้เอทีเอ็มหน้าตึกมิ่งขวัญมาแล้ว โดยรุ่นพี่อ้างว่าเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์
เรื่องลึกลับ
* หอในหลังใหม่เคยมีคนเจอผีมาแล้ว ตอนช่วงที่หอเปิดใหม่ๆ
* มีคนเคยอ้างว่าเคยพบเห็นชายชุดขาวบริเวณศาลแถวอ่างเก็บน้ำ
* มีเรื่องเล่าจากรุ่นพี่ว่าในวันบวงสรวงมีน้องคณะพยาบาลเป็นลมเพราะเห็นกองทัพสมัยโบราณเดินทัพลอยมาอยู่บนฟ้า
* หอพักนิสิตหลังใหม่ฝั่งอ่างเก็บน้ำสร้างทับบริเวณที่เคยมีต้นไทรเก่าแก่ประจำมหาวิทยาลัย
* มีคำบอกเล่าจาก อ.คณะวิทย์ ว่าหลังจากที่มียามมอนอถูกแทงตายเพราะทะเลาะกัน ก็มีการจับภาพวิญญาณไว้ได้ในกล้องวงจรปิดของคณะวิทย์ และยามคนนี้ยังได้ไปเยี่ยมเยียนนิสิตบางส่วนที่ชอบอยู่ดึกๆในตึกวิทย์ด้วย (บรื๋อ)
* หลายคนแปลกใจเวลานั่งรถไฟฟ้าไปกับเด็กแพทย์ และเด็กเทคนิคการแพทย์จะพบว่าเขายกมือไหว้ตึกหลังคาสีแดงๆตั้งอยู่ใกล้ประตู 3 สอบถามมาได้ความว่าเป็นตึกที่ใช้เก็บอาจารย์ใหญ่ของพวกเค้าแหละ
* ถนนเส้นหน้าคณะแพทย์ยังคงเป็นถนนที่มีเรื่องลึกลับมากที่สุดในมอ มีคนเคยโดนกระโดดซ้อนท้ายกลางทาง โดนคนวิ่งไล่แถวหน้าคณะแพทย์ พอขับพ้นบริเวณนั้นคนที่วิ่งไล่ก็หายไป
* ตอนกลางดึก ราวปี 45 มีเด็กปี 1 ขี่มอเตอร์ไซค์ย้อนเข็มนาฬิกาวนรอบตึกแพทย์ครบ 3 รอบโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะลืมของ พอครบรอบที่ 3 เจอกลุ่มคนชุดขาวออกันเต็มถนนไปหมด และหายไปดื้อๆ เดี๋ยวนี้เลยบังคับรถวิ่งทางเดียว (ตามเข็ม) ไปแล้ว
* หากผ่านคณะเภสัชตอนกลางคืน อย่ามองขึ้นไปบนตึก 4
* หอใหม่ที่นิสิตปีหนึ่งอยู่ก้อน่ากลัวไม่แพ้กัน เคยมีคนเจอตั้งแต่โดนผีอำ เห็นคนมานั่งที่โต๊ะ เห็นคนนั่งอยู่บนตู้เสื้อผ้าแล้วกระโดดลงมาทับ เสียงเด็กวิ่งเล่น เสียงเด็กร้องไห้ และมีข่าวว่าสมัยตอนก่อสร้างหอนั้นมีลูกคนงานที่นำมาทำงานด้วยตกเตียงคอหัก ตาย
* หอหญิง 7 (หอเก่า) ชั้น 2 ห้องติดบันได เจ้าของห้องตอนนั้นเจอผีหัวขาด และขอย้ายออกทันที
* หลายคนที่โดนหลอกแถวๆตึกแพทย์ ก็ไม่น่าแปลกใจอีกต่อไป เพราะก่อนที่จะสร้างตึก QS บริเวณด้านหลังตึกแพทย์จะมีอาคารเก็บอาจารย์ใหญ่อยู่ที่นั้น เมื่อตึกQSสร้างขึ้นจึงย้ายไปอยู่ใกล้ประตู3แทน
* เมื่อ2-3ปีที่ผ่านมา มีเรื่องเล่าว่าที่ตึก QS มีลูกสาวของแม่บ้านทำความสะอาดถูกไฟฟ้าช็อตตายขณะไปช่วยแม่ทำงาน แต่อยู่ตรงบริเวณไหนของตึกนั้นไม่ทราบเหมือนกัน
* หอใน ตึก 14 ชั้น 3 ไม่ค่อยมีคนอยู่ แต่มีอย่างอื่นอยู่ *-* ..เด็กหอ '51
ม.บูรพา
ความเชื่อ
* นิสิตปี 1 เกือบทุกคนต้องสักการะจักรยานคู่ของพี่บัว
* สระบัวหน้าคณะศึกษา(ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสระมรกตไปแล้ว) คนที่เป็นแฟนกันไปลอยกระทงด้วยกันจะเลิกกัน
* เด็กปี 1 ทุกคนจะต้องวิ่งลงจากเขาสามมุกมาจนถึงมหาลัย ซึ่งจะเรียกว่าวิ่ง 8 กรกฎ ครับ วิ่งทุกวันที่ 8 กรกฏาคม เมื่อถึงเส้นชัยแล้วต้องเหยียบคำว่า"เส้นชัย" ด้วย
* มันเป็นวันที่ เด็ก วิทกีฬา จะทำการโชว์ พาว และ เมื่อถึงเส้น ชัย มัน จะชอบไปยืน ขวาง แถวๆ ตัว A ไม่ให้คนอื่นเหยียบ
* เวลา มี สาวสวยๆ มันจะชอบไป ดัก ขอ เบอร์ หน้าเส้นชัย (มันเป็นเอามากมายเลยนะครับ)
* วันเเข่งกีฬาขึ้นแสตนด์เชียร์ คนที่เป็นมือกลองของคณะสาธาณสุข ต้องระวังโดนอาถรรพ์ถูกรีไทร์
* จากข้อความข้างบน คนที่เป็นมือกลองของคณะวิทยาศาสตร์ ก็รับผลไปด้วยเช่นกันครับ
* สา'สุข รับน้องต้องมีผีทุกปี ไม่งั้นผิดคอนเซ็บ (เปลี่ยนมั่งก็ดีนะ)
* ว่ากันว่าเด็กคณะศึกษาน่ารักมากๆ จนเด็กวิดวะลาดกระบังหลง มีอะไรดีอะเป่า ปัจจุบันเป็นผู้นำนิสิคตำแหน่งสูงงงงงงงของม.บู และแน่นอนว่าเด็กลาดกระบังก็หายตัวไปแล้ว(อ้าว)
* เด็กลาดกระบัง ยังไม่ไปใหนหรอกครับ แง้ว (*_*)&(-_-)###############ว่าแต่ว่าเด็กคณะศึกษาน่ารักจริงเปล่าคร๊าย (ผมเชื่อนะ)
* เด็กศึกษาน่ารักจริงค่ะ โดยเฉพาะเอกสังคม ขอบอก ขอบอก
* จริงคับผมเชื่อ เพราะผมแอบปลื้มเด็กศึกษา เอกสังคมอยู่ครับ น่ารักมาก เห็นแล้วใจละลาย (เด็กวิดกีฬา ขอคอนเฟอม)
* มีคนบอกมาว่าร้อยละ 80 ของผู้ชายในคณะมะนุด เป็นเกย์ (เจอกะตัวมาแล้ว สยองสุดๆ)
เรื่องลึกลับ
* เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ที่ สระน้ำสวนนัน สระบัว หรือ สระต่างๆภายใน ม.คือ ได้เกิด ปรากฎการณ์น้ำเปลียนสี (สีมรกต)
* QS 2 มีห้องซ้อมดนตรีไทย จะบรรเลงเฉพาะตอนกลางคืนหลังสี่ทุ่มเท่านั้น อยากเจอให้เดินมาจากตึกสาสุข -SC-SD-หอสมุด-แล้วลองหยุดฟังหน้าQS2
* ตึก SD มีลิฟต์ตัวนึงมีผีด้วย คือลิฟท์จะเปิดเอง แล้วถ้าลิฟท์เปิดเอง ให้หลีกทางให้เขาเข้ามาด้วย แต่ถ้าขี้เกียจให้บอกว่า "เต็มแล้ว รอไปเที่ยวหน้านะคะ" จะได้ผลพอๆกัน
* มีคนเคย ใช้ ลิฟต์ ตัว ทางซ้าย แล้ว กด ชั้น 5 แต่ยังไงลิฟต์ก็ยังมาเปิดที่ ชั้น3 และ ขาลงก็เช่นกัน
* ลิฟต์ตัวนิ้ ช่วง วัน จันทร์ ตอน เช้า และ บ่าย จะค้างบ่อยเพื่อ ความปลอยภัย ใช้บันได แทน นะคับ
* ลิฟท์ มันเสียเว๊ย เีสียค่าเทอมก็แพง ทำไมไม่ซ่อมลิฟท์ น้าาาาาาาาาาาาาาาา
* เอางบไปสร้าง สร้างตึกใหม่ ไว กว่า ซ่อม ลิฟท์ มากมาย
* หอ3 (หอชาย) ห้อง 306 พี่หอบอกว่ามีคนผูกคอตายในตู้เสื้อผ้า ห้องนั้นมีผีจริงๆนะ
* หอ14 (หอหญิง) ห้อง 303 เคยมีคนเล่นผีถ้วยแก้วแล้วโดนผีสิง
* หอ14และ15ต้องทำบญหอและเปิดให้ผู้ชายไปช่วยทำบุญทุกปี ไม่งั้นจะ..มีเรื่อง เมื่อปี47ชั้น4-5โดนกันมาแล้วววว
* หอ 14 ห้อง 302 เคยมีคนเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยสีแดงและสีเขียวเดินอยู่ในห้อง
* หอ14 ห้อง 417 ขาเตียงหลังหนึ่งมีสายสิญจน์ผูกไว้
o จริงๆ หอนั้นเดิมเคยเป็นหอชาย เปิดใช้ครั้งแรกปี 41 เราอยู่หอนั้นด้วย ห้องที่มีคนถูกผีเข้าจริงๆ คือ 309 ตะหาก
o อีกห้องที่เฮี้ยนพอกัน ห้อง 206 (ตอนเราอยู่ ให้อยู่กันห้องละ 6 คน) คนอยู่ห้องนั้นเป็นใหญ่เป็นโตกันหมด มีประธานเอก 4 คน อีกคนเป็นประธานชั้นปีมะสัง ส่วนอีกคนจำไม่ได้ แต่ 1 ใน 6 ตายตอนปี 1 (ตอนนี้ยังคงวนเวียนอยู่แถวๆ นั้น) อีกคนไม่แน่ใจว่าตายมั้ย ส่วนอีกคนประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้ยังไม่หายเอ๋อเลย (ประธานเอกเราเองแหละ)
* ตึก B100 (ตอนนี้คือตึกพาณิชยนาวี ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวิทยาลัยการขนส่งและโลจิสติกส์) เป็นที่เลื่องลือว่ามีผี
o B100 ไม่ได้ลือว่ามีผี แต่เป็นศุนย์รวมจิตใจของชาว วิทยา เมื่อก่อนทุกกิจกรรม ต้องไปทำที่ B100 น่ะ
* ตึกมนุษย์ฯมีสาวสไบเขียว แต่ตึกสาธารณสุข มีสาวกิโมโนสีขาวครับ
* ที่ไหนสักแห่งนึงในม.บู เคยเป็นที่ฝังศพทหารที่ตายในสงครามคร้าบ..
* เด็กเทคโนการศึกษาส่วนใหญ่ จะเรียนอังกฤษ2รอบ
* หอ14เหี้ยนสุดต้องชั้น 5 ห้อง 50...มีคนตายเพราะโรคหัวใจ และ ยังเคยมีผีผู้ชายมาเรียกตอนดึกๆ อันนี้ขอคอนเฟิมว่าจริง จากพี่หอชั้น5
* ว่ากันว่าที่จริงเป็น หอ 3 ต่างหาก ห้อง 310 มีคู่เกย์ทะเลาะกันและตายในห้องเมื่อ10ปีที่แล้ว ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ ไม่มีใครอยู่ห้องมา 2 ปีแล้ว- โดยผู้ที่อยู่ห้อง308
* กว่า 80 เปอร์เซ็นของ นิสิตที่ถูกไทร์ ติดโปร หรือซิ่ว จากคณะวิทยาศาสตร์ จะเป็นเด็กที่ช่วยงานสโมสรนิสิต
* เด็กคณะศึกษา..มีความเชื่อว่าห้ามเดินลอดป้าย ไม่อย่างนั้นจะเรียนไม่จบ ไม่รู้ว่าเกี่ยวไรกัน
o เค้าบอกว่าจะขึ้นคานต่างหากล่ะ
* ตึก Qs1 ถ้าอยากจะลองของในตอนกลางคืนให้ไปที่บันไดต่างระดับที่ก่อนขึ้นตึก หันหลังให้ตัวตึกแล้วเดินนับ 13 ก้าว ค่อยๆมองขึ้นไปทางซ้ายมือ ปลายสายตาให้มองที่ดาดฟ้า จะเห็นเป็นเงาคนตะคุ่มชัดมาก เฮี้ยนขนาดรับรองว่าเห็นทุกคน เด็กซิกัมเราไปลองมาแล้ว ขอขนานนามว่า ผีจานดาวเทียม -*-...
* รู้ไหมว่าในเวลากลางคืนมักจะมีผี 2 หัว ที่ สวนนัน
o แล้วมันจะรวมกันเป็นหัวเดียวป่ะ...
o สงสัยหัวเราละมัง เพราะชอบไปนั่งสวน นันช่วง ตี1ตี2เวลา อกหักนะ เอิ้กๆ
* ที่ตึกคณะศึกษาศาสตร์ QS1 เค้าเล่าว่าตอนเที่ยงคืน หากไปยืนอยู่ช่องว่าระหว่าบันได ชั้นล่าง ถ้ามองขึ้นไปตามช่อง จะเห็นผู้ชายยืนอยู่ชั้นบนสุด ก้มหัวลงมามองเรา จากนั้น หัวก็จะหลุดร่วงลงมา
ผี ม.ธรุกิจบัณฑิต
ม.ธุรกิจบัณฑิต
เชื่อหรือไม่?
* ที่นี่เป็นมหาลัยในกทม. แต่มีนักศึกษากทม.แท้ๆ ไม่ถึง 20%
* หลัง ม. เคยมีร้านเหล้าอยู่มาก ปัจจุบัน แทบไม่เหลือแล้วเพราะ ...
* วันอังคารเป็นวัน Account Smart Day ของคณะการบัญชีที่รณรงค์ให้นักศึกษาในคณะแต่งเครื่องแบบให้ถูกต้อง
* ลิฟต์ด้านหลังของตึก 3 เปิด-ปิดรวดเร็วมากๆ มีนักศึกษาโดนหนีบอยู่ทุกวัน (รวมทั้งคนเขียน)แล้วยังค้างอยู่บ่อยๆ อีกด้วย(ถ้าเข้าลิฟท์ไปแล้วยังไม่กดชั้นลิฟท์ก็ยังไม่ปิดแม้ว่าจะไม่ได้กด ปุ่มopen)
* ตอนซัมเมอร์ที่ผ่านมา มีข่าววางระเบิดเกิดขึ้นตอนช่วงสอบพอดิบพอดี หลายคนสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของนักศึกษาที่ไม่อยากสอบ
* สนามฟุตบอลและโรงยิมของที่นี่แทบไม่เคยเว้นการใช้งาน เพราะส่วนมากเป็นของที่อื่นมาใช้สถานที่ในการแข่งทั้งน้าน นักศึกษาแทบไม่ค่อยได้ใช้
* เดอะมอลล์งามวงศ์วานคือวิทยาเขต 2ของนักศึกษามธบ.
* มีรถเมล์ผ่านหน้ามหาลัยแค่ 24 66 และ 70 เท่านั้น แต่ก็มีรถตู้ กับสองแถวเล็กนะ
* flashdriveของนักศึกษาที่เสียบๆกันในห้องสมุดโดนไวรัสแดก กันเกือบ100% **เพิ่มเติม Flashdrive ของอาจารย์ที่เสียบๆตามห้องสอนก็โดน Dak เหมือนกันจ้า **
* สิ่งหนึ่งที่อาจารย์หลายๆคนต้องทำก่อนไปสอนคือขอพรสิงศักดิ์สิทธิ์ไม่ให้โดนไวรัส Dak Flashdrive ในห้องสอน
* ระบบการลงทะเบียนของที่นี่ บังคับให้ลงเรียนตามเลขทะเบียนเท่านั้น(สำหรับวิชาบังคับ)เพื่อป้องกันความ วุ่นวานและสับสน แต่ก็มีหลายคนฝืนข้อบังคับนี้
* ชื่ออย่างเป็นทางการของวิชาวิเคราะห์เชิงปริมาณคือวิเคราะห์ฺเชิงทรมาน
* กลุ่มเรียน 31 คือกลุ่มเรียนของ honour หรือบัณฑิตเกียรตินิยม
* นักศึกษากลุ่ม honour ส่วนใหญ่จะจองหอง คิดว่าตัวเองเก่ง หวงความรู้มาก เวลาเดินผ่านนศ กลุ่มปกติ ถึงแม้จะเคยรู้จักกัน แต่เมื่อเรียน honour จะไม่หันมามองเลยสักนิด พร้อมเดินผ่านอย่างรวดเร็วเหมือนไม่รู้จักกันมาก่อน นักศึกษา honour จึงถูกนักศึกษาภาคปกติเกิดอาการไม่ชอบขี้หน้าอยู่บ่อยๆ แต่เวลาสอบบางคนอาจจะได้คะแนนน้อยกว่ากลุ่มเรียนปกติในบางวิชา
* สาขาวิชาวาสารศาสตร์เป็นสาขาเดียวที่ใช้ระบบโซตัส ซ่อมน้องเช้า-เย็น ซ้อมเชียร์ตั้งแต่เปิดเทอม
* ไม่รู้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยเดียวหรือเปล่า ที่ถ้าใช้เน็ตข้างนอกจะไม่สามารถเข้าเว็บบอร์ดมหาวิทยาลัยได้ เมื่อเข้าไปจะพบว่าคำว่า "ให้สำหรับบุคคลภายในติดต่อเท่านั้น"
* ม.ธุรกิจมีถนนชินเขตคั่นกลางเป็น2ฝั่ง ฝั่งหนึ่งเรียกว่าแผ่นดินใหญ่ อีกฝั่งเรียกว่าชินเขต
* ม.ธุรกิจบัณฑิตย์มีศาลาเรือนไทย10ล้านตั้งอยู่ในบ่อเต่าหน้าตึก6 แต่ไม่เปิดให้ใช้ จะใช้แค่ตอนรับปริญญากับลอยกระทง
* ม.ธุรกิจบัณฑิตย์จัดเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุด เคยมีความคิดว่าจะทำให้เป็นอุทยานแต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเลิกไปยัง
* เด็กที่จะมาสมัคร ม. นี้ พอลงรถประจำทางจะรู้สึกธรรมดา ไม่ตื่นเต้นสักเท่าไหร่(คงเสียใจที่เอนท์ไม่ติด) แต่พอได้เข้าไปในเขตมหาวิทยาลัยจะมีความสุขกับบรรยากาศที่สวยงามเหมือนได้มา เที่ยวรีสอร์ท หรือโรงแรม 5 ดาว จนอยากจะเปิดเทอมเร็วๆ
* เป้นมหาวิทยาลัยที่มีการปูหินแบบตัวหนอนมากที่สุด (ปูทั้งมหาวิทยาลัย)
* ตึกภาษาไทย หรือตึก 4 มีลิฟทืที่ขนถ่านนักศึกษาได้น้อยมากคือ ขึ้นได้ทีละไม่เกิน 4 คนถ้ายิ่งคนอ้วน 2 คนเต็มที่ดังนั้นใครจะเรียนตึก 4 มักจะใช้บันใดแทนลิฟท์
* พื้นที่ 20% ของมหาวิทยาลัยยังเป็นที่ว่างที่จะสร้างอะไรเพิ่มก็ได้
* สะพานธุรกิจบัณฑิตย์ (ตรงทางเข้า มหาวิทยาลัย )จะมีแท่นตรงกลางขึ้นมาแล้วเขียยนว่า สะพานธุรกิจบัณฑิตย์ ว่ากันว่าใครไปนั่งทับจะเรียนไม่จบ
* สำหรับนักศึกษาที่จะออกฝึกงานได้นั้นต้องมีเกรดไม่ต่ำกว่า 2.75 และมีลายเซ็นเพื่ออนุมัติการฝึกงาน ประกอบไปด้วยลายเซ็น อาจารย์ที่ปรึกษา คณะบดี อธิการบดี
* จบจากที่นี่เป็นความภูมิใจมากที่สุด รักสถาบันที่บางคนไม่มีโอกาสได้มาเรียนเพราะคิดว่เป็นม.เอกชนที่ไม่มั่นใจ ขอท้าให้ลองเข้ามาดู จะรู้ถึงความประทับใจที่จะได้รับจากม.แห่งความผูกพัน
* สังเกตุดีๆ มหาวิทยลัยธุรกิจ จะมีทั้งหมด 3 ฝั่ง ฝั่งแรก คือฝั่ง นนทบุรี(ประชาชื่น ซ8(ใช้การได้ไม่มาก เนื่องจากมีเสาไฟฟ้าแรงสุงพาดผ่าน )ฝังที่ สองคือ ฝั่งริมคลองประปา กทม. เป็นเมนหลักเลยฝั่งนี้ ฝั่งที่ 3 คือฝั่งหลัง ม. (มีถนนเล็กๆคั่นกลาง )ฝั่งนี้จะเห็น นศ.ที่อาร์ตและหล่อที่สุด เพราะ มี 3 คณะที่หนุ่มหล่อๆทั้งนั้น คือ นิเทศ ศิลปกรรม และ วิศวะ แปลกจริงทามไมต้องข้างหลัง
* ฝั่ง นนทบุรี ที่เป็นที่ว่างกว้างๆนั่น มหาลัยมีแผนจะทำอะไรไหมหรือเปล่าไม่มีใครรู้เพราะมันถูกปล่อยว่างมานานนม ใครรู้บอกที
* เมื่อก่อนที่ขายแบบเรียน ไม่ใช่ Se-ed book
* หนังสือเรียนภาษาอังกฤษ ห้ามถ่ายเอกสาร เพราะละเมิดลิขสทธิ์ แต่ก็ยังมีคนถ่าย มันแพงนี่หว่า
* เด็กศิลปกรรม มีแต่แนวๆท้างน้าน เซอร์ๆ สกปรก แต่ส่วนใหญ่ แฟนสวยไฮโซโคตร
* ตรงข้ามกับเด็กนิเทศที่นี่ จะติดหรู มีแต่คุณหนู แต่เวลาไปฝึกงานได้รับการเล่าลือว่า อึดเป็นควาย
* มาเรียนที่นี่ขอแนะนำให้ขับรถมาดีที่สุดเพราะมีทั้งตึกจอดรถและลานจอด แต่นั่นไม่สำคัญเท่าอันตรายที่คุณจะต้องเสี่ยงตายโหนรถปิกอัฟ 2 แถว หรือไม่กะทนนั่งรอรถเมล์เป็นชาติ
* รถเมล์สาย 66 เป็นสายที่ต้องรอนานมากๆ แต่ สาย 24 มีเป็นร้อย
* ถ้าอยากนั่ง ต้องไปรอป้ายก่อนถึงหน้่ามหาลัย
* ที่โรงอาหารเคยมี 7-11 เปิดด้วย บริเวณธนาคาร เคยมี ร้านรักบ้านเกิดตั้งอยู่ หายไปหมดแล้วทั้ง 2 อัน
* ตอนนี้กำลังวางโครงการก่อสร้างอาคารหลังใหม่แทนศูนย์การค้าที่พับเก็บไป ด้วยงบประมาณ หลายร้อยล้านบาท ซึ่งต้องลุ้นกันให้เซอร์ไฟร์เล่น
ว่าจะเป็นของคณะอะไร
* และกะลังลุ้นกันอีกว่า อนาคตค่าหน่วยกิจจะขึ้นหรือไม่ เพราะที่อื่นขึ้นกันหมดแล้ว และม.เอกชนใกล้ๆกัน(ดอกบัว)ก้ขึ้นไล่จี้ตามตูดมาติดๆ
* อ้อ อัฟเดทล่าสุด รองมิสไทยแลนอันดับ 1 ปีนี้ 2551 เป็นดาวคณะเศรษฐศาสตร์
* อ้อ อีกเรื่อง ม.ไม่มีโฆษณาทางทีวีมา 3 ปีติดต่อกันแล้ว
* อีกที จากการจัดอันดับมหาลัยสากลของ Webmetic ม.ธุรกิจบัณฑิตย์อยู่อันดับที่ 24 ของประเทศ(รวม ม.รัฐ) และอันดับ 3 ของประเทศ(แยกเอกชน ซึ่งรองจาก เอแบค และ ม.กรุงเทพ)
ความเชื่อ
* มีบ่อน้ำคั่นทางเดินระหว่างตึก 1 กะ 2 ซึ่งมีสะพานเล็กๆสวยเก๋ตั้งอยู่ที่นั่น ซึ่งลือกันว่าถ้าใครข้ามสะพานนี้จะเรียนไม่จบ (เด็กปี 1 เข้าใหม่หลายคนข้ามสะพานนี้มากันเยอะแล้ว แต่ไม่ปรากฏผลลัพธ์)
* พระสิทธิธาดาเป็นสิ่งศํกดิ์สิทธิ์ที่นักศึกษาเคารพบูชา
* มธบ. ห้ามมองเต่า ไม่งั้นสอบตก
* บริเวรหน้าศูนย์หนังสือจะมีรูปปั้นเด็กไทยบนยอดเสา ว่ากันว่าตอนกลางคืนจะมีเด็กมาวิ่งเล่นกัน
* ว่ากันว่าลิฟท์ตึก 3 ฝั่งห้องน้ำเป็นลิฟท์โรงพยาบาลเก่าและมีนักศึกษาเคยเสียชีวิตในลิฟท์
* ว่ากันว่าเป็น นศ.ภาคค่ำ เรียนวันเสาร์ แล้วกำลังลงลิฟท์ แต่ยามดันปิดลิฟท์ซะนี่ หยุด อาทิตย์-จันทร์ ขาดอากาศหายใจตาย
* สตูดิโอตึก 8 มีผีออกมาให้เห็นบ่อยๆ จนยามชินและเป็นเพื่อนกันมาจนถึงทุกวันนี้ (เขาเล่ามาอีกทีนึง)
* มองจากอาคาร 3 ออกไปด้านนอกจะเห็นตึกตึกนึง ที่มีดาราคนนึง โดดตึกฆ่าตัวตาย
* ว่ากันว่าตึกจอดรถชั้นเกือบบนสุดมีผี และ หลังสองทุ่มเป็นต้นไป...จะไม่มียามอยู่ แถมปิดไฟมืด (แต่ก็ยังมีชมรม คาราเต้ ไว้ปราบผีอยู่)
เชื่อหรือไม่?
* ที่นี่เป็นมหาลัยในกทม. แต่มีนักศึกษากทม.แท้ๆ ไม่ถึง 20%
* หลัง ม. เคยมีร้านเหล้าอยู่มาก ปัจจุบัน แทบไม่เหลือแล้วเพราะ ...
* วันอังคารเป็นวัน Account Smart Day ของคณะการบัญชีที่รณรงค์ให้นักศึกษาในคณะแต่งเครื่องแบบให้ถูกต้อง
* ลิฟต์ด้านหลังของตึก 3 เปิด-ปิดรวดเร็วมากๆ มีนักศึกษาโดนหนีบอยู่ทุกวัน (รวมทั้งคนเขียน)แล้วยังค้างอยู่บ่อยๆ อีกด้วย(ถ้าเข้าลิฟท์ไปแล้วยังไม่กดชั้นลิฟท์ก็ยังไม่ปิดแม้ว่าจะไม่ได้กด ปุ่มopen)
* ตอนซัมเมอร์ที่ผ่านมา มีข่าววางระเบิดเกิดขึ้นตอนช่วงสอบพอดิบพอดี หลายคนสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของนักศึกษาที่ไม่อยากสอบ
* สนามฟุตบอลและโรงยิมของที่นี่แทบไม่เคยเว้นการใช้งาน เพราะส่วนมากเป็นของที่อื่นมาใช้สถานที่ในการแข่งทั้งน้าน นักศึกษาแทบไม่ค่อยได้ใช้
* เดอะมอลล์งามวงศ์วานคือวิทยาเขต 2ของนักศึกษามธบ.
* มีรถเมล์ผ่านหน้ามหาลัยแค่ 24 66 และ 70 เท่านั้น แต่ก็มีรถตู้ กับสองแถวเล็กนะ
* flashdriveของนักศึกษาที่เสียบๆกันในห้องสมุดโดนไวรัสแดก กันเกือบ100% **เพิ่มเติม Flashdrive ของอาจารย์ที่เสียบๆตามห้องสอนก็โดน Dak เหมือนกันจ้า **
* สิ่งหนึ่งที่อาจารย์หลายๆคนต้องทำก่อนไปสอนคือขอพรสิงศักดิ์สิทธิ์ไม่ให้โดนไวรัส Dak Flashdrive ในห้องสอน
* ระบบการลงทะเบียนของที่นี่ บังคับให้ลงเรียนตามเลขทะเบียนเท่านั้น(สำหรับวิชาบังคับ)เพื่อป้องกันความ วุ่นวานและสับสน แต่ก็มีหลายคนฝืนข้อบังคับนี้
* ชื่ออย่างเป็นทางการของวิชาวิเคราะห์เชิงปริมาณคือวิเคราะห์ฺเชิงทรมาน
* กลุ่มเรียน 31 คือกลุ่มเรียนของ honour หรือบัณฑิตเกียรตินิยม
* นักศึกษากลุ่ม honour ส่วนใหญ่จะจองหอง คิดว่าตัวเองเก่ง หวงความรู้มาก เวลาเดินผ่านนศ กลุ่มปกติ ถึงแม้จะเคยรู้จักกัน แต่เมื่อเรียน honour จะไม่หันมามองเลยสักนิด พร้อมเดินผ่านอย่างรวดเร็วเหมือนไม่รู้จักกันมาก่อน นักศึกษา honour จึงถูกนักศึกษาภาคปกติเกิดอาการไม่ชอบขี้หน้าอยู่บ่อยๆ แต่เวลาสอบบางคนอาจจะได้คะแนนน้อยกว่ากลุ่มเรียนปกติในบางวิชา
* สาขาวิชาวาสารศาสตร์เป็นสาขาเดียวที่ใช้ระบบโซตัส ซ่อมน้องเช้า-เย็น ซ้อมเชียร์ตั้งแต่เปิดเทอม
* ไม่รู้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยเดียวหรือเปล่า ที่ถ้าใช้เน็ตข้างนอกจะไม่สามารถเข้าเว็บบอร์ดมหาวิทยาลัยได้ เมื่อเข้าไปจะพบว่าคำว่า "ให้สำหรับบุคคลภายในติดต่อเท่านั้น"
* ม.ธุรกิจมีถนนชินเขตคั่นกลางเป็น2ฝั่ง ฝั่งหนึ่งเรียกว่าแผ่นดินใหญ่ อีกฝั่งเรียกว่าชินเขต
* ม.ธุรกิจบัณฑิตย์มีศาลาเรือนไทย10ล้านตั้งอยู่ในบ่อเต่าหน้าตึก6 แต่ไม่เปิดให้ใช้ จะใช้แค่ตอนรับปริญญากับลอยกระทง
* ม.ธุรกิจบัณฑิตย์จัดเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุด เคยมีความคิดว่าจะทำให้เป็นอุทยานแต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเลิกไปยัง
* เด็กที่จะมาสมัคร ม. นี้ พอลงรถประจำทางจะรู้สึกธรรมดา ไม่ตื่นเต้นสักเท่าไหร่(คงเสียใจที่เอนท์ไม่ติด) แต่พอได้เข้าไปในเขตมหาวิทยาลัยจะมีความสุขกับบรรยากาศที่สวยงามเหมือนได้มา เที่ยวรีสอร์ท หรือโรงแรม 5 ดาว จนอยากจะเปิดเทอมเร็วๆ
* เป้นมหาวิทยาลัยที่มีการปูหินแบบตัวหนอนมากที่สุด (ปูทั้งมหาวิทยาลัย)
* ตึกภาษาไทย หรือตึก 4 มีลิฟทืที่ขนถ่านนักศึกษาได้น้อยมากคือ ขึ้นได้ทีละไม่เกิน 4 คนถ้ายิ่งคนอ้วน 2 คนเต็มที่ดังนั้นใครจะเรียนตึก 4 มักจะใช้บันใดแทนลิฟท์
* พื้นที่ 20% ของมหาวิทยาลัยยังเป็นที่ว่างที่จะสร้างอะไรเพิ่มก็ได้
* สะพานธุรกิจบัณฑิตย์ (ตรงทางเข้า มหาวิทยาลัย )จะมีแท่นตรงกลางขึ้นมาแล้วเขียยนว่า สะพานธุรกิจบัณฑิตย์ ว่ากันว่าใครไปนั่งทับจะเรียนไม่จบ
* สำหรับนักศึกษาที่จะออกฝึกงานได้นั้นต้องมีเกรดไม่ต่ำกว่า 2.75 และมีลายเซ็นเพื่ออนุมัติการฝึกงาน ประกอบไปด้วยลายเซ็น อาจารย์ที่ปรึกษา คณะบดี อธิการบดี
* จบจากที่นี่เป็นความภูมิใจมากที่สุด รักสถาบันที่บางคนไม่มีโอกาสได้มาเรียนเพราะคิดว่เป็นม.เอกชนที่ไม่มั่นใจ ขอท้าให้ลองเข้ามาดู จะรู้ถึงความประทับใจที่จะได้รับจากม.แห่งความผูกพัน
* สังเกตุดีๆ มหาวิทยลัยธุรกิจ จะมีทั้งหมด 3 ฝั่ง ฝั่งแรก คือฝั่ง นนทบุรี(ประชาชื่น ซ8(ใช้การได้ไม่มาก เนื่องจากมีเสาไฟฟ้าแรงสุงพาดผ่าน )ฝังที่ สองคือ ฝั่งริมคลองประปา กทม. เป็นเมนหลักเลยฝั่งนี้ ฝั่งที่ 3 คือฝั่งหลัง ม. (มีถนนเล็กๆคั่นกลาง )ฝั่งนี้จะเห็น นศ.ที่อาร์ตและหล่อที่สุด เพราะ มี 3 คณะที่หนุ่มหล่อๆทั้งนั้น คือ นิเทศ ศิลปกรรม และ วิศวะ แปลกจริงทามไมต้องข้างหลัง
* ฝั่ง นนทบุรี ที่เป็นที่ว่างกว้างๆนั่น มหาลัยมีแผนจะทำอะไรไหมหรือเปล่าไม่มีใครรู้เพราะมันถูกปล่อยว่างมานานนม ใครรู้บอกที
* เมื่อก่อนที่ขายแบบเรียน ไม่ใช่ Se-ed book
* หนังสือเรียนภาษาอังกฤษ ห้ามถ่ายเอกสาร เพราะละเมิดลิขสทธิ์ แต่ก็ยังมีคนถ่าย มันแพงนี่หว่า
* เด็กศิลปกรรม มีแต่แนวๆท้างน้าน เซอร์ๆ สกปรก แต่ส่วนใหญ่ แฟนสวยไฮโซโคตร
* ตรงข้ามกับเด็กนิเทศที่นี่ จะติดหรู มีแต่คุณหนู แต่เวลาไปฝึกงานได้รับการเล่าลือว่า อึดเป็นควาย
* มาเรียนที่นี่ขอแนะนำให้ขับรถมาดีที่สุดเพราะมีทั้งตึกจอดรถและลานจอด แต่นั่นไม่สำคัญเท่าอันตรายที่คุณจะต้องเสี่ยงตายโหนรถปิกอัฟ 2 แถว หรือไม่กะทนนั่งรอรถเมล์เป็นชาติ
* รถเมล์สาย 66 เป็นสายที่ต้องรอนานมากๆ แต่ สาย 24 มีเป็นร้อย
* ถ้าอยากนั่ง ต้องไปรอป้ายก่อนถึงหน้่ามหาลัย
* ที่โรงอาหารเคยมี 7-11 เปิดด้วย บริเวณธนาคาร เคยมี ร้านรักบ้านเกิดตั้งอยู่ หายไปหมดแล้วทั้ง 2 อัน
* ตอนนี้กำลังวางโครงการก่อสร้างอาคารหลังใหม่แทนศูนย์การค้าที่พับเก็บไป ด้วยงบประมาณ หลายร้อยล้านบาท ซึ่งต้องลุ้นกันให้เซอร์ไฟร์เล่น
ว่าจะเป็นของคณะอะไร
* และกะลังลุ้นกันอีกว่า อนาคตค่าหน่วยกิจจะขึ้นหรือไม่ เพราะที่อื่นขึ้นกันหมดแล้ว และม.เอกชนใกล้ๆกัน(ดอกบัว)ก้ขึ้นไล่จี้ตามตูดมาติดๆ
* อ้อ อัฟเดทล่าสุด รองมิสไทยแลนอันดับ 1 ปีนี้ 2551 เป็นดาวคณะเศรษฐศาสตร์
* อ้อ อีกเรื่อง ม.ไม่มีโฆษณาทางทีวีมา 3 ปีติดต่อกันแล้ว
* อีกที จากการจัดอันดับมหาลัยสากลของ Webmetic ม.ธุรกิจบัณฑิตย์อยู่อันดับที่ 24 ของประเทศ(รวม ม.รัฐ) และอันดับ 3 ของประเทศ(แยกเอกชน ซึ่งรองจาก เอแบค และ ม.กรุงเทพ)
ความเชื่อ
* มีบ่อน้ำคั่นทางเดินระหว่างตึก 1 กะ 2 ซึ่งมีสะพานเล็กๆสวยเก๋ตั้งอยู่ที่นั่น ซึ่งลือกันว่าถ้าใครข้ามสะพานนี้จะเรียนไม่จบ (เด็กปี 1 เข้าใหม่หลายคนข้ามสะพานนี้มากันเยอะแล้ว แต่ไม่ปรากฏผลลัพธ์)
* พระสิทธิธาดาเป็นสิ่งศํกดิ์สิทธิ์ที่นักศึกษาเคารพบูชา
* มธบ. ห้ามมองเต่า ไม่งั้นสอบตก
* บริเวรหน้าศูนย์หนังสือจะมีรูปปั้นเด็กไทยบนยอดเสา ว่ากันว่าตอนกลางคืนจะมีเด็กมาวิ่งเล่นกัน
* ว่ากันว่าลิฟท์ตึก 3 ฝั่งห้องน้ำเป็นลิฟท์โรงพยาบาลเก่าและมีนักศึกษาเคยเสียชีวิตในลิฟท์
* ว่ากันว่าเป็น นศ.ภาคค่ำ เรียนวันเสาร์ แล้วกำลังลงลิฟท์ แต่ยามดันปิดลิฟท์ซะนี่ หยุด อาทิตย์-จันทร์ ขาดอากาศหายใจตาย
* สตูดิโอตึก 8 มีผีออกมาให้เห็นบ่อยๆ จนยามชินและเป็นเพื่อนกันมาจนถึงทุกวันนี้ (เขาเล่ามาอีกทีนึง)
* มองจากอาคาร 3 ออกไปด้านนอกจะเห็นตึกตึกนึง ที่มีดาราคนนึง โดดตึกฆ่าตัวตาย
* ว่ากันว่าตึกจอดรถชั้นเกือบบนสุดมีผี และ หลังสองทุ่มเป็นต้นไป...จะไม่มียามอยู่ แถมปิดไฟมืด (แต่ก็ยังมีชมรม คาราเต้ ไว้ปราบผีอยู่)
ผี ม.ธรรมศาสตร์
ม.ธรรมศาสตร์
ความเชื่อ
* ม.ธรรมศาสตร์ ต้องมีนักศึกษากระโดดตึกเป็นประจำ ทุกปี (ไม่รู้เป็นอะไร...) **คงได้อิทธิพลมวลรวมที่พัดมาจากแถวสามย่านกระมัง..
***หอเอเชี่ยนเกมส์(โซนซี) ถ้ามองจากบนฟ้าลงมาจะเห็นเรียงตัวกันเป็นรูปยันต์8เหลี่ยม เป็นความจงใจของผู้บริหาร ว่ากันว่าที่บริเวณนั้นเป็นป่าช้าเก่า
***เรื่องลิฟท์แดงนี่เรื่องเล่าเยอะมาก เห็นว่าเมื่อตอนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ทหารบุกเข้ามาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์
นักศึกษาจำนวนหนึ่งหนีหัวซุกหัวซุนเข้าไปในลิฟท์ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ที่พวกเขาคิดว่าเป็นความหวังสุดท้ายในการรอดชีวิต
ทหารกลุ่มหนึ่งทำการดักรออยู่ที่ชั้นบนสุดของคณะศิลปกรรมศาสตร์ และเมื่อนักศึกษาพยายามหนีขึ้นตัวตึกผ่านลิฟท์ตัวดังกล่าว ถึงชั้นบนสุด และประตูเปิดออก ทหารก็จะยิงกราดเข้าไปในลิฟท์จนคนในลิฟท์ตายหมด จากนั้นทหารก็จะดึงศพออกมา แล้วก็ปล่อยให้ลิฟท์ลงไปรับผู้โดยสารชุดต่อไปขึ้นมา
พอผู้โดยสารชุดถัดไปขึ้นมาถึง เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก ทหารก็ยิงกราดเข้าไปเช่นเดิม เป็นอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเหลือไว้เพียงล่องรอยของเลือดสาดกระจายทั่วลิฟท์
เมื่อผ่านเหตุการณ์นั้นไปแล้ว มหาวิทยาลัยก็กลับคืนเข้าสู่สภาพเดิม มีการบูรณะทำความสะอาดกันทุกพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่ลิฟท์ตัวดังกล่าว
และเพื่อเป็นการกลบล่องรอยเลือดที่ไม่สามารถทำความสะอาดได้หมด ส่วนหนึ่งก็เหมือนจะเป็นการประจานการกระทำอันบ้าเลือดและไม่ยุติธรรมในครั้งนั้น
จึงได้ทำการทาสีลิฟท์ดังกล่าวให้เป็นสีแดง
นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และก็ได้มีเรื่องเล่าตามมาว่า หลังจากที่ลิฟท์ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว และนำกลับมาใช้ตามปกติ
"เธอไม่ได้อยู่ลำพังในลิฟท์"
ตัวอย่างผู้ประสบกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาิติดังกล่าวรายหนึ่งคือ
นักศึกษาหญิงที่กำลังใช้บริการลิฟท์แดงตามลำพังแต่ แต่เมื่อเธอมองไปที่กระจก กลับพบว่าไม่ได้มีเธออยู่เพียงลำพัง แต่มีผู้โดยสารลิฟท์ตัวนี้อยู่มากมาย
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายครั้งหลายหนที่เหล่านักศึกษาอาจารย์ หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ได้พบเจอกับอาถรรพ์ของลิฟท์แดงตัวนี้เข้า
ทำให้มหาิวิทยาลัยต้องเปลี่ยนลิฟท์ใหม่ แต่ห้องลิฟท์ก็ยังคงเป็นห้องเดิมอยู่จนทุกวันนี้
ประตูลิฟท์แดงตัวเก่าที่ถูกถอดออก ยังคงตั้งอยู่ที่หลังบันไดจากชั้น 4 ขึ้นไปชั้น 5 ของคณะศิลปศาสตร์ มาจนถึงทุกวันนี้เช่นกัน
...จะว่าไปคณะศิลปศาสตร์ที่รังสิตปีก่อนก็มีคนงานตกลิฟท์ตายด้วยนิ
ความเชื่อ
* ม.ธรรมศาสตร์ ต้องมีนักศึกษากระโดดตึกเป็นประจำ ทุกปี (ไม่รู้เป็นอะไร...) **คงได้อิทธิพลมวลรวมที่พัดมาจากแถวสามย่านกระมัง..
***หอเอเชี่ยนเกมส์(โซนซี) ถ้ามองจากบนฟ้าลงมาจะเห็นเรียงตัวกันเป็นรูปยันต์8เหลี่ยม เป็นความจงใจของผู้บริหาร ว่ากันว่าที่บริเวณนั้นเป็นป่าช้าเก่า
***เรื่องลิฟท์แดงนี่เรื่องเล่าเยอะมาก เห็นว่าเมื่อตอนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ทหารบุกเข้ามาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์
นักศึกษาจำนวนหนึ่งหนีหัวซุกหัวซุนเข้าไปในลิฟท์ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ที่พวกเขาคิดว่าเป็นความหวังสุดท้ายในการรอดชีวิต
ทหารกลุ่มหนึ่งทำการดักรออยู่ที่ชั้นบนสุดของคณะศิลปกรรมศาสตร์ และเมื่อนักศึกษาพยายามหนีขึ้นตัวตึกผ่านลิฟท์ตัวดังกล่าว ถึงชั้นบนสุด และประตูเปิดออก ทหารก็จะยิงกราดเข้าไปในลิฟท์จนคนในลิฟท์ตายหมด จากนั้นทหารก็จะดึงศพออกมา แล้วก็ปล่อยให้ลิฟท์ลงไปรับผู้โดยสารชุดต่อไปขึ้นมา
พอผู้โดยสารชุดถัดไปขึ้นมาถึง เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก ทหารก็ยิงกราดเข้าไปเช่นเดิม เป็นอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเหลือไว้เพียงล่องรอยของเลือดสาดกระจายทั่วลิฟท์
เมื่อผ่านเหตุการณ์นั้นไปแล้ว มหาวิทยาลัยก็กลับคืนเข้าสู่สภาพเดิม มีการบูรณะทำความสะอาดกันทุกพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่ลิฟท์ตัวดังกล่าว
และเพื่อเป็นการกลบล่องรอยเลือดที่ไม่สามารถทำความสะอาดได้หมด ส่วนหนึ่งก็เหมือนจะเป็นการประจานการกระทำอันบ้าเลือดและไม่ยุติธรรมในครั้งนั้น
จึงได้ทำการทาสีลิฟท์ดังกล่าวให้เป็นสีแดง
นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และก็ได้มีเรื่องเล่าตามมาว่า หลังจากที่ลิฟท์ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว และนำกลับมาใช้ตามปกติ
"เธอไม่ได้อยู่ลำพังในลิฟท์"
ตัวอย่างผู้ประสบกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาิติดังกล่าวรายหนึ่งคือ
นักศึกษาหญิงที่กำลังใช้บริการลิฟท์แดงตามลำพังแต่ แต่เมื่อเธอมองไปที่กระจก กลับพบว่าไม่ได้มีเธออยู่เพียงลำพัง แต่มีผู้โดยสารลิฟท์ตัวนี้อยู่มากมาย
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายครั้งหลายหนที่เหล่านักศึกษาอาจารย์ หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ได้พบเจอกับอาถรรพ์ของลิฟท์แดงตัวนี้เข้า
ทำให้มหาิวิทยาลัยต้องเปลี่ยนลิฟท์ใหม่ แต่ห้องลิฟท์ก็ยังคงเป็นห้องเดิมอยู่จนทุกวันนี้
ประตูลิฟท์แดงตัวเก่าที่ถูกถอดออก ยังคงตั้งอยู่ที่หลังบันไดจากชั้น 4 ขึ้นไปชั้น 5 ของคณะศิลปศาสตร์ มาจนถึงทุกวันนี้เช่นกัน
...จะว่าไปคณะศิลปศาสตร์ที่รังสิตปีก่อนก็มีคนงานตกลิฟท์ตายด้วยนิ
ผี ม.ขอนแก่น
ม.ขอนแก่น
ความเชื่อ
* เขาว่าใครกลั้นหายใจผ่านสะพานขาวจะได้เข้าเรียนที่ม.ข. สะพานขาวอยู่ข้างสระพลาสติก
* วิ่งกลั้นหายใจข้ามสะพานขาว แล้วจะขอพรอะไรก้ได้ 1 ข้อ (คำเตือน อาจตายก่อนจะวิ่งพ้นสะพาน)
* จากข้อบน ถ้าคุณขี้เกียจวิ่ง จะเปลี่ยนเป็นกลั้นหายใจขับมอไซด์ ด้วยความเร็ว ไม่เกิน 40km/ชั่วโมง ก็ไม่ว่ากัน
* ถ้าไปบนที่ศาลเจ้าพ่อมอดินแดงตอนเที่ยงคืนจะสมหวัง (แต่น่ากลัวมากๆๆๆๆ)
* เขาว่าเด็กวิศวะที่ยังไม่จบ ห้ามถ่ายรูปกับเกียร์ เด็ดขาด มิฉะนั้น อาจจบเห่ได้
* "เจ้าพ่อมอดินแดง" คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพของชาว มข. มีคนนำช้างกับม้ามาถวายท่านเจ้าพ่อ เฉลี่ย วันละ 100 ตัว
* ถ้าชาย-หญิงคู่ไหนที่นับเสาสะพานขาวคนละด้านของสะพานได้เท่ากัน จะได้เป็นแฟนกัน(จริงๆ มันไม่เท่ากัน)
เรื่องลึกลับ
* "สะพานขาว" เป็นสะพานยาวๆ ข้างสระพลาสติก มีเจ้าที่ชื่อ "เจ๊ขาว" เป็นผู้หญิงผมยาวๆ ใส่ชุดสีขาว เจ๊แกชอบออกมาทักทายเด็กที่ ขับมอไซค์ ผ่านสะพานตอนดึกๆ
* เค้าเล่ากันว่า อย่ามองจั่วของตึกคณะสถาปัตย์ ขณะขับรถ เพราะมันจะเกิดอุบัติเหตุ
* ที่ศาลเจ้าพ่อมอดินแดง ไปกลางวันก็หลอนนะ รู้สึกเหมือนมีคนมองตลอดเวลา
* แล้วก็เซียมซี แม่นมากๆ ถามตอนต้นเทอมว่าเกรดเทอมนี้จะเป็นไง ท่านกล่าวว่าจะได้ เอฟ .....เอฟจริงๆ แม่นปานนั้น
ความเชื่อ
* เขาว่าใครกลั้นหายใจผ่านสะพานขาวจะได้เข้าเรียนที่ม.ข. สะพานขาวอยู่ข้างสระพลาสติก
* วิ่งกลั้นหายใจข้ามสะพานขาว แล้วจะขอพรอะไรก้ได้ 1 ข้อ (คำเตือน อาจตายก่อนจะวิ่งพ้นสะพาน)
* จากข้อบน ถ้าคุณขี้เกียจวิ่ง จะเปลี่ยนเป็นกลั้นหายใจขับมอไซด์ ด้วยความเร็ว ไม่เกิน 40km/ชั่วโมง ก็ไม่ว่ากัน
* ถ้าไปบนที่ศาลเจ้าพ่อมอดินแดงตอนเที่ยงคืนจะสมหวัง (แต่น่ากลัวมากๆๆๆๆ)
* เขาว่าเด็กวิศวะที่ยังไม่จบ ห้ามถ่ายรูปกับเกียร์ เด็ดขาด มิฉะนั้น อาจจบเห่ได้
* "เจ้าพ่อมอดินแดง" คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพของชาว มข. มีคนนำช้างกับม้ามาถวายท่านเจ้าพ่อ เฉลี่ย วันละ 100 ตัว
* ถ้าชาย-หญิงคู่ไหนที่นับเสาสะพานขาวคนละด้านของสะพานได้เท่ากัน จะได้เป็นแฟนกัน(จริงๆ มันไม่เท่ากัน)
เรื่องลึกลับ
* "สะพานขาว" เป็นสะพานยาวๆ ข้างสระพลาสติก มีเจ้าที่ชื่อ "เจ๊ขาว" เป็นผู้หญิงผมยาวๆ ใส่ชุดสีขาว เจ๊แกชอบออกมาทักทายเด็กที่ ขับมอไซค์ ผ่านสะพานตอนดึกๆ
* เค้าเล่ากันว่า อย่ามองจั่วของตึกคณะสถาปัตย์ ขณะขับรถ เพราะมันจะเกิดอุบัติเหตุ
* ที่ศาลเจ้าพ่อมอดินแดง ไปกลางวันก็หลอนนะ รู้สึกเหมือนมีคนมองตลอดเวลา
* แล้วก็เซียมซี แม่นมากๆ ถามตอนต้นเทอมว่าเกรดเทอมนี้จะเป็นไง ท่านกล่าวว่าจะได้ เอฟ .....เอฟจริงๆ แม่นปานนั้น
ผี ม.จุฬา
ม.จุฬา
ความเชื่อ
* เวลาต้องการพึ่งบารมีของเสด็จพ่อร.๕ ให้ขอ ไม่ให้บน (มีรุ่นพี่บอกมาอีกที)คอนเฟิร์มว่าขลังจริง อิฉันเคยขอเรื่องเรียนมาแล้ว (แต่ไม่ได้แก้ด้วยการวิ่งนะ แก้ด้วยการถวายดอกไม้แทน)แต่ห้ามขอหวยนะ(นิสิตคนไหนจะเล่นหวยฟะน่ะ)
* เคยมีเคยขอเสด็จพ่อว่า หากได้เกรดเกิน 2.5 จะวิ่งรอบสนามหน้าพระรูปสิบรอบ สรุปปลายภาคมา ได้เกรด 2.51
* คณะวิศวะฯ มีลานเรียกว่าลานเกียร์ หากใครสะดุดลานเกียร์จะมีแฟนเป็นเด็กวิศวะฯ (สาวบัญชีบางกลุ่มชอบไปเดินสะดุด)ส่วนอักษรมีความเชื่อว่า หากสาวคนไหนสะดุดพรมแดง (ตึกเทวาลัย) จะได้แฟนเป็น artsmen
* นิสิตป.ตรีที่กำลังศึกษาอยู่ห้ามถ่ายรูปเดี่ียวคู่กับพญานาค ที่หัวบันได ตึกมหาจุฬาฯ(ตึกที่สวยๆ ตรงข้ามหอประชุมจุฬาฯ) ไม่งั้นจะโดนรีไทร์ (แต่ถ้ารูปหมู่ก็ไม่เป็นไรนะ)
* รัฐศาสตร์จุฬา ถ้าเข้าตึกหนึ่งหน้าคณะ ห้ามเดินเข้าประตูกลาง ไม่งั้นจะเรียนไม่จบ
* ห้ามลงบันไดกลางคณะครุศาสตร์(ฝั่งที่ตรงข้ามกับสาธิตและนิเทศ)ไม่งั้นไม่จบ
* มีความเชื่อว่า หากได้ลอยกระทงกับคนที่ชอบที่สระน้ำ "จุฬาฯ" หน้าหอประชุม จะได้เป็นแฟนกัน แต่ถ้าเป็นแฟนกันอยู่แล้ว ดันมาลอย... ก็จะเลิกกัน
* ห้ามมองเต่าตรงบ่อน้ำที่อยู่แถวๆ โรงอาหารตึกจุล ไม่งั้นเอนท์ไม่ติด (เจอทุกวันที่ข้ามไปฝั่งนู้นเลยแหะ)
* ถ้าเห็นเต่าที่บ่อน้ำตรงหน้าตึก physics จะไม่ตกmean วิชา physics.. แต่ถ้าตะพาบก็...
* ห้ามเหยียบคำว่า สถ. ที่ประตูกลางถาปัด ไม่งั้นเรียนไม่จบ (แล้วไปไว้ที่พื้นทำไมหล่ะพ่อคุณ)
เรื่องลึกลับ
* ตึกอักษรเก่าจัดเลยเรื่องผีเยอะ ส่งผลให้ต้องทุบทิ้งไปแล้ว
* สมัยยังใช้การตึก 2 นิเทศได้เต็มที่นั้น มีเรื่องเล่าว่า หลังสามทุ่มไปถ้าเดินลงบันไดเวียนจะลงมาเจอชั้นสามประมาณสี่ครั้ง (บรื๋อออ) แล้วตึกนิเทศก็โดนทุบอีกเช่นกัน
* สมาชิกชมรมวาทะฯ ของวิดวะมักจะเจอประสบการณ์หลอนๆบ่อยที่สุด และเกือบทั้งหมดเกิดในห้องประชุมใหญ่ ที่ตึกสาม ของวิดวะ
* ปีกอาคารเรียนชั้นสี่ ตึกสาม คณะวิดวะ หลังหกโมงเย็นแล้ว บรรยากาศจะน่ากลัวที่สุด ชนิดที่ว่า แค่ห้าโมงเย็นก็ไม่มีคนเดินแล้ว
ความเชื่อ
* เวลาต้องการพึ่งบารมีของเสด็จพ่อร.๕ ให้ขอ ไม่ให้บน (มีรุ่นพี่บอกมาอีกที)คอนเฟิร์มว่าขลังจริง อิฉันเคยขอเรื่องเรียนมาแล้ว (แต่ไม่ได้แก้ด้วยการวิ่งนะ แก้ด้วยการถวายดอกไม้แทน)แต่ห้ามขอหวยนะ(นิสิตคนไหนจะเล่นหวยฟะน่ะ)
* เคยมีเคยขอเสด็จพ่อว่า หากได้เกรดเกิน 2.5 จะวิ่งรอบสนามหน้าพระรูปสิบรอบ สรุปปลายภาคมา ได้เกรด 2.51
* คณะวิศวะฯ มีลานเรียกว่าลานเกียร์ หากใครสะดุดลานเกียร์จะมีแฟนเป็นเด็กวิศวะฯ (สาวบัญชีบางกลุ่มชอบไปเดินสะดุด)ส่วนอักษรมีความเชื่อว่า หากสาวคนไหนสะดุดพรมแดง (ตึกเทวาลัย) จะได้แฟนเป็น artsmen
* นิสิตป.ตรีที่กำลังศึกษาอยู่ห้ามถ่ายรูปเดี่ียวคู่กับพญานาค ที่หัวบันได ตึกมหาจุฬาฯ(ตึกที่สวยๆ ตรงข้ามหอประชุมจุฬาฯ) ไม่งั้นจะโดนรีไทร์ (แต่ถ้ารูปหมู่ก็ไม่เป็นไรนะ)
* รัฐศาสตร์จุฬา ถ้าเข้าตึกหนึ่งหน้าคณะ ห้ามเดินเข้าประตูกลาง ไม่งั้นจะเรียนไม่จบ
* ห้ามลงบันไดกลางคณะครุศาสตร์(ฝั่งที่ตรงข้ามกับสาธิตและนิเทศ)ไม่งั้นไม่จบ
* มีความเชื่อว่า หากได้ลอยกระทงกับคนที่ชอบที่สระน้ำ "จุฬาฯ" หน้าหอประชุม จะได้เป็นแฟนกัน แต่ถ้าเป็นแฟนกันอยู่แล้ว ดันมาลอย... ก็จะเลิกกัน
* ห้ามมองเต่าตรงบ่อน้ำที่อยู่แถวๆ โรงอาหารตึกจุล ไม่งั้นเอนท์ไม่ติด (เจอทุกวันที่ข้ามไปฝั่งนู้นเลยแหะ)
* ถ้าเห็นเต่าที่บ่อน้ำตรงหน้าตึก physics จะไม่ตกmean วิชา physics.. แต่ถ้าตะพาบก็...
* ห้ามเหยียบคำว่า สถ. ที่ประตูกลางถาปัด ไม่งั้นเรียนไม่จบ (แล้วไปไว้ที่พื้นทำไมหล่ะพ่อคุณ)
เรื่องลึกลับ
* ตึกอักษรเก่าจัดเลยเรื่องผีเยอะ ส่งผลให้ต้องทุบทิ้งไปแล้ว
* สมัยยังใช้การตึก 2 นิเทศได้เต็มที่นั้น มีเรื่องเล่าว่า หลังสามทุ่มไปถ้าเดินลงบันไดเวียนจะลงมาเจอชั้นสามประมาณสี่ครั้ง (บรื๋อออ) แล้วตึกนิเทศก็โดนทุบอีกเช่นกัน
* สมาชิกชมรมวาทะฯ ของวิดวะมักจะเจอประสบการณ์หลอนๆบ่อยที่สุด และเกือบทั้งหมดเกิดในห้องประชุมใหญ่ ที่ตึกสาม ของวิดวะ
* ปีกอาคารเรียนชั้นสี่ ตึกสาม คณะวิดวะ หลังหกโมงเย็นแล้ว บรรยากาศจะน่ากลัวที่สุด ชนิดที่ว่า แค่ห้าโมงเย็นก็ไม่มีคนเดินแล้ว
ผี ม.เกษตร
ม.เกษตร
ความเชื่อ
* "ม.เกษตร" มีตำนานว่าถ้าหนุ่มสาวคู่ไหนขี่จักรยานผ่าน Loving Way ตอนเที่ยงคืน(ทางเล็กๆ ที่มีทิวสนเสริมความโรแมนติกข้างทางคณะเกษตรฯ)...ก็จะได้เป็นแฟนกัน แต่ถ้าเกิดหลงเข้าไปใน breaking way ... ก็จะเลิกกันทันที (มีคนพิสูจน์แล้ว)
* Loving Way บางคนก็บอกว่า ให้ผู้หญิงขี่ ผู้ชายซ้อน ถึงจะรักกันๆ แต่บางคนก็บอกว่า แค่ไปด้วยกันก็จะเป็นแฟนกัน ตกลงว่า ถ้ามันจะเป็นแฟนกันจิงๆ ป่านนี้นู๋เป็นแฟนคนขับมอร์ไซค์ไปแล้ววว เหอๆๆๆ
* มีคนเคยเล่าให้ฟังว่า หากคู่รักคู่ใดที่ได้ลอยกระทงด้วยกันที่สระน้ำหน้าหอประชุมใหญ่ จะต้องเลิกกันในที่สุด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นจริงรึเป่า แต่จากคำบอกเล่าของผุ้ที่พิสูจน์แล้วนั้น เลิกกันหมดเลย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะเนี่ย
* มีเรื่องเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่นว่า นิสิตคนไหนที่ได้เห็นเต่าในมหาลัยแล้วละจะเรียนไม่จบในสี่ปี เพราะงั้นเวลาเดินผ่านหนองน้ำต่างๆ ในมหาลัย ทุกคนจะพยายามมองไปทางอื่นกัน แต่ถ้าเห็นกระรอกเผือกก่อนสอบวิชาไหน ก็จะได้เอในวิชานั้น (แต่ถ้าเห็น"กะ-ลอก" โดนพักการเรียนแน่นอน)
* มีคนเรียกพระพิรุณทรงนาคว่า จิ๊กโก๋เหยียบไส้เดือนหรือจิ๊กโก๋เหยียบหนอนชาเขียว มีตอนประชุมเชียร์รุ่นพี่เล่าให้ฟังว่า ตื่นเต้นเกินไปเลยบอกว่าสัญลักษณ์มหาลัยคือ พระพิรุณทรงครุฑ พี่ว๊ากเลยฮากระจาย
* เด็กวิศวะต้องมีวันแจกดอกกุหลาบ ตรงสามแยกปากหมา เค้าว่ากันว่า... ถ้าเฟรชชี่วิศวะคนไหน มอบดอกไม้ให้สาวไม่ได้ จะเรียนไม่จบ และเค้าว่ากันว่า... สาวไหนที่เผลอไปรับดอกไม้ของเฟรชชี่วิศวะ ก็จะเรียนไม่จบ รับมาแล้วก็ต้องเอาไปคืนให้ได้ เป็นวันที่โรงอาหารคณะวิดยาจะวุ่นวายมากๆ วันนึง
* ถ้าหนุ่มเกษตรเอาเนกไทด์ไปฟาดสาวคนไหน ก็จะได้เป็นแฟนกับสาวคนนั้น
* ที่สามบูรพาจารย์ ว่ากันว่า ถ้าแก้บนด้วยการไปนั่งเล่นหมากรุกกับท่านตอนเที่ยงคืน จะขลังที่สุด (อันนี้ยังไม่กล้าลอง)
* ศาลเจ้าแม่ ที่สะพานไม้ใกล้ๆสำนักกีฬา ศักดิ์สิทธิ์มาก ให้หวยแม่นโคตรๆ
เรื่องลึกลับ
* เคยมีนิสิตซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์รับจ้างแล้วประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต (คงจะจริง มานขับยังกะสนามแข่ง)
* ที่วิทยาเขตศรีราชาตรงประตู 1 มีคนเคยเล่าให้ฟังว่า ตอนดึกๆห้ามขับรถไปตรงนั้น เพราะมีรุ่นพี่จามาเอาวิญญาณไปอีก 4 ดวง (แต่เค้าเอาเฉพาะคนหน้าตาดีน่ะ)
* ที่วิทยาเขตศรีราชาห้องน้ำที่ตึก EnG ไม่มีกระจก เพราะว่า มีคนเห็นสิ่งลึกลับบ่อยมาก จนต้องเอากระจกออก
* ที่วิทยาเขตศรีราชา หอในตึก 3-4 เฮี้ยนมาก เคยมีคนเห้นบ่อยๆ เพราะเปนป่าช้าเก่า
* ที่วิทยาเขตศรีราชา หลวงพ่อเคยมาทำพิธีปัดรังควานที่มอ แต่ท่านบอกว่าที่นี่แรงเกินไป
* ที่วิทยาเขตศรีราชา สักตอน ประมาณตี 2 ให้ออกมาดู ถ้าอยากเห็น.... คนอ้วก
* ที่วิทยาเขตกำแพงแสน เวลาขี่มอไซด์เข้า-ออกนอกม.ตอนกลางคืน พยายามอย่ามองตรงต้นนนทรีข้างทางมากนะ ถ้าไม่อยากเห็นใครก็ไม่รู้มากวักมือเรียก ได้ข่าวมาว่านนทรีแทบทุกต้นมีประวัติ
* ที่วิทยาเขตกำแพงแสน ใต้ตึกปฐพี เคยเจอนิสิตเป็นกลุ่มเลยมาซ้อมลีด แต่พอมองไปอีกทีก็ไม่เจอแล้ว แล้วตกลงที่เห็นก็ไม่รู้ว่าใคร(ประสบการณ์ตรง)
* ที่วิทยาเขตกำแพงแสน เวลาซ้อมstuffเชียร์ของคณะช่วงซัมเมอร์ ให้ระวังจะมีใครก็ไม่รู้มานั่งฟังด้วย
* ที่วิทยาเขตกำแพงแสน ช่วงดึกๆ ถ้าใครขี่จักรยานไปตรงแปลงร้างขวด ระวัง..!! จะเจอคนคลานตามไปด้วย (อย่างน่ากลัว)
* ที่หอใน(หญิง) มีหอๆนึงเคยเป็นโรงพยาบาลสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 วันดีคืนดีจะได้ยินเสียงคนเดินลากโซ่ตรวน และห้องน้ำหญิงรวมบางคืนจะมีเสียงคนอาบน้ำอยู่ แต่พอเดินไปดูไม่มีคนเลยซักคน
* หอใน(หญิง) มีตึกใหญ่ 2 ตึก ตึกนึงชั้น 2 เคยมีเด็กตายเนื่องจากเป็นไข้ทับฤดูตอนก่อนปิดซัมเมอร์ พอเปิดเทอมถึงมีคนเพิ่งจะพบศพ เคยมีคนเห็นว่าหลังจากนั้นยังมานั่งซักผ้าที่ห้องน้ำหน้าห้องอยู่เลย
* หอใน (หญิง) อีกตึกนึง แต่ก่อนกระจกเดิมตรงบันไดทางขึ้น(ตอนนี้เปลี่ยนใหม่แล้ว) จะมีเงาคนวูบวาบเสมอๆ บางครั้งยืนแปรงฟันอยู่ที่อ่างล้างหน้าหน้าห้อง เงยหน้าขึ้นมาก็มีผีทหารยืนอยู่ข้างหลัง.....
* ที่บางเขน ตึกSCL(ตึกทดลอง10ชั้น)เค้าว่า วันพระมักจะได้ยินเสียงสวดชิณบันชรลอยมาทุกครั้ง ทำให้ไม่มีใครกล้าไปอ่านหนังสือใต้ตึกSCLตอนดึกๆ(อันนี้..สารณียกรปี49เล่า ให้ฟัง)
* ที่บางเขน ตึกSCL(ตึกทดลอง10ชั้น)ช่วงที่ก่อสร้าง เขาเล่าว่าเคยมีคนงานตกลงมาตาย และเคยมีคนที่อยู่อ่านหนังสือดึกๆ เห็น
* ที่บางเขน ตึก SCL ห้องน้ำชั้น 3 เขาเล่าว่ามีคนเคยเห็นผีแม่บ้านในกระจก
* ที่อาคารบัณฑิตศึกษา(ฝั่งบางเขน) เค้าว่าด้านข้างตึกด้านตรงข้ามกับประมงเก่า มีรุ่นพี่เคยโดดตึกตาย ถ้าอยากเจอให้นอนแหงนหน้าบริเวณหน้าบันได แล้วตะโกนดังๆ ...(เราไม่กล้าอ่ะ- -""")
ความเชื่อ
* "ม.เกษตร" มีตำนานว่าถ้าหนุ่มสาวคู่ไหนขี่จักรยานผ่าน Loving Way ตอนเที่ยงคืน(ทางเล็กๆ ที่มีทิวสนเสริมความโรแมนติกข้างทางคณะเกษตรฯ)...ก็จะได้เป็นแฟนกัน แต่ถ้าเกิดหลงเข้าไปใน breaking way ... ก็จะเลิกกันทันที (มีคนพิสูจน์แล้ว)
* Loving Way บางคนก็บอกว่า ให้ผู้หญิงขี่ ผู้ชายซ้อน ถึงจะรักกันๆ แต่บางคนก็บอกว่า แค่ไปด้วยกันก็จะเป็นแฟนกัน ตกลงว่า ถ้ามันจะเป็นแฟนกันจิงๆ ป่านนี้นู๋เป็นแฟนคนขับมอร์ไซค์ไปแล้ววว เหอๆๆๆ
* มีคนเคยเล่าให้ฟังว่า หากคู่รักคู่ใดที่ได้ลอยกระทงด้วยกันที่สระน้ำหน้าหอประชุมใหญ่ จะต้องเลิกกันในที่สุด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นจริงรึเป่า แต่จากคำบอกเล่าของผุ้ที่พิสูจน์แล้วนั้น เลิกกันหมดเลย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะเนี่ย
* มีเรื่องเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่นว่า นิสิตคนไหนที่ได้เห็นเต่าในมหาลัยแล้วละจะเรียนไม่จบในสี่ปี เพราะงั้นเวลาเดินผ่านหนองน้ำต่างๆ ในมหาลัย ทุกคนจะพยายามมองไปทางอื่นกัน แต่ถ้าเห็นกระรอกเผือกก่อนสอบวิชาไหน ก็จะได้เอในวิชานั้น (แต่ถ้าเห็น"กะ-ลอก" โดนพักการเรียนแน่นอน)
* มีคนเรียกพระพิรุณทรงนาคว่า จิ๊กโก๋เหยียบไส้เดือนหรือจิ๊กโก๋เหยียบหนอนชาเขียว มีตอนประชุมเชียร์รุ่นพี่เล่าให้ฟังว่า ตื่นเต้นเกินไปเลยบอกว่าสัญลักษณ์มหาลัยคือ พระพิรุณทรงครุฑ พี่ว๊ากเลยฮากระจาย
* เด็กวิศวะต้องมีวันแจกดอกกุหลาบ ตรงสามแยกปากหมา เค้าว่ากันว่า... ถ้าเฟรชชี่วิศวะคนไหน มอบดอกไม้ให้สาวไม่ได้ จะเรียนไม่จบ และเค้าว่ากันว่า... สาวไหนที่เผลอไปรับดอกไม้ของเฟรชชี่วิศวะ ก็จะเรียนไม่จบ รับมาแล้วก็ต้องเอาไปคืนให้ได้ เป็นวันที่โรงอาหารคณะวิดยาจะวุ่นวายมากๆ วันนึง
* ถ้าหนุ่มเกษตรเอาเนกไทด์ไปฟาดสาวคนไหน ก็จะได้เป็นแฟนกับสาวคนนั้น
* ที่สามบูรพาจารย์ ว่ากันว่า ถ้าแก้บนด้วยการไปนั่งเล่นหมากรุกกับท่านตอนเที่ยงคืน จะขลังที่สุด (อันนี้ยังไม่กล้าลอง)
* ศาลเจ้าแม่ ที่สะพานไม้ใกล้ๆสำนักกีฬา ศักดิ์สิทธิ์มาก ให้หวยแม่นโคตรๆ
เรื่องลึกลับ
* เคยมีนิสิตซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์รับจ้างแล้วประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต (คงจะจริง มานขับยังกะสนามแข่ง)
* ที่วิทยาเขตศรีราชาตรงประตู 1 มีคนเคยเล่าให้ฟังว่า ตอนดึกๆห้ามขับรถไปตรงนั้น เพราะมีรุ่นพี่จามาเอาวิญญาณไปอีก 4 ดวง (แต่เค้าเอาเฉพาะคนหน้าตาดีน่ะ)
* ที่วิทยาเขตศรีราชาห้องน้ำที่ตึก EnG ไม่มีกระจก เพราะว่า มีคนเห็นสิ่งลึกลับบ่อยมาก จนต้องเอากระจกออก
* ที่วิทยาเขตศรีราชา หอในตึก 3-4 เฮี้ยนมาก เคยมีคนเห้นบ่อยๆ เพราะเปนป่าช้าเก่า
* ที่วิทยาเขตศรีราชา หลวงพ่อเคยมาทำพิธีปัดรังควานที่มอ แต่ท่านบอกว่าที่นี่แรงเกินไป
* ที่วิทยาเขตศรีราชา สักตอน ประมาณตี 2 ให้ออกมาดู ถ้าอยากเห็น.... คนอ้วก
* ที่วิทยาเขตกำแพงแสน เวลาขี่มอไซด์เข้า-ออกนอกม.ตอนกลางคืน พยายามอย่ามองตรงต้นนนทรีข้างทางมากนะ ถ้าไม่อยากเห็นใครก็ไม่รู้มากวักมือเรียก ได้ข่าวมาว่านนทรีแทบทุกต้นมีประวัติ
* ที่วิทยาเขตกำแพงแสน ใต้ตึกปฐพี เคยเจอนิสิตเป็นกลุ่มเลยมาซ้อมลีด แต่พอมองไปอีกทีก็ไม่เจอแล้ว แล้วตกลงที่เห็นก็ไม่รู้ว่าใคร(ประสบการณ์ตรง)
* ที่วิทยาเขตกำแพงแสน เวลาซ้อมstuffเชียร์ของคณะช่วงซัมเมอร์ ให้ระวังจะมีใครก็ไม่รู้มานั่งฟังด้วย
* ที่วิทยาเขตกำแพงแสน ช่วงดึกๆ ถ้าใครขี่จักรยานไปตรงแปลงร้างขวด ระวัง..!! จะเจอคนคลานตามไปด้วย (อย่างน่ากลัว)
* ที่หอใน(หญิง) มีหอๆนึงเคยเป็นโรงพยาบาลสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 วันดีคืนดีจะได้ยินเสียงคนเดินลากโซ่ตรวน และห้องน้ำหญิงรวมบางคืนจะมีเสียงคนอาบน้ำอยู่ แต่พอเดินไปดูไม่มีคนเลยซักคน
* หอใน(หญิง) มีตึกใหญ่ 2 ตึก ตึกนึงชั้น 2 เคยมีเด็กตายเนื่องจากเป็นไข้ทับฤดูตอนก่อนปิดซัมเมอร์ พอเปิดเทอมถึงมีคนเพิ่งจะพบศพ เคยมีคนเห็นว่าหลังจากนั้นยังมานั่งซักผ้าที่ห้องน้ำหน้าห้องอยู่เลย
* หอใน (หญิง) อีกตึกนึง แต่ก่อนกระจกเดิมตรงบันไดทางขึ้น(ตอนนี้เปลี่ยนใหม่แล้ว) จะมีเงาคนวูบวาบเสมอๆ บางครั้งยืนแปรงฟันอยู่ที่อ่างล้างหน้าหน้าห้อง เงยหน้าขึ้นมาก็มีผีทหารยืนอยู่ข้างหลัง.....
* ที่บางเขน ตึกSCL(ตึกทดลอง10ชั้น)เค้าว่า วันพระมักจะได้ยินเสียงสวดชิณบันชรลอยมาทุกครั้ง ทำให้ไม่มีใครกล้าไปอ่านหนังสือใต้ตึกSCLตอนดึกๆ(อันนี้..สารณียกรปี49เล่า ให้ฟัง)
* ที่บางเขน ตึกSCL(ตึกทดลอง10ชั้น)ช่วงที่ก่อสร้าง เขาเล่าว่าเคยมีคนงานตกลงมาตาย และเคยมีคนที่อยู่อ่านหนังสือดึกๆ เห็น
* ที่บางเขน ตึก SCL ห้องน้ำชั้น 3 เขาเล่าว่ามีคนเคยเห็นผีแม่บ้านในกระจก
* ที่อาคารบัณฑิตศึกษา(ฝั่งบางเขน) เค้าว่าด้านข้างตึกด้านตรงข้ามกับประมงเก่า มีรุ่นพี่เคยโดดตึกตาย ถ้าอยากเจอให้นอนแหงนหน้าบริเวณหน้าบันได แล้วตะโกนดังๆ ...(เราไม่กล้าอ่ะ- -""")
ผี ม.กรุงเทพ
ม.กรุงเทพ
ความเชื่อ
* ตอนเรียนปี 1 อยากได้เกรด A ต้องบนหลวงพ่อเพชรด้วยการวิ่งรอบสระน้ำ 10 รอบ ถึงจะได้ แล้วก็ได้จริงๆ อิอิ แต่กว่าจะแก้บนเสร็จ หอบแฮ่ก
* หากใครนับเป็ดในสระน้ำที่รังสิตได้กี่ตัว จะใช้เวลาเรียนอยู่ที่นี่ตามจำนวนที่นับได้ แต่ถ้านับได้ 8 ตัว จะเรียนไม่จบ แต่หลายคนบอกว่าไม่ได้นับ แค่มองก็รู้แล้วว่ามีกี่ตัว อยากรู้ว่ากี่ตัวไปดูเอาเอง
* ก่อนสอบไฟนอล นศ.จะไปให้อาหารปลาในสระ เพื่อที่จะขอเกรด A เพราะปลาเป็น Animal แต่ถ้าได้ F ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะปลา = Fish
* สะพานข้ามสระน้ำที่รังสิต ถ้าใครข้ามไปแล้วไม่ข้ามกลับจะเรียนไม่จบ
* มีความเชื่อว่า ถ้าเราแอบเอาเหรียญไปใส่ไว้ในถุงปกเสื้อครุยของรุ่นพี่ เราจะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้แน่ๆ
* ประเพณีปฏิบัติของการไหว้"หลวงพ่อเพชร" พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย คือ "ห้ามไหว้หลวงพ่อจากทางด้านหลัง"
เรื่องลึกลับ
* ลิฟท์อาคาร 9 ที่วิทยาเขตกล้วยน้ำไท ใครที่ขึ้นตอนดึกๆแล้วมีคนกดเรียกที่ชั้นบนสุด พอเปิดมาไม่เจอใคร แล้วรู้สึกเหมือนมีคนเดินเข้ามา ให้รู้ไว้เลยว่าเป็นคนงานที่ตกลิฟท์ลงมาตาย เค้าจะลงด้วย (ตัวไหนไม่รู้ พิสูจน์กันเองนะ)
* ที่อาคาร 10 กล้วยน้ำไท มีห้องเรียนอยู่ห้องหนึ่ง บางครั้งจะมีนศ.ไม่ได้รับเชิญแต่งชุดดำมานั่งเรียนด้วย พอหันไปมองอีกทีปรากฏว่าไม่มีใคร!!
* มีเรื่องเล่าเรื่องศาลพระภูมิล่องหนที่หอแกรนด์ หอพักหน้ามหาวิทยาลัยว่า นักศึกษาหลายคนเคยเห็นศาลพระภูมิตั้งอยู่ แต่ในความเป็นจริง มันไม่มี
* เอทีเอ็มหน้ามหาวิทยาลัยหายไปใหนหมด ใครรู้บ้าง??
* กระจกประตูหน้าตึก 9 ที่แตกอยู่พักนึงเพราะมีเด็กวิศวะวิ่งไปชน(เทสความถึก)
* เด็กวิทวะใครที่ตัดเสื้อชอปใส่เองปี 1 เทอม 1 เค้าว่าจะเดินเข้าสุ่มวิทวะไม่ได้ (เพราะรุ่นพี่จะเล่นเอา)
* ทำไมไม่มีประตูข้าง ม ทะลุซอยหอซะที
* ที่ตึก 10 ห้องพักครูชั้น 3 เคยเกิดเหตุลงหน้า1ที่ว่ามีครูผู้ชายยิงครูผู้หญิงซึ่งเป็นภรรยาตายเนื่อง จากหึงหวง ในช่วงที่นักศึกษาสอบมิดเทอมกันอยู่
* หอบางกอกตึก3 เคยมีผู้ ญ โดดตึกลงมาเพราะน้อยใจแฟน
* พื้นที่ตรงข้ามม.กท ทั้งหมดเคยเป็นสุสานอิสลามมาก่อน (จริงๆนะ)
* ทำไมเด็กวิดวะมีผู้ชายเยอะกว่าผู้หญิง (เป็นเหตุทำให้พวกเค้าต้องไขว่ขว้าเด็กคณะอื่นมาให้ได้แทน)
* ว่ากันว่าบ่อน้ำหน้าตึก 9 มีเกียร์ทอง เอามาทิ้งทุก ๆ ปี (ปีที่แล้วเคยมีคนไปงมแต่ไม่เจอ เจอยามจับแทน T T)
* ทำไมตึก 1 2 3 ไม่สร้าง ลิฟท์ ทำให้ลำบากแก่การเดิน (เมื่อย)
* เด็กวิดวะส่วนใหญ่หน้าตาน่าเกรงขาม แต่จิตใจส่วนลึกพวกเค้านั้นมีจิตใจที่สวยงาม
* ซอยข้าง ม เปิดผับแข่งกันอย่างลึกลับ และคึกคักมาก
* ไฟหอมักดับในช่วงเวลาสำคัญ เรื่องนี้ยังคงหาข้อพิสูจน์ไม่ได้สักที???
* กระฉ่อน คือ แหล่งรวมพลลับ ๆ ยามค่ำคืน มีโค้ดว่า 89 ซึ่ง เป็นรหัสผ่านในการเข้ารวมพล
* สมุดเพรช คือ สุดยอดคัมภีร์ในการจบการศึกษา
ความเชื่อ
* ตอนเรียนปี 1 อยากได้เกรด A ต้องบนหลวงพ่อเพชรด้วยการวิ่งรอบสระน้ำ 10 รอบ ถึงจะได้ แล้วก็ได้จริงๆ อิอิ แต่กว่าจะแก้บนเสร็จ หอบแฮ่ก
* หากใครนับเป็ดในสระน้ำที่รังสิตได้กี่ตัว จะใช้เวลาเรียนอยู่ที่นี่ตามจำนวนที่นับได้ แต่ถ้านับได้ 8 ตัว จะเรียนไม่จบ แต่หลายคนบอกว่าไม่ได้นับ แค่มองก็รู้แล้วว่ามีกี่ตัว อยากรู้ว่ากี่ตัวไปดูเอาเอง
* ก่อนสอบไฟนอล นศ.จะไปให้อาหารปลาในสระ เพื่อที่จะขอเกรด A เพราะปลาเป็น Animal แต่ถ้าได้ F ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะปลา = Fish
* สะพานข้ามสระน้ำที่รังสิต ถ้าใครข้ามไปแล้วไม่ข้ามกลับจะเรียนไม่จบ
* มีความเชื่อว่า ถ้าเราแอบเอาเหรียญไปใส่ไว้ในถุงปกเสื้อครุยของรุ่นพี่ เราจะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้แน่ๆ
* ประเพณีปฏิบัติของการไหว้"หลวงพ่อเพชร" พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย คือ "ห้ามไหว้หลวงพ่อจากทางด้านหลัง"
เรื่องลึกลับ
* ลิฟท์อาคาร 9 ที่วิทยาเขตกล้วยน้ำไท ใครที่ขึ้นตอนดึกๆแล้วมีคนกดเรียกที่ชั้นบนสุด พอเปิดมาไม่เจอใคร แล้วรู้สึกเหมือนมีคนเดินเข้ามา ให้รู้ไว้เลยว่าเป็นคนงานที่ตกลิฟท์ลงมาตาย เค้าจะลงด้วย (ตัวไหนไม่รู้ พิสูจน์กันเองนะ)
* ที่อาคาร 10 กล้วยน้ำไท มีห้องเรียนอยู่ห้องหนึ่ง บางครั้งจะมีนศ.ไม่ได้รับเชิญแต่งชุดดำมานั่งเรียนด้วย พอหันไปมองอีกทีปรากฏว่าไม่มีใคร!!
* มีเรื่องเล่าเรื่องศาลพระภูมิล่องหนที่หอแกรนด์ หอพักหน้ามหาวิทยาลัยว่า นักศึกษาหลายคนเคยเห็นศาลพระภูมิตั้งอยู่ แต่ในความเป็นจริง มันไม่มี
* เอทีเอ็มหน้ามหาวิทยาลัยหายไปใหนหมด ใครรู้บ้าง??
* กระจกประตูหน้าตึก 9 ที่แตกอยู่พักนึงเพราะมีเด็กวิศวะวิ่งไปชน(เทสความถึก)
* เด็กวิทวะใครที่ตัดเสื้อชอปใส่เองปี 1 เทอม 1 เค้าว่าจะเดินเข้าสุ่มวิทวะไม่ได้ (เพราะรุ่นพี่จะเล่นเอา)
* ทำไมไม่มีประตูข้าง ม ทะลุซอยหอซะที
* ที่ตึก 10 ห้องพักครูชั้น 3 เคยเกิดเหตุลงหน้า1ที่ว่ามีครูผู้ชายยิงครูผู้หญิงซึ่งเป็นภรรยาตายเนื่อง จากหึงหวง ในช่วงที่นักศึกษาสอบมิดเทอมกันอยู่
* หอบางกอกตึก3 เคยมีผู้ ญ โดดตึกลงมาเพราะน้อยใจแฟน
* พื้นที่ตรงข้ามม.กท ทั้งหมดเคยเป็นสุสานอิสลามมาก่อน (จริงๆนะ)
* ทำไมเด็กวิดวะมีผู้ชายเยอะกว่าผู้หญิง (เป็นเหตุทำให้พวกเค้าต้องไขว่ขว้าเด็กคณะอื่นมาให้ได้แทน)
* ว่ากันว่าบ่อน้ำหน้าตึก 9 มีเกียร์ทอง เอามาทิ้งทุก ๆ ปี (ปีที่แล้วเคยมีคนไปงมแต่ไม่เจอ เจอยามจับแทน T T)
* ทำไมตึก 1 2 3 ไม่สร้าง ลิฟท์ ทำให้ลำบากแก่การเดิน (เมื่อย)
* เด็กวิดวะส่วนใหญ่หน้าตาน่าเกรงขาม แต่จิตใจส่วนลึกพวกเค้านั้นมีจิตใจที่สวยงาม
* ซอยข้าง ม เปิดผับแข่งกันอย่างลึกลับ และคึกคักมาก
* ไฟหอมักดับในช่วงเวลาสำคัญ เรื่องนี้ยังคงหาข้อพิสูจน์ไม่ได้สักที???
* กระฉ่อน คือ แหล่งรวมพลลับ ๆ ยามค่ำคืน มีโค้ดว่า 89 ซึ่ง เป็นรหัสผ่านในการเข้ารวมพล
* สมุดเพรช คือ สุดยอดคัมภีร์ในการจบการศึกษา
Subscribe to:
Posts (Atom)












